Mark Robert Rank ผู้เชี่ยวชาญด้านความยากจนและการวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางสังคม
Mark Robert Rank เป็นนักสังคมวิทยาและศาสตราจารย์ด้านสวัสดิการสังคม (Herbert S. Hadley Professor of Social Welfare) ประจำ George Warren Brown School of Social Work ณ Washington University in St. Louis เขาเป็นที่ยอมรับในระดับสากลในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน ความยากจน (Poverty), สวัสดิการสังคม, ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และนโยบายทางสังคม โดยมุ่งเน้นการศึกษาปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชากรในสหรัฐอเมริกา
เส้นทางวิชาการและผลงานที่สร้างแรงสั่นสะเทือน
Rank สำเร็จการศึกษาจาก University of Wisconsin-Madison ทั้งในระดับปริญญาตรี (1978), ปริญญาโท (1980) และปริญญาเอก (1984) ตลอดอาชีพการทำงานตั้งแต่ปี 1984 เขาได้ผลิตผลงานเขียนที่ท้าทายความเชื่อเดิมๆ เกี่ยวกับความยากจน โดยเฉพาะการใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Eclectic methods) ที่รวมทั้งสถิติเชิงปริมาณและการสัมภาษณ์เชิงลึก
การรื้อถอนมายาคติเรื่องสวัสดิการสังคม
ในหนังสือ Living on the Edge: The Realities of Welfare in America (1994) Rank ได้วิเคราะห์สภาพความเป็นจริงของผู้ที่พึ่งพาระบบช่วยเหลือจากภาครัฐในช่วงที่มีการถกเถียงเรื่องการปฏิรูประบบสวัสดิการอย่างรุนแรงในสมัยประธานาธิบดี บิล คลินตัน งานวิจัยชิ้นนี้ช่วยทำลายความเชื่อผิดๆ ที่ว่าผู้รับสวัสดิการมี "วัฒนธรรมแห่งการพึ่งพา" (Culture of dependency) โดยเขาใช้ข้อมูลระยะยาว (Longitudinal analysis) จากครัวเรือนกว่า 3,000 แห่งในรัฐวิสคอนซิน เพื่อชี้ให้เห็นว่าระบบความปลอดภัยทางสังคม เช่น Medicaid และคูปองอาหาร มีความสำคัญเพียงใดต่อการอยู่รอดของกลุ่มเปราะบาง
มุมมองใหม่ต่อความยากจนในระดับชาติ
ต่อมาในผลงาน One Nation, Underprivileged: Why American Poverty Affects Us All (2005) Rank ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ (Paradigm) ในการทำความเข้าใจความยากจน โดยชี้ให้เห็นว่าแม้สหรัฐฯ จะเป็นประเทศที่มั่งคั่งมหาศาล แต่กลับมีอัตราความยากจนสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งผลงานเล่มนี้ได้รับรางวัล Honorable Mention จาก The Gustavus Myers Center ในปี 2005
การวิเคราะห์ความฝันอเมริกัน (American Dream) และความจริงที่เจ็บปวด
ในหนังสือ Chasing the American Dream (2014) ซึ่งเขียนร่วมกับ Thomas A. Hirschl และ Kirk A. Foster ได้มีการสำรวจความเป็นไปได้ในการบรรลุ "ความฝันอเมริกัน" ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ เสรีภาพและโอกาส, ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (เช่น การมีบ้าน มีเงินออม และงานที่รายได้เหมาะสม) และ ความหวังและความเชื่อมั่น ในความก้าวหน้าของชีวิต
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาพบว่าความฝันนี้กลายเป็นเรื่องที่เอื้อมถึงได้ยากขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลย้อนหลัง 40 ปีชี้ให้เห็นว่า ร้อยละ 80 ของชาวอเมริกัน จะต้องเผชิญกับภาวะความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงอายุ 25 ถึง 60 ปี ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้ชายผิวขาวที่ค่าจ้างจริงเริ่มคงที่มาตั้งแต่ปี 1973 แม้ว่าผลิตภาพต่อพนักงานจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและวงจรความยากจน
Rank และทีมวิจัยได้พัฒนา เครื่องคำนวณความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ (Economic Risk Calculator) เพื่อให้ประชาชนประเมินโอกาสในการตกอยู่ในภาวะยากจน โดยใช้ปัจจัยด้านเชื้อชาติ, การศึกษา, สถานภาพสมรส และอายุ ข้อมูลระบุว่าความยากจนไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มน้อย แต่เป็นเรื่อง "กระแสหลัก" ของสังคมอเมริกัน
