← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Marty Markowitz อดีตประธานเขตบรูคลิน ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมแห่งนิวยอร์ก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Marty Markowitz อดีตประธานเขตบรูคลิน ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมแห่งนิวยอร์ก

Marty Markowitz อดีตประธานเขตบรูคลิน ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมแห่งนิวยอร์ก Marty Markowitz เป็นนักการเมืองชาวอเมริกันผู้มีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมเขตบรูคลิน (Brookly…

Marty Markowitzประธานเขตบรูคลินการเมืองนิวยอร์กBarclays Center

Marty Markowitz อดีตประธานเขตบรูคลิน ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมแห่งนิวยอร์ก

Marty Markowitz เป็นนักการเมืองชาวอเมริกันผู้มีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมเขตบรูคลิน (Brooklyn) เมืองนิวยอร์ก ให้กลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่โดดเด่น เขาเป็นที่รู้จักในฐานะประธานเขตบรูคลินคนที่ 17 ซึ่งดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 3 สมัย ตั้งแต่ปี 2002 จนถึงสิ้นปี 2013 โดยก่อนหน้านั้นเขาได้สั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองในฐานะสมาชิกวุฒิสภาแห่งรัฐนิวยอร์กมานานถึง 23 ปี

Content image

เส้นทางชีวิตและการก้าวเข้าสู่การเมือง

มาร์ติน มาร์โควิทซ์ เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1945 ในย่าน Crown Heights เขตบรูคลิน ในครอบครัวชาวยิว ชีวิตในวัยเด็กของเขาต้องเผชิญกับความยากลำบากเมื่อบิดาเสียชีวิตขณะที่เขามีอายุเพียง 9 ปี ทำให้มารดาต้องย้ายครอบครัวไปอาศัยในที่พักอาศัยของรัฐในย่าน Sheepshead Bay

ด้านการศึกษา มาร์โควิทซ์จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม Wingate ในปี 1962 และมีความมุ่งมั่นในการเรียนอย่างมาก โดยเขาเข้าเรียนภาคค่ำที่ Brooklyn College นานถึง 9 ปี จนกระทั่งได้รับปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์ในปี 1970

เขาเริ่มต้นงานบริการสาธารณะในปี 1971 ด้วยการก่อตั้งสภาผู้เช่าบ้าน Flatbush (Flatbush Tenants Council) ซึ่งต่อมาได้ขยายตัวเป็น Brooklyn Housing & Family Services องค์กรพิทักษ์สิทธิผู้เช่าบ้านที่ใหญ่ที่สุดในรัฐนิวยอร์กในปัจจุบัน

บทบาทในวุฒิสภาและจุดเริ่มต้นของงานเทศกาล

ระหว่างปี 1979 ถึง 2001 มาร์โควิทซ์ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาแห่งรัฐนิวยอร์ก โดยครอบคลุมเขตเลือกตั้งที่ 19, 21 และ 20 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เป็นที่จดจำในด้านการร่างกฎหมาย แต่โดดเด่นในการสร้างสรรค์กิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น คอนเสิร์ตริมชายหาดและเทศกาลต่างๆ

ทว่าความมุ่งมั่นในการจัดงานบางครั้งก็นำมาซึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ในปี 1990 ระหว่างคอนเสิร์ตที่มีลมพายุรุนแรง มาร์โควิทซ์ยืนกรานให้การแสดงดำเนินต่อไป จนเกิดอุบัติเหตุอุปกรณ์ไฟตกลงมาทับ Curtis Mayfield ศิลปินเพลงโซลระดับตำนาน จนทำให้เขาเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงคอลงมา

Content image

การดำรงตำแหน่งประธานเขตบรูคลินและการพัฒนาเมือง

หลังจากพยายามลงสมัครครั้งแรกในปี 1985 แต่ไม่สำเร็จ มาร์โควิทซ์สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานเขตบรูคลินได้ในปี 2001 และได้รับเลือกตั้งกลับมาอีกครั้งในปี 2005 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 79%

แม้ตำแหน่งประธานเขตจะมีอำนาจบริหารจำกัด แต่มาร์โควิทซ์ใช้ตำแหน่งนี้เป็นกระบอกเสียงที่ทรงพลังในการผลักดันบรูคลิน โดยเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น:

  • การพัฒนาที่อยู่อาศัย: ผลักดันโครงการบ้านราคาประหยัดผ่านอำนาจ ULURP (Uniform Land Use Review Procedure - กระบวนการทบทวนการใช้ที่ดินที่เป็นมาตรฐาน) และปกป้องโครงการ Starrett City ให้เป็นที่พักอาศัยราคาประหยัดตลอดไป
  • การกระตุ้นเศรษฐกิจ: ปรับปรุงผังเมืองในย่าน Greenpoint, Williamsburg และใจกลางบรูคลิน รวมถึงการพัฒนาท่าเรือสำราญบรูคลินเพื่อดึงดูดบริษัทและธุรกิจสตาร์ทอัพ
  • งานด้านสังคม: ต่อสู้เพื่อรักษาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ LGBT แห่งแรกในบรูคลิน

