Maureen Feeney เส้นทางนักการเมืองหญิงผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองบอสตัน
Maureen E. Feeney คือบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองของเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ผู้ซึ่งอุทิศตนทำงานเพื่อสาธารณะมาอย่างยาวนาน โดยดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งในฐานะสมาชิกสภาเมืองและเลขานุการเมืองบอสตัน (City Clerk) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดูแลงานด้านธุรการและกฎระเบียบของเมือง
รากฐานทางการเมืองของเธอเริ่มต้นจากครอบครัวที่คลุกคลีอยู่กับการเมืองในบอสตัน โดยพ่อแม่ของเธอเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของ James Michael Curley รวมถึงคุณตาของเธอ Robert Kelly ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและอาสาสมัครช่วยหาเสียงให้ Curley ประสบการณ์ในวัยเด็กเหล่านี้หล่อหลอมให้เธอมีความสนใจในงานบริการสังคมตั้งแต่วัยเยาว์

จุดเริ่มต้นจากภาคเอกชนสู่เส้นทางการเมือง
ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกของการเมืองอย่างเต็มตัว Feeney เคยทำงานในอุตสาหกรรมประกันภัย แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนเมษายน ปี 1987 เมื่อเธอตัดสินใจลาออกจากงานภาคเอกชนเพื่อรับตำแหน่งผู้ช่วยของ James E. Byrne สมาชิกสภาเมืองเขต 3 ซึ่งถือเป็นงานในภาครัฐครั้งแรกของเธอ โดยเธอทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างสภาเมืองและชุมชนในพื้นที่
สิ่งที่น่าสนใจคือ ก่อนที่จะมาร่วมงานกับ Byrne นั้น Feeney เคยดำรงตำแหน่งเหรัญญิกในการหาเสียงให้กับ John Garland ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการเมืองของ Byrne ในขณะนั้น
บทบาทในสภาเมืองบอสตัน (1993–2011)
เมื่อ James E. Byrne ตัดสินใจเกษียณอายุทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งปี 1993 เขาได้สนับสนุนให้ Feeney ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งของเขา ซึ่งเธอสามารถคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเสียง 55% เอาชนะ John O'Toole ในการเลือกตั้งทั่วไปแบบไม่สังกัดพรรค
ตลอดระยะเวลาเกือบ 18 ปีในสภาเมือง Feeney ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ดำรงตำแหน่งนี้ต่อเนื่องถึง 9 สมัย โดยเป็นตัวแทนของเขตพื้นที่ย่าน Dorchester ผลงานที่เธอภาคภูมิใจที่สุดคือการผลักดันกฎหมายในปี 1995 เพื่อควบรวมโรงพยาบาล Boston City Hospital และ Boston University Hospital จนกลายเป็น Boston Medical Center ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้สถาบันการแพทย์ของรัฐต้องถูกเปลี่ยนเป็นเอกชน

ในด้านการบริหารภายในสภา เธอได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาเมืองบอสตันในเดือนมกราคม 2007 โดยการสนับสนุนของนายกเทศมนตรี Thomas Menino ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงคนที่สองที่ดำรงตำแหน่งนี้ และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งปี (ปี 2008) การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงการเพิ่มอำนาจของกลุ่มตัวแทนจากย่านที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมในบอสตัน
แม้จะประสบความสำเร็จในระดับเมือง แต่เธอก็เคยพยายามก้าวเข้าสู่การเมืองระดับรัฐ โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนรัฐในเขต 13 Suffolk ปี 1996 (แต่ถอนตัวในภายหลัง) และลงสมัครสมาชิกวุฒิสภาแมสซาชูเซตส์ในปี 1997 และ 1998 แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครต

การดำรงตำแหน่งเลขานุการเมืองบอสตัน (2012–2022)
Feeney ประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองอีกครั้งในเดือนเมษายน 2011 และลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2011 เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งกำหนดให้ต้องพ้นจากตำแหน่งเดิมอย่างน้อย 30 วันก่อนจะรับตำแหน่งใหม่
ต่อมาในวันที่ 21 ธันวาคม 2011 สภาเมืองมีมติ 10 ต่อ 1 แต่งตั้งให้เธอเป็น เลขานุการเมืองบอสตัน (City Clerk) และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือนถัดมา โดยเธอทำงานในตำแหน่งนี้จนกระทั่งเกษียณอายุในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2022 หลังจากดำรงตำแหน่งครบ 3 วาระ
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง | บทบาทสำคัญ / ผลงาน |
|---|---|---|
| 1987 - 1993 | ผู้ช่วยสมาชิกสภาเมือง | ผู้ประสานงานชุมชนให้ James E. Byrne |
| 1994 - 2011 | สมาชิกสภาเมืองบอสตัน | ผลักดันการก่อตั้ง Boston Medical Center |
| 2007 - 2009 | ประธานสภาเมืองบอสตัน | ผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาเกิน 1 ปี |
| 2012 - 2022 | เลขานุการเมืองบอสตัน | ดูแลงานบริหารและธุรการของเมืองบอสตัน |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สังกัดพรรค: พรรคเดโมแครต (Democratic Party)
- ความสำเร็จสูงสุด: การควบรวมโรงพยาบาลรัฐเพื่อรักษาความเป็นสาธารณะของ Boston Medical Center
- สถิติสำคัญ: เป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาเมืองบอสตันมากกว่าหนึ่งปี
- งานอาสาสมัคร: เป็นกรรมการในองค์กรการกุศลหลายแห่ง เช่น Bay Cove Human Services และ Dorchester Boys & Girls Club
- รางวัล: ได้รับรางวัล "Woman of the Year" จากองค์กร Friends for Children ในปี 2000
คำถามที่พบบ่อย
Maureen Feeney มีบทบาทสำคัญอย่างไรในด้านสาธารณสุขของบอสตัน?
เธอเป็นผู้เขียนกฎหมายที่ทำให้เกิดการควบรวมระหว่าง Boston City Hospital และ Boston University Hospital ในปี 1995 จนกลายเป็น Boston Medical Center ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้โรงพยาบาลของรัฐถูกแปรรูปเป็นเอกชน
ทำไมเธอถึงต้องลาออกจากสภาเมืองก่อนครบวาระในปี 2011?
เธอลาออกก่อนกำหนดเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งกำหนดให้ต้องพ้นจากตำแหน่งเดิมอย่างน้อย 30 วัน จึงจะสามารถรับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการเมืองบอสตันได้
ตำแหน่งประธานสภาเมืองบอสตันมีความสำคัญต่อเธออย่างไร?
การได้รับเลือกเป็นประธานสภาในปี 2007 ไม่เพียงแต่ทำให้เธอเป็นผู้หญิงคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ดำรงตำแหน่งนี้ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเพิ่มอำนาจให้กับตัวแทนจากย่านที่มีความหลากหลายในเมืองบอสตัน
นอกเหนือจากงานการเมือง เธอมีส่วนร่วมในสังคมด้านใดบ้าง?
เธอทำงานเป็นกรรมการบริหารในหลายองค์กรเพื่อสังคม เช่น Boston Home, Bay Cove Human Services และสโมสรเด็กชายและเด็กหญิงแห่ง Dorchester รวมถึงเป็นสมาชิกคณะกรรมการรัฐของพรรคเดโมแครตแมสซาชูเซตส์