Mark Polansky นักบินอวกาศผู้สร้างประวัติศาสตร์ชาวเกาหลี-อเมริกัน
ในโลกของการสำรวจอวกาศ Mark Polansky ไม่ได้เป็นเพียงวิศวกรการบินและอวกาศผู้เชี่ยวชาญ แต่เขายังเป็นบุคคลสำคัญที่สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะ นักบินอวกาศเชื้อสายเกาหลีคนแรก ที่ได้เดินทางออกสู่ห้วงอวกาศ ด้วยประสบการณ์การบินที่โชกโชนและการทำงานร่วมกับ NASA ในภารกิจสำคัญหลายครั้ง ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในบุคลากรที่ทรงคุณค่าของวงการดาราศาสตร์และการบินระดับโลก

เส้นทางสู่ดวงดาว: จากนักบินกองทัพสู่ NASA
Mark Polansky เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 1956 ที่เมืองแพเทอร์สัน รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยมีบิดาเป็นชาวเยิวและมารดาเป็นชาวเกาหลีจากฮาวาย ซึ่งความภูมิใจในรากเหง้าของครอบครัวนี้สะท้อนให้เห็นได้จากตอนที่เขาปฏิบัติภารกิจ STS-116 โดยการนำตุ๊กตาหมีจากพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (United States Holocaust Memorial Museum) ติดตัวไปด้วยเพื่อเป็นเกียรติแก่บรรพบุรุษ
ด้านการศึกษา Polansky สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและโทด้าน วิศวกรรมการบินและอวกาศ (Aeronautical and Astronautical Engineering) จากมหาวิทยาลัย Purdue ในปี 1978 ก่อนจะเริ่มต้นอาชีพในกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยเขาได้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักจนได้รับปีกนักบินในปี 1980 และมีประสบการณ์ขับเครื่องบินรบหลายรุ่น เช่น F-15 และ F-5E ในบทบาทของ Aggressor Pilot หรือนักบินผู้จำลองเป็นฝ่ายศัตรูเพื่อฝึกฝนยุทธวิธีให้กับนักบินคนอื่นๆ
ก่อนจะเข้าร่วมกับ NASA ในปี 1992 Polansky ได้สั่งสมชั่วโมงบินมากกว่า 5,000 ชั่วโมง จากเครื่องบินกว่า 30 รุ่น และผ่านการฝึกจากโรงเรียนนักบินทดสอบของกองทัพอากาศ (USAF Test Pilot School) ซึ่งทักษะการบินระดับสูงนี้เองที่ทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็นนักบินอวกาศในกลุ่มที่ 16 ของ NASA เมื่อปี 1996
ภารกิจพิชิตอวกาศและผลงานโดดเด่น
ตลอดระยะเวลาการทำงานกับ NASA Polansky ได้ปฏิบัติหน้าที่หลากหลาย ตั้งแต่การเป็นครูฝึกสอนเทคนิคการลงจอดของกระสวยอวกาศ ไปจนถึงการดำรงตำแหน่ง CAPCOM (Capsule Communicator) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สื่อสารหลักระหว่างศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินกับนักบินอวกาศ
เขาได้เดินทางสู่อวกาศทั้งหมด 3 ครั้ง รวมระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในห้วงอวกาศประมาณ 41 วัน 10 ชั่วโมง และ 50 นาที โดยมีรายละเอียดภารกิจดังนี้:
- STS-98: ปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินในการส่งโมดูลห้องปฏิบัติการ Destiny ของสหรัฐฯ ไปติดตั้งที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
- STS-116: ร่วมติดตั้งส่วนโครงสร้าง P5 Truss และปรับปรุงระบบไฟฟ้าของสถานีอวกาศ เพื่อรองรับโมดูลวิทยาศาสตร์จากยุโรปและญี่ปุ่นในอนาคต
- STS-127: รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการภารกิจ (Commander) นำกระสวยอวกาศ Endeavour ไปติดตั้งอุปกรณ์ Japanese Exposed Facility และนำทีมเดินอวกาศ (Spacewalk) ถึง 5 ครั้ง
| ชื่อภารกิจ | บทบาท | เป้าหมายหลัก | ระยะเวลาภารกิจ |
|---|---|---|---|
| STS-98 | นักบิน (Pilot) | ติดตั้งโมดูล Destiny Laboratory | ~12 วัน |
| STS-116 | สมาชิกลูกเรือ | ติดตั้ง P5 Truss และปรับปรุงระบบไฟ | ~12 วัน |
| STS-127 | ผู้บัญชาการ (Commander) | ติดตั้ง Japanese Exposed Facility | ~16 วัน |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สถิติอวกาศ: บินรวม 3 ภารกิจ ใช้เวลาในอวกาศรวมกว่า 309 ชั่วโมง
- เกียรติประวัติ: เป็นนักบินอวกาศเชื้อสายเกาหลีคนแรกของโลก
- ความเชี่ยวชาญ: มีชั่วโมงบินรวมกว่า 5,000 ชั่วโมง ในเครื่องบินมากกว่า 30 ประเภท
- การยอมรับ: มีสวนสาธารณะชื่อ "Mark Polansky Park" ในเมือง Edison รัฐนิวเจอร์ซีย์ เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา
- การเกษียณ: อำลาตำแหน่งจากคณะนักบินอวกาศของ NASA เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2012
คำถามที่พบบ่อย
Mark Polansky มีความสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์ NASA?
เขาเป็นนักบินอวกาศคนแรกที่มีเชื้อสายเกาหลี และเป็นผู้บัญชาการภารกิจ STS-127 ซึ่งมีความสำคัญในการขยายขีดความสามารถของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
ฉายา "Roman" ของเขามีที่มาอย่างไร?
เป็นชื่อเล่นที่เกิดจากการล้อเลียนขำๆ เนื่องจากเขามีนามสกุลพ้องกับ Roman Polanski ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง
ก่อนจะเป็นนักบินอวกาศ Mark Polansky ทำงานอะไร?
เขาเป็นนักบินในกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยเคยเป็นนักบินขับไล่ F-15 และเป็น Aggressor Pilot ที่ทำหน้าที่ฝึกยุทธวิธีทางอากาศ รวมถึงเป็นนักบินทดสอบอาวุธและระบบของเครื่องบินหลายรุ่น
ภารกิจสุดท้ายของเขากับ NASA คืออะไร?
ภารกิจสุดท้ายคือ STS-127 ในปี 2009 ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการภารกิจ นำกระสวยอวกาศ Endeavour ไปปฏิบัติงานที่สถานีอวกาศนานาชาติ
เขามีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างไรหลังจากมีชื่อเสียง?
เขามักจะกลับไปยังบ้านเกิดที่เมือง Edison เพื่อจัดกิจกรรมและบรรยายให้ความรู้แก่เด็กๆ ในห้องสมุดท้องถิ่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และการบิน