Martin Walkyier ตำนานนักร้องนำผู้บุกเบิกแนวเพลง Folk Metal
ในโลกของดนตรีเฮฟวีเมทัล (Heavy Metal) ชื่อของ Martin Walkyier เป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินผู้มีพรสวรรค์ด้านการเขียนเนื้อเพลงและเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์ เขาไม่เพียงแต่เป็นนักร้องนำของวงดนตรีชื่อดังหลายวง แต่ยังเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์แนวเพลง Folk Metal ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความหนักหน่วงของเมทัลเข้ากับท่วงทำนองดนตรีพื้นเมืองได้อย่างลงตัว
เส้นทางดนตรีจาก Sabbat สู่การสร้างตำนานกับ Skyclad
Martin Walkyier เริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีด้วยการก่อตั้งวง Hydra และต่อมาได้ร่วมกับ Fraser Craske สร้างวง Sabbat ซึ่งเป็นวงแนว Thrash Metal (แนวเพลงเมทัลที่มีจังหวะรวดเร็วและดุดัน) อย่างไรก็ตาม หลังจากร่วมงานกับ Sabbat ได้ระยะหนึ่ง เขาได้ตัดสินใจแยกทางในปี 1990 เพื่อเริ่มต้นบทใหม่กับวง Skyclad
การร่วมงานกับ Skyclad ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเขาได้นำดนตรีพื้นเมืองเข้ามาผสมผสานกับเฮฟวีเมทัล จนกลายเป็นรากฐานของแนว Folk Metal ในเวลาต่อมา ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับวง เขาได้สร้างสรรค์ผลงานอัลบั้มถึง 10 ชุด แต่ความสำเร็จในเชิงศิลปะกลับสวนทางกับสถานะทางการเงิน Walkyier เคยเปิดเผยว่าความไร้เดียงสา การตัดสินใจที่ผิดพลาด และสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ทำให้เขาต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเงินอย่างหนักจนเกือบจะล้มละลาย
การต่อสู้ในชีวิตและการกลับมาในโปรเจกต์ The Clan Destined
หลังจากออกจาก Skyclad Walkyier ต้องผันตัวไปทำงานเป็นพนักงานเฝ้ายามกะกลางคืนให้กับร้านขายเฟอร์นิเจอร์ และก่อตั้งบริษัท Prick Tees เพื่อออกแบบและผลิตเสื้อยืด แม้จะเผชิญกับความยากลำบาก แต่เขายังคงไม่ทิ้งแพสชันในดนตรี โดยมีการแสดงคอนเสิร์ตเป็นครั้งคราวในชื่อ Return to the Sabbat
ต่อมาเขาได้ร่วมกับมือเบส Iscariah ก่อตั้งวง The Clan Destined ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปินที่มีปรัชญาชีวิตแบบเพแกน (Pagans - ความเชื่อดั้งเดิมในธรรมชาติ) แม้ว่าในภายหลัง Iscariah จะออกจากวงไปโดยไม่มีการแจ้งเหตุผล แต่ Walkyier ก็ยังมุ่งมั่นทำอัลบั้ม In the Big Ending ให้เสร็จสมบูรณ์ โดยเขาเป็นผู้เรียบเรียงดนตรีทั้งหมดด้วยตัวเอง พร้อมสร้างมิวสิกวิดีโอเพลง "A Beautiful Start to the End of the World" ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายเรื่อง Aimée und Jaguar ซึ่งได้รับคำชมว่ามีคุณภาพการผลิตที่สูงมากแม้จะใช้ทุนสร้างเพียงเล็กน้อย
การร่วมงานกับวง Hell และผลงานในฐานะศิลปินรับเชิญ
ในปี 2006 วง Sabbat ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อทำการแสดงที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี และในช่วงปลายปี 2008 Walkyier ได้มีโอกาสร่วมงานกับวง Hell ซึ่งเป็นวงไอดอลของเขาในยุค 80 โดยเขาและ Andy Sneap ได้ช่วยสมาชิกที่เหลือของวงในการปรับปรุงเพลงเก่าให้มีความทันสมัยขึ้น หลังจากที่ Dave Halliday นักร้องนำคนเดิมเสียชีวิต
นอกจากนี้ เขายังเป็นที่ต้องการในฐานะนักร้องรับเชิญให้กับวงดนตรีชั้นนำ เช่น Cradle of Filth และ Forgodsake รวมถึงการเขียนบท Rock Opera เรื่อง Plugging Hellfire ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร Devolution พร้อมภาพประกอบโดย Neil Sims
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญ: ได้รับการยกย่องว่าเป็น "อัจฉริยะด้านเนื้อเพลง" (Lyrical Genius) จาก Paul Stenning และมีทักษะการใช้คำที่สละสลวยและชาญฉลาด
- บทบาทสำคัญ: ผู้บุกเบิกการผสมผสานดนตรี Folk เข้ากับ Heavy Metal ผ่านวง Skyclad
- ความหลากหลาย: มีผลงานครอบคลุมทั้งแนว Heavy Metal, Folk Metal และ Thrash Metal
- ผลงานเขียน: สร้างสรรค์ Rock Opera เรื่อง Plugging Hellfire
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 20 กันยายน 1967 |
| บทบาทหลัก | นักร้องนำ, นักแต่งเพลง |
| วงดนตรีที่สำคัญ | Sabbat, Skyclad, The Clan Destined, Hell |
| แนวเพลงที่เชี่ยวชาญ | Heavy Metal, Folk Metal, Thrash Metal |
| ช่วงเวลาที่ทำงาน | ค.ศ. 1985 – ปัจจุบัน |
คำถามที่พบบ่อย
Martin Walkyier มีบทบาทอย่างไรในวงการ Folk Metal?
เขาเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแนวเพลงนี้ผ่านการทำงานกับวง Skyclad โดยการนำเครื่องดนตรีและท่วงทำนองแบบดนตรีพื้นเมืองมาผสมผสานกับความหนักหน่วงของเฮฟวีเมทัล
ทำไมเขาถึงต้องทำงานเป็นพนักงานเฝ้ายามหลังจากออกจาก Skyclad?
เนื่องจากเขาประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง ซึ่งเกิดจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรม การมีที่ปรึกษาที่ขาดประสิทธิภาพ และการตัดสินใจที่ผิดพลาดในช่วงที่ร่วมงานกับวง
The Clan Destined มีแนวคิดเกี่ยวกับอะไร?
เป็นวงที่รวมตัวกันของกลุ่มคนที่มีความเชื่อแบบเพแกน (Pagans) ซึ่งมีปรัชญาชีวิตร่วมกันในฐานะศิลปิน นักออกแบบ และผู้สร้างภาพยนตร์
ความสัมพันธ์ของเขากับวง Hell เป็นอย่างไร?
Walkyier ชื่นชมวง Hell และ Dave Halliday มาตั้งแต่ยุค 80 โดยเขาได้เข้าไปช่วยสมาชิกที่เหลือของวงในการบันทึกเสียงและปรับปรุงเพลงให้ทันสมัยขึ้นในเวลาต่อมา
จุดเด่นที่สุดในงานเขียนเพลงของ Martin Walkyier คืออะไร?
เขาได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์และบรรณาธิการนิตยสาร Metal Hammer ว่าเป็นนักเขียนเนื้อเพลงที่ยอดเยี่ยม มีคลังคำศัพท์ที่กว้างขวาง และมีความสามารถในการใช้คำพ้องเสียงหรือการเล่นคำ (Puns) ได้อย่างชาญฉลาด