← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Martin Seligman บิดาแห่งจิตวิทยาเชิงบวกและทฤษฎีการเรียนรู้ที่จะสิ้นหวัง

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Martin Seligman บิดาแห่งจิตวิทยาเชิงบวกและทฤษฎีการเรียนรู้ที่จะสิ้นหวัง

Martin Seligman บิดาแห่งจิตวิทยาเชิงบวกและทฤษฎีการเรียนรู้ที่จะสิ้นหวัง ในโลกของจิตวิทยา ชื่อของ Martin Seligman (มาร์ติน เซลิกแมน) เป็นที่รู้จักในฐานะนักจิตวิทยาชาวอเมริ…

Martin SeligmanจิตวิทยาเชิงบวกPositive PsychologyLearned Helplessness

Martin Seligman บิดาแห่งจิตวิทยาเชิงบวกและทฤษฎีการเรียนรู้ที่จะสิ้นหวัง

ในโลกของจิตวิทยา ชื่อของ Martin Seligman (มาร์ติน เซลิกแมน) เป็นที่รู้จักในฐานะนักจิตวิทยาชาวอเมริกันผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งไม่เพียงแต่ศึกษาเรื่องความผิดปกติทางจิต แต่ยังเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดที่เปลี่ยนมุมมองของมนุษย์ต่อความสุขและการใช้ชีวิต เขาเป็นศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และเคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) ในปี 1998 ผลงานของเขาได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยถูกจัดให้เป็นหนึ่งในนักจิตวิทยาที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดในศตวรรษที่ 20

Content image

จุดเริ่มต้นจากความสิ้นหวัง: ทฤษฎี Learned Helplessness

ย้อนกลับไปในปี 1967 เซลิกแมนได้เริ่มต้นการทดลองที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียเพื่อศึกษาเรื่องภาวะซึมเศร้า ซึ่งนำไปสู่การค้นพบปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Learned Helplessness หรือ การเรียนรู้ที่จะสิ้นหวัง โดยเขาพบว่าสัตว์ทดลองที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จะเกิดการเรียนรู้ว่าตนเองไม่มีอำนาจในการควบคุมสถานการณ์ และเมื่อถึงเวลาที่มีโอกาสหลบหนี พวกมันกลับไม่พยายามที่จะทำเช่นนั้น แม้ว่าทางออกจะเปิดกว้างอยู่ตรงหน้าก็ตาม

เซลิกแมนได้นำข้อค้นพบนี้มาประยุกต์ใช้กับมนุษย์ โดยอธิบายว่าภาวะซึมเศร้าทางคลินิกส่วนหนึ่งเกิดจากการที่บุคคลรู้สึกว่าตนเองสูญเสียการควบคุมต่อผลลัพธ์ในชีวิต ทำให้เกิดความรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง แม้ในความเป็นจริงจะมีหนทางแก้ไขก็ตาม อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้ในเวลาต่อมาได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในด้านจริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อสัตว์ทดลอง

Content image

การเปลี่ยนผ่านสู่จิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology)

หลังจากศึกษาเรื่องความทุกข์มาอย่างยาวนาน เซลิกแมนได้เปลี่ยนจุดสนใจมาสู่สิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความสุขและเติบโต ซึ่งกลายเป็นจุดกำเนิดของ จิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) โดยเขามุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมจุดแข็งของมนุษย์แทนที่จะมองหาแต่จุดบกพร่อง

การจำแนกจุดแข็งและคุณธรรม

เซลิกแมนร่วมกับ Christopher Peterson พัฒนาคู่มือ Character Strengths and Virtues เพื่อเป็นขั้วตรงข้ามกับ DSM (คู่มือวินิจฉัยโรคทางจิตเวช) โดยรวบรวมคุณธรรมที่ทรงคุณค่าจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก แบ่งออกเป็น 6 ด้านหลัก ได้แก่:

  • ปัญญาและความรู้ (Wisdom/Knowledge)
  • ความกล้าหาญ (Courage)
  • ความเป็นมนุษย์ (Humanity)
  • ความยุติธรรม (Justice)
  • การรู้จักยับยั้งชั่งใจ (Temperance)
  • การก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง (Transcendence)

