Mary Bassett แพทย์และนักวิจัยผู้ขับเคลื่อนความเท่าเทียมด้านสาธารณสุขระดับโลก
Mary Travis Bassett เป็นแพทย์และนักวิจัยด้านสาธารณสุขชาวอเมริกันผู้มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการระบบสุขภาพระดับเมืองและระดับรัฐของนิวยอร์ก รวมถึงเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพที่เกิดจากปัจจัยทางสังคมและเชื้อชาติ
ตลอดเส้นทางอาชีพของเธอ Bassett ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย ตั้งแต่การเป็นผู้อำนวยการศูนย์ FXB ด้านสุขภาพและสิทธิมนุษยชนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ไปจนถึงการเป็นผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเธอได้นำความรู้ด้าน Clinical Epidemiology (ระบาดวิทยาคลินิก หรือการศึกษาการกระจายและปัจจัยกำหนดของโรคในกลุ่มผู้ป่วย) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

เส้นทางชีวิตและการศึกษา
Bassett เติบโตในนครนิวยอร์ก โดยมีพื้นฐานครอบครัวที่ส่งเสริมด้านวิชาการและการเคลื่อนไหวทางสังคม บิดาของเธอเป็นนักเคมีชาวแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์นม ส่วนมารดาเป็นบรรณารักษ์และนักกิจกรรมชาวผิวขาว
ด้านการศึกษา เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 1974 จากนั้นเข้าศึกษาต่อจนได้รับปริญญาแพทยศาสตร์ (MD) จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในปี 1979 และคว้าปริญญาโทด้านสาธารณสุข (MPH) สาขาการวิจัยนโยบายสุขภาพจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันในปี 1985 ก่อนจะเข้ารับการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านที่ Harlem Hospital Center
ประสบการณ์การทำงานระดับนานาชาติและบทบาทในนิวยอร์ก
ในช่วงปี 1985 ถึง 2002 Bassett ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในประเทศซิมบับเว โดยดำรงตำแหน่งอาจารย์แพทย์ที่มหาวิทยาลัยซิมบับเว ประสบการณ์การเผชิญหน้ากับวิกฤตโรคเอดส์ในแอฟริกาทำให้เธอตระหนักถึงผลกระทบของความไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้าง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญในการทำงานด้านความยุติธรรมทางสังคม
เมื่อกลับมายังสหรัฐอเมริกา เธอได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ดังนี้:
- ปี 2014–2018: ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการสาธารณสุขนครนิวยอร์ก (NYC Health Commissioner) โดยมีผลงานโดดเด่นในการนำทีมรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา และการจัดการโรคเลจิโอแนร์ (Legionnaires' disease)
- ปี 2021–2022: ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าการรัฐ Kathy Hochul ให้เป็นผู้ตรวจการสาธารณสุขแห่งรัฐนิวยอร์ก (New York State Health Commissioner)
ในช่วงที่บริหารงานระดับรัฐ เธอได้ออกแนวทางปฏิบัติในการกระจายยารักษาโรค COVID-19 ที่มีจำกัด โดยระบุว่าเชื้อชาติที่ไม่ใช่ผิวขาวหรือกลุ่มฮิสแปนิก/ลาติน ควรถูกพิจารณาว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่ออาการป่วยรุนแรง ซึ่งแม้จะนำไปสู่การฟ้องร้องในประเด็นการเลือกปฏิบัติ แต่ในที่สุดศาลก็ได้ยกฟ้องคดีดังกล่าว
บทบาททางวิชาการและการพ้นจากตำแหน่งที่ฮาร์วาร์ด
Bassett กลับมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ FXB ด้านสุขภาพและสิทธิมนุษยชนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 2023 โดยเธอได้ขยายโครงการด้านสุขภาพและสิทธิมนุษยชนในปาเลสไตน์ เพื่อศึกษาผลกระทบของการยึดครองพื้นที่ต่อสุขภาพของเด็กปฐมวัยในเวสต์แบงก์
อย่างไรก็ตาม บทบาทนี้ได้นำไปสู่ความขัดแย้งทางความคิด โดยมีรายงานจากคณะทำงานของมหาวิทยาลัยวิจารณ์ว่าเนื้อหาบางส่วนนำเสนอภาพลักษณ์ของอิสราเอลในเชิงลบ จนกระทั่งในเดือนธันวาคม 2025 เธอถูกขอให้ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ FXB ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีบุคลากรในมหาวิทยาลัยกว่า 400 คนลงชื่อคัดค้านและมองว่าเป็นการตัดสินใจที่มีแรงจูงใจทางการเมือง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญ: การเชื่อมโยงระหว่างความยุติธรรมทางสังคม สิทธิมนุษยชน และสาธารณสุข
- รางวัลเกียรติยศ: ได้รับรางวัล Frank A. Calderone Prize ในปี 2016 ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในสาขาสาธารณสุขของสหรัฐฯ
- สมาชิกภาพ: ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ National Academy of Medicine ในปี 2017
- ผลงานวิชาการ: ตีพิมพ์งานวิจัยในวารสารชั้นนำอย่าง The Lancet และ New England Journal of Medicine เกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติเชิงโครงสร้างและผลกระทบต่อสุขภาพ
| ช่วงปี | ตำแหน่ง / ความสำเร็จ | หน่วยงาน / สถาบัน |
|---|---|---|
| 1985–2002 | อาจารย์แพทย์ | มหาวิทยาลัยซิมบับเว |
| 2014–2018 | ผู้ตรวจการสาธารณสุขนครนิวยอร์ก | NYC Department of Health and Mental Hygiene |
| 2016 | ได้รับรางวัล Calderone Prize | Mailman School of Public Health |
| 2021–2022 | ผู้ตรวจการสาธารณสุขรัฐนิวยอร์ก | New York State Department of Health |
| 2023–2025 | ผู้อำนวยการศูนย์ FXB | มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด |
คำถามที่พบบ่อย
Mary Bassett มีบทบาทสำคัญอย่างไรในช่วงการระบาดของ COVID-19?
เธอได้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการสาธารณสุขรัฐนิวยอร์ก และได้ออกแนวทางปฏิบัติในการให้ยารักษาโรค COVID-19 โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการป่วยรุนแรง เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการรักษา
ทำไมเธอถึงให้ความสำคัญกับเรื่องความยุติธรรมทางสังคมในงานแพทย์?
จากการทำงานในซิมบับเว เธอพบว่าปัญหาด้านสุขภาพไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้างและการขาดโอกาส ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอพบว่าเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเช่นกัน
รางวัล Frank A. Calderone Prize คืออะไร?
เป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดในสาขาสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมอบให้แก่ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นในการพัฒนาสุขภาพของประชากร
สาเหตุของการพ้นจากตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 2025 คืออะไร?
ทางมหาวิทยาลัยระบุว่าต้องการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของศูนย์ FXB ให้มุ่งเน้นด้านสุขภาพเด็กและการพัฒนาปฐมวัย แต่มีข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับแรงกดดันทางการเมืองจากโครงการศึกษาด้านสุขภาพในปาเลสไตน์