จากการศึกษาข้อมูลระยะยาว (PSID) ตั้งแต่ปี 1968 ถึง 2000 พบว่าความเสี่ยงต่อ ความยากจนเฉียบพลัน (Acute poverty) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลของสำนักงานสำมะโนประชากรที่มองว่าอัตราความยากจนโดยรวมไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก การวิเคราะห์แบบ Life course approach ของ Rank แสดงให้เห็นว่าความยากจนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตปกติที่น่าเศร้าของชาวอเมริกันจำนวนมาก
| หัวข้อวิเคราะห์ | ข้อค้นพบสำคัญ | ผลกระทบ/รางวัล |
|---|---|---|
| ระบบสวัสดิการ (Welfare) | ปฏิเสธความเชื่อเรื่อง "วัฒนธรรมการพึ่งพา" และชี้ให้เห็นความเปราะบางของระบบความปลอดภัย | ท้าทายการปฏิรูประบบสวัสดิการในยุค 90 |
| ความฝันอเมริกัน (American Dream) | 80% ของประชากรช่วงอายุ 25-60 ปี เผชิญความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง | รางวัล Society for Social Work and Research Book Award 2016 |
| ความยากจนในชีวิต (Life Course) | ความยากจนเฉียบพลันเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานและผู้ชายผิวขาว | ชี้ให้เห็นว่าความยากจนเป็นเรื่องกระแสหลักในสหรัฐฯ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความยากจนไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่ม: ชาวอเมริกันจำนวนมากมีโอกาสสัมผัสความยากจนอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต
- ความเหลื่อมล้ำที่ขยายตัว: ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 1970 กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประชากรบนสุด 1%, 5% และ 10%
- ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น: ประมาณ 24.9% ของประชากรจะเผชิญกับความยากจนติดต่อกัน 5 ปีขึ้นไป และ 11.4% จะตกอยู่ในภาวะยากจนขั้นรุนแรง
- ปัจจัยขับเคลื่อน: ความไม่มั่นคงในงาน, การขาดสวัสดิการสุขภาพ, และหนี้บริโภคที่สูงเป็นประวัติการณ์ เป็นตัวเร่งให้เกิดความยากจน
คำถามที่พบบ่อย
Mark Robert Rank มีความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?
เขามีความเชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยา โดยเน้นไปที่เรื่องความยากจน สวัสดิการสังคม ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการวิเคราะห์นโยบายทางสังคมในสหรัฐอเมริกา
อะไรคือข้อค้นพบที่น่าตกใจที่สุดเกี่ยวกับ American Dream?
คือการที่คนส่วนใหญ่ (ประมาณ 80%) ไม่สามารถรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจไว้ได้ตลอดช่วงวัยทำงาน และความฝันที่จะมีชีวิตที่สะดวกสบายผ่านการทำงานหนักนั้นทำได้ยากขึ้นกว่าเมื่อ 40 ปีก่อน
แนวคิด Life course approach ในงานของ Rank คืออะไร?
คือการศึกษาความยากจนในฐานะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดช่วงชีวิต แทนที่จะมองเป็นภาพนิ่ง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งทำให้เห็นว่าคนจำนวนมากมีการเคลื่อนย้ายระหว่างความมั่งคั่งและความยากจนในชีวิตจริง
มายาคติเกี่ยวกับความยากจนที่ Rank พยายามแก้ไขคืออะไร?
เขาพยายามลบความเชื่อที่ว่าความยากจนเกิดจากการไม่ทำงานหนัก, เกิดขึ้นเฉพาะในเขตเมืองชั้นใน (Inner cities), หรือเกิดจากการที่รัฐให้เงินช่วยเหลือมากเกินไปจนคนไม่อยากทำงาน
เครื่องคำนวณความเสี่ยงทางเศรษฐกิจใช้เกณฑ์อะไรในการประเมิน?
ใช้ข้อมูลทางสถิติที่วิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ เชื้อชาติ, ระดับการศึกษา, สถานภาพการสมรส และอายุ เพื่อคาดการณ์โอกาสที่จะตกใต้เส้นความยากจนในอนาคต