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ก่อตั้งกิจกรรมสร้างชื่อมากมาย เช่น Brooklyn Book Festival, สัปดาห์ร้านอาหาร Dine in Brooklyn และซีรีส์คอนเสิร์ตฤดูร้อน Seaside Summer Concert Series ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตฟรีรายสัปดาห์ที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์ก

โครงการ Atlantic Yards และประเด็นความขัดแย้ง

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่ถกเถียงมากที่สุดคือการผลักดันโครงการ Atlantic Yards (ปัจจุบันคือ Pacific Park) ซึ่งนำไปสู่การสร้าง Barclays Center สนามกีฬาที่ใช้เป็นบ้านของทีมบาสเกตบอล NBA อย่าง Brooklyn Nets โดยมาร์โควิทซ์เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวให้ Bruce Ratner เข้าซื้อทีม Nets ในปี 2004

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชน เนื่องจากความล่าช้าในการสร้างที่อยู่อาศัยราคาประหยัดตามที่สัญญาไว้ โดยหลายคนมองว่าผู้พัฒนาให้ความสำคัญกับสนามกีฬามากกว่าสวัสดิการของชุมชน

Content image

ข้อพิพาทและประเด็นทางกฎหมาย

มาร์โควิทซ์เคยเผชิญกับความขัดแย้งหลายครั้ง เช่น การคัดค้านการสร้างเลนจักรยานบนถนน Prospect Park West เนื่องจากกังวลเรื่องการสูญเสียที่จอดรถและช่องจราจร แม้ว่าจะมีข้อมูลด้านความปลอดภัยของคนเดินเท้าสนับสนุนก็ตาม

ในด้านจริยธรรม ปี 2011 เขาถูกคณะกรรมการว่าด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflicts of Interest Board) สั่งปรับเป็นเงิน 20,000 ดอลลาร์ เนื่องจากยอมรับการสนับสนุนค่าเดินทางให้แก่ Jamie Snow ภรรยาของเขา จากรัฐบาลตุรกีและเนเธอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนตน

สรุปข้อมูลสำคัญของ Marty Markowitz
หัวข้อ รายละเอียด
ตำแหน่งสูงสุด ประธานเขตบรูคลินคนที่ 17 (2002–2013)
ประสบการณ์การเมือง สมาชิกวุฒิสภาแห่งรัฐนิวยอร์ก (1979–2001)
พรรคการเมือง เดโมแครต (Democratic Party)
ผลงานเด่น Barclays Center, Brooklyn Book Festival, การพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาประหยัด
การศึกษา ปริญญาตรีรัฐศาสตร์ จาก Brooklyn College

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • เกิดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 1945 ในย่าน Crown Heights บรูคลิน
  • ดำรงตำแหน่งประธานเขตบรูคลินรวม 3 สมัย สิ้นสุดวาระในเดือนธันวาคม 2013
  • ก่อตั้งองค์กรพิทักษ์สิทธิผู้เช่าบ้านที่ใหญ่ที่สุดในรัฐนิวยอร์ก
  • เป็นผู้ผลักดันหลักในการนำทีม NBA (Brooklyn Nets) มายังบรูคลิน
  • เคยถูกปรับ 20,000 ดอลลาร์ กรณีรับค่าเดินทางให้ภรรยาจากรัฐบาลต่างประเทศ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Marty Markowitz มีบทบาทอย่างไรในการพัฒนาบรูคลิน?

เขาเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การปรับผังเมืองเพื่อดึงดูดธุรกิจ และการสร้างกิจกรรมทางวัฒนธรรมขนาดใหญ่ รวมถึงการผลักดันโครงการที่อยู่อาศัยราคาประหยัดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเมือง

Barclays Center เกี่ยวข้องกับ Marty Markowitz อย่างไร?

มาร์โควิทซ์เป็นผู้ผลักดันโครงการ Atlantic Yards และเป็นคนโน้มน้าวให้ Bruce Ratner ซื้อทีม Brooklyn Nets เพื่อนำสนามกีฬาและทีมบาสเกตบอลระดับโลกมาสู่เขตบรูคลิน

ทำไมเขาถึงถูกปรับเงิน 20,000 ดอลลาร์ในปี 2011?

เขาถูกปรับเนื่องจากรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ภรรยาจากรัฐบาลของประเทศตุรกีและเนเธอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบด้านผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐ

เขามีความขัดแย้งเรื่องเลนจักรยานอย่างไร?

เขาคัดค้านการสร้างเลนจักรยานแบบสองทางบนถนน Prospect Park West เพราะไม่ต้องการให้ลดจำนวนที่จอดรถและช่องจราจร แม้ว่ากรมการขนส่ง (DOT) จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาอุบัติเหตุในพื้นที่ก็ตาม

มาร์โควิทซ์เคยลงสมัครนายกเทศมนตรีนิวยอร์กหรือไม่?

เขาเคยพิจารณาที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีในปี 2009 และ 2013 แต่ในที่สุดตัดสินใจไม่ลงสมัคร และเลือกที่จะสนับสนุน Michael Bloomberg ในปี 2009 แทน