← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Marié Digby ศิลปินสาวผู้สร้างชื่อจากเพลง Cover สู่เส้นทางดนตรีระดับสากล

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Marié Digby ศิลปินสาวผู้สร้างชื่อจากเพลง Cover สู่เส้นทางดนตรีระดับสากล

Marié Digby ศิลปินสาวผู้สร้างชื่อจากเพลง Cover สู่เส้นทางดนตรีระดับสากล หากพูดถึงยุคเริ่มต้นของ YouTube ที่ศิลปินหน้าใหม่ใช้เป็นพื้นที่แจ้งเกิด Marié Digby (มารี ดิกบี) ค…

Marié Digbyนักร้องเพลง CoverUmbrella coverUnfold album

Marié Digby ศิลปินสาวผู้สร้างชื่อจากเพลง Cover สู่เส้นทางดนตรีระดับสากล

หากพูดถึงยุคเริ่มต้นของ YouTube ที่ศิลปินหน้าใหม่ใช้เป็นพื้นที่แจ้งเกิด Marié Digby (มารี ดิกบี) คือหนึ่งในชื่อที่โดดเด่นที่สุด เธอเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวอเมริกันที่กลายเป็นไวรัลจากการนำเพลงฮิตมาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์ Acoustic (การบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีที่ไม่ใช้ไฟฟ้า) โดยเฉพาะเพลง "Umbrella" ของ Rihanna ที่สร้างชื่อเสียงให้เธออย่างมหาศาลจนได้ไปปรากฏในรายการ The Hills ทางช่อง MTV และทะยานขึ้นสู่อันดับ 10 ของชาร์ต Bubbling Under Hot 100 Singles

Content image

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่ความสำเร็จ

Marié เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 1983 ที่เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีเชื้อสายผสมระหว่างไอริชและญี่ปุ่น เธอเริ่มเขียนเพลงตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย และจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2004 เมื่อเธอชนะการประกวด Pantene Pro-Voice ด้วยบทเพลง "Miss Invisible" ซึ่งรางวัลที่ได้รับไม่เพียงแต่เป็นเงินรางวัล 5,000 ดอลลาร์ แต่ยังรวมถึงโอกาสในการทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์มืออาชีพและการแสดงบนเวทีร่วมกับศิลปินชั้นนำ ส่งผลให้เธอได้เซ็นสัญญากับค่าย Hollywood Records ของ Disney ในเวลาต่อมา

การเดินทางในโลกดนตรีและผลงานอัลบั้ม

ในช่วงปี 2006-2010 Marié เริ่มสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ผ่าน YouTube ด้วยการลงคลิปวิดีโอร้องเพลง Cover แบบเรียบง่าย ซึ่งกลยุทธ์นี้ช่วยให้เธอเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนนำไปสู่การปล่อยซิงเกิลแรก "Say It Again" และอัลบั้มเปิดตัวที่ชื่อว่า Unfold ในปี 2008 นอกจากนี้เธอยังขยายฐานแฟนคลับไปยังเอเชียด้วยอัลบั้ม Second Home ซึ่งเป็นคอลเลกชันเพลง Cover ภาษาญี่ปุ่น และอัลบั้ม Breathing Underwater ที่วางจำหน่ายทั้งในเอเชียและอเมริกาเหนือ

Marié Digby in 2016

หลังจากนั้น Marié ยังคงสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง โดยปล่อยอัลบั้ม Your Love ในปี 2011 และมีการทัวร์คอนเสิร์ตในเอเชีย รวมถึงการแสดงที่ Esplanade Concert Hall ในสิงคโปร์ ต่อมาเธอได้ก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินอิสระ โดยปล่อยอัลบั้ม Winter Fields ในปี 2013 และผลงานอื่นๆ เช่น EP Wildfire และอัลบั้ม Pop Covers ในปี 2018 ซึ่งรวบรวมเพลงฮิต 10 เพลงมาถ่ายทอดในแบบฉบับของเธอเอง

บทบาทด้านการกุศล

นอกเหนือจากงานดนตรี Marié ยังให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคม โดยในปี 2009 เธอได้ร่วมมือกับ "The Generation Project" ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อจัดประกวดเขียนเพลงสำหรับวัยรุ่นในย่าน Bronx โดยผู้ชนะซึ่งเป็นนักเรียนการศึกษาพิเศษได้รับกีตาร์พร้อมอุปกรณ์ครบชุดเพื่อสนับสนุนความฝันทางดนตรี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • แนวเพลง: ครอบคลุมทั้ง Pop Rock, Alternative Rock, Acoustic Rock และ R&B
  • เครื่องดนตรีที่เชี่ยวชาญ: การร้อง, กีตาร์ และเปียโน
  • ความสำเร็จบน YouTube: มียอดผู้ติดตามกว่า 3.46 แสนคน และยอดเข้าชมรวมกว่า 136 ล้านครั้ง (ข้อมูล ณ ปี 2021)
  • รางวัลการันตี: ผู้ชนะเลิศการประกวด Pantene Pro-Voice (2004) และรางวัล Best New Artist จาก Teen Music Internacional ประเทศบราซิล (2009)
สรุปผลงานอัลบั้มและ EP ของ Marié Digby
ปีที่ปล่อย ชื่ออัลบั้ม/EP ประเภท
2008 Unfold Studio Album
2009 Second Home Japanese Cover Album
2009 Breathing Underwater Studio Album
2011 Your Love Studio Album
2013 Winter Fields Studio Album
2014 Chimera Studio Album
2018 Wildfire EP
2018 Pop Covers Cover Album
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Marié Digby เป็นที่รู้จักมากที่สุดจากผลงานอะไร?

เธอโด่งดังเป็นอย่างมากจากการนำเพลง "Umbrella" ของ Rihanna มา Cover ในสไตล์อะคูสติก ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงบน YouTube และถูกนำไปใช้ในซีรีส์เรื่อง The Hills

Marié Digby มีเชื้อสายอะไรบ้าง?

เธอเป็นชาวอเมริกันที่มีเชื้อสายผสมระหว่างไอริชและญี่ปุ่น

เธอเริ่มต้นอาชีพนักร้องได้อย่างไร?

เธอเริ่มจากการเขียนเพลงในโรงเรียนมัธยม และได้รับโอกาสครั้งสำคัญหลังจากชนะการประกวด Pantene Pro-Voice ในปี 2004 ด้วยเพลง "Miss Invisible"

ผลงานเพลงของเธอเคยไปปรากฏในสื่อใดบ้าง?

เพลงของเธอถูกนำไปใช้ในซีรีส์และภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น The Hills, Smallville, ER, 90210 และโฆษณาของ Gap

ปัจจุบันเธอยังคงทำเพลงอยู่หรือไม่?

เธอยังคงมีผลงานอย่างต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนมาทำงานในฐานะศิลปินอิสระ และมีการปล่อยผลงานอย่าง EP Wildfire และอัลบั้ม Pop Covers ในปี 2018