โมเดล PERMA: องค์ประกอบของความผาสุก

ในหนังสือ Flourish (2011) เซลิกแมนได้นำเสนอ Well-Being Theory หรือทฤษฎีความผาสุก ผ่านตัวย่อ PERMA ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบสำคัญที่ส่งเสริมให้มนุษย์มีชีวิตที่สมบูรณ์:

  1. P - Positive Emotion: การมีความรู้สึกเชิงบวกในชีวิตประจำวัน
  2. E - Engagement: การมีความจดจ่อหรือภาวะลื่นไหล (Flow) ในสิ่งที่ทำ
  3. R - Relationships: การมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง
  4. M - Meaning: การมีเป้าหมายในชีวิตหรือการทำประโยชน์เพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเอง
  5. A - Achievement: การบรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การศึกษา: จบปริญญาตรีด้านปรัชญาจาก Princeton University และปริญญาเอกด้านจิตวิทยาจาก University of Pennsylvania
  • ผลงานเด่น: ผู้เขียนหนังสือชื่อดัง เช่น Authentic Happiness, Learned Optimism และ Tomorrowmind (2023)
  • รางวัล: ได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย รวมถึง APA Award for Lifetime Contributions to Psychology ในปี 2017
  • บทบาททางสังคม: เคยเสนอให้รัฐบาลอังกฤษนำเรื่องความผาสุก (Well-being) มาใช้เป็นตัวชี้วัดความมั่งคั่งของชาติแทนตัวเลขทางการเงินเพียงอย่างเดียว
สรุปแนวคิดหลักของ Martin Seligman
แนวคิด คำจำกัดความ เป้าหมาย/ผลลัพธ์
Learned Helplessness การเรียนรู้ที่จะยอมจำนนต่อสถานการณ์เลวร้าย อธิบายกลไกของภาวะซึมเศร้า
Positive Psychology การศึกษาจุดแข็งและศักยภาพเชิงบวกของมนุษย์ สร้างชีวิตที่สมบูรณ์และมีความสุข
PERMA Model องค์ประกอบ 5 ประการของความผาสุก เป็นแนวทางวัดระดับคุณภาพชีวิต
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Learned Helplessness คืออะไร?

คือสภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลหรือสัตว์เผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายซ้ำๆ จนรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมอะไรได้ ส่งผลให้หยุดพยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์ แม้ว่าในภายหลังจะมีโอกาสหรือวิธีการที่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นได้จริงก็ตาม

จิตวิทยาเชิงบวกแตกต่างจากจิตวิทยาทั่วไปอย่างไร?

ในขณะที่จิตวิทยาทั่วไปมักมุ่งเน้นไปที่การรักษาโรค การบำบัดความเจ็บปวด หรือการแก้ไขสิ่งที่ผิดปกติ แต่จิตวิทยาเชิงบวกจะเน้นไปที่การส่งเสริมจุดแข็ง การสร้างความสุข และการพัฒนาศักยภาพเพื่อให้มนุษย์มีชีวิตที่งอกงาม (Flourish)

โมเดล PERMA สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?

เราสามารถนำ PERMA มาใช้ตรวจสอบคุณภาพชีวิตได้ โดยลองประเมินว่าในแต่ละวันเรามีอารมณ์บวกหรือไม่ (P), ได้ทำสิ่งที่รักจนลืมเวลาไหม (E), มีความสัมพันธ์ที่ดีกับใครบ้าง (R), สิ่งที่ทำมีความหมายต่อผู้อื่นหรือไม่ (M) และมีความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นบ้างหรือไม่ (A)

Martin Seligman มีผลงานเขียนเล่มใดที่แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น?

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเข้าใจเรื่องความสุข แนะนำเล่ม Authentic Happiness ส่วนผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมุมมองจากความสิ้นหวังเป็นความหวัง แนะนำเล่ม Learned Optimism

Martin Seligman บิดาแห่งจิตวิทยาเชิงบวกและทฤษฎีการเรียนรู้ที่จะสิ้นหวัง | hmn.in.th