Marlies Deneke นักการเมืองหญิงผู้มีบทบาทในช่วงเปลี่ยนผ่านของเยอรมนี
ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของเยอรมนี ช่วงเวลาของการรวมประเทศเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญยิ่ง และ Marlies Deneke (เดิมชื่อ Marlies Kilian) คือหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการนำพาพรรคการเมืองจากยุคเผด็จการพรรคเดียวไปสู่ระบบพหุพรรคในระบอบประชาธิปไตย
เส้นทางชีวิตและการก้าวเข้าสู่โลกการเมือง
Marlies Deneke เกิดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 1953 ที่เมืองมักเดบวร์ก (Magdeburg) ในเยอรมนีตะวันออก เธอเติบโตมาในครอบครัวชนชั้นแรงงานและเริ่มเข้าสู่กิจกรรมทางการเมืองตั้งแต่วัยเยาว์ โดยเข้าร่วม Freie Deutsche Jugend (FDJ) หรือเยาวชนเสรีเยอรมัน ซึ่งเป็นองค์กรเยาวชนภายใต้การกำกับของพรรค SED ในปี 1967
ด้านการทำงาน เธอเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานฝึกหัดด้านการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างปี 1970-1972 และเข้าทำงานใน Handelsorganisation ซึ่งเป็นองค์กรการค้าของรัฐที่ดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคในเมืองมักเดบวร์ก ด้วยความสามารถที่โดดเด่นทำให้เธอได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการในปี 1977 และเข้าเป็นสมาชิกของพรรค SED (Socialist Unity Party) หรือพรรคสังคมนิยมเอกภาพ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่กุมอำนาจสูงสุดในขณะนั้นในปี 1979
การพัฒนาทักษะทางวิชาการและการบริหาร
นอกเหนือจากงานบริหาร Deneke ยังให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยเธอได้ศึกษาระดับปริญญาทางไกลจาก Dresden Academy for Economics จนสำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ในปี 1985 ประสบการณ์เหล่านี้ส่งเสริมให้เธอได้รับตำแหน่งสำคัญ ทั้งการเป็นประธานผู้นำสหภาพแรงงานระหว่างปี 1982-1988 และก้าวขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค SED ประจำองค์กรการค้าในมักเดบวร์กในช่วงปี 1988-1989
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 23 ธันวาคม 1953 |
| บ้านเกิด | มักเดบวร์ก, เยอรมนีตะวันออก |
| การศึกษา | เศรษฐศาสตร์ (Dresden Academy for Economics) |
| พรรคการเมืองที่สังกัด | SED (1979-1989), PDS (1989-2002) |
| ตำแหน่งสำคัญ | รองประธานพรรค PDS, สมาชิกสภา Volkskammer และ Bundestag |
บทบาทในช่วงการรวมประเทศและการเปลี่ยนผ่านสู่ PDS
เมื่อเยอรมนีตะวันออกเข้าสู่ช่วงวิกฤตและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในปี 1989 Deneke ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้นำที่พยายามปรับเปลี่ยนพรรค SED ให้กลายเป็น PDS (Party of Democratic Socialism) หรือพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในฐานะพรรคทางเลือกปีกซ้ายภายใต้ระบบหลายพรรคของเยอรมนีที่รวมประเทศแล้ว
ในวันที่ 9 ธันวาคม 1989 เธอได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารและประธานสภาของพรรค PDS ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น และได้เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลม (Round Table) ในกรุงเบอร์ลินช่วงต้นปี 1990 ก่อนจะได้รับเลือกให้เป็นรองประธานพรรค PDS ในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน
การทำงานในสภาและบทบาททางการเมืองระดับชาติ
ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเยอรมนีตะวันออกเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 1990 Deneke ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ Volkskammer (สภาแห่งชาติของเยอรมนีตะวันออก) และต่อมาในเดือนตุลาคม 1990 เธอเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรค PDS 24 คนที่ได้โอนย้ายเข้าสู่ Bundestag (สภาผู้แทนราษฎรของเยอรมนีรวมประเทศ) ตามข้อตกลงในสนธิสัญญาการรวมประเทศ
แม้ว่าเธอจะพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาหลังการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 1990 แต่เธอยังคงได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรองประธานพรรค PDS อีกครั้งในเดือนมกราคม 1991 และมีบทบาทโดดเด่นในพรรคจนถึงปลายปีนั้น ก่อนจะผันตัวไปทำงานสนับสนุนกลุ่ม PDS ใน Bundestag และตัดสินใจลาออกจากพรรคในปี 2002
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การเปลี่ยนผ่านพรรค: มีบทบาทหลักในการเปลี่ยน SED (พรรคผูกขาดอำนาจ) ให้เป็น PDS (พรรคการเมืองในระบบประชาธิปไตย)
- ประสบการณ์สภา: เคยเป็นสมาชิกทั้งสภา Volkskammer ของเยอรมนีตะวันออก และสภา Bundestag ของเยอรมนีรวมประเทศ
- พื้นฐานอาชีพ: เริ่มต้นจากชนชั้นแรงงาน ผ่านการเป็นพนักงานการค้าของรัฐ และจบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์
- ตำแหน่งสูงสุด: ดำรงตำแหน่งรองประธานพรรค PDS ในช่วงปี 1990-1991
คำถามที่พบบ่อย
Marlies Deneke คือใคร?
เธอคือนักการเมืองชาวเยอรมันที่มีบทบาทสำคัญในช่วงรอยต่อของการรวมประเทศเยอรมนี โดยเป็นสมาชิกพรรค SED และต่อมาเป็นผู้บริหารระดับสูงของพรรค PDS
พรรค SED และ PDS แตกต่างกันอย่างไรในบริบทของเธอ?
SED คือพรรคสังคมนิยมเอกภาพที่ปกครองเยอรมนีตะวันออกแบบพรรคเดียว ส่วน PDS คือพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยที่ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อปรับตัวให้เข้ากับระบบการเมืองแบบพหุพรรคหลังการรวมประเทศ
เธอเคยดำรงตำแหน่งในสภาใดบ้าง?
เธอเคยเป็นสมาชิกของ Volkskammer (สภาแห่งชาติเยอรมนีตะวันออก) และได้โอนย้ายไปเป็นสมาชิกของ Bundestag (สภาผู้แทนราษฎรเยอรมนี) ตามสนธิสัญญาการรวมประเทศ
Marlies Deneke ลาออกจากพรรคการเมืองเมื่อใด?
เธอได้ตัดสินใจลาออกจากพรรค PDS ในปี 2002 หลังจากที่ได้ทำงานสนับสนุนกลุ่มพรรคใน Bundestag มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง