Maurizio Cheli นักบินทดสอบและนักบินอวกาศผู้สร้างสถิติโลก
ในโลกของการบินและอวกาศ ชื่อของ Maurizio Cheli เป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลผู้มีความสามารถรอบด้าน ทั้งในบทบาทของนายทหารระดับสูงในกองทัพอากาศอิตาลี นักบินอวกาศขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) และผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่
เส้นทางสู่ห้วงอวกาศและการศึกษา
Maurizio Cheli เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 1959 ณ เมือง Zocca ประเทศอิตาลี เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพด้วยการเข้าศึกษาที่โรงเรียนนายเรืออากาศของอิตาลี ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ประเทศอังกฤษเพื่อฝึกฝนเป็น Test Pilot หรือนักบินทดสอบ ซึ่งเป็นผู้ที่มีหน้าที่บินทดสอบเครื่องบินรุ่นใหม่เพื่อประเมินสมรรถนะและความปลอดภัย โดยเขาได้สำเร็จการศึกษาจาก Empire Test Pilots' School ในปี 1988
ด้วยความเป็นเลิศทางด้านการบิน เขาจึงได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย ได้แก่ รางวัล McKenna Trophy สำหรับนักเรียนดีเด่น, รางวัล Sir Alan Cobham Award สำหรับมาตรฐานการบินสูงสุด และรางวัล Hawker Hunter Trophy สำหรับรายงานการควบคุมเครื่องบินที่ยอดเยี่ยมที่สุด
นอกเหนือจากทักษะการบิน Cheli ยังให้ความสำคัญกับวิชาการ โดยสำเร็จการศึกษาด้านธรณีฟิสิกส์จาก University of Rome La Sapienza และคว้าปริญญาโทด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace Engineering) จาก University of Houston ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งความรู้เหล่านี้ส่งผลให้เขาได้รับเลือกเข้าเป็นผู้สมัครนักบินอวกาศของ ESA ในปี 1992 และผ่านการฝึกฝนร่วมกับกองทัพอากาศสหรัฐฯ จนก้าวสู่ตำแหน่งพันโทในกองทัพอากาศอิตาลี

ภารกิจในอวกาศและประสบการณ์การบิน
ในปี 1996 Maurizio Cheli ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ Mission Specialist หรือผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ บนยานขนส่งอวกาศของ NASA ในภารกิจ STS-75 โดยเขาสามารถสะสมชั่วโมงการปฏิบัติงานในอวกาศได้รวม 15 วัน 17 ชั่วโมง และ 41 นาที หรือคิดเป็นเวลากว่า 380 ชั่วโมง
หลังจากการเดินทางสู่อวกาศ เขายังคงทำงานในอุตสาหกรรมการบิน โดยเข้าร่วมงานกับ Alenia Aeronautica ในปีเดียวกัน และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้านักบินทดสอบสำหรับเครื่องบินขับไล่ โดยผลงานชิ้นสำคัญคือการนำโปรแกรมทดสอบเครื่องบิน Eurofighter Typhoon จนสำเร็จ
ตลอดอาชีพการทำงาน Cheli มีชั่วโมงบินรวมมากกว่า 4,500 ชั่วโมง และมีประสบการณ์ขับเครื่องบินที่แตกต่างกันมากกว่า 50 รุ่น ซึ่งสะท้อนถึงทักษะการบินระดับสูงที่หาได้ยาก
นวัตกรรมและการสร้างสถิติโลก
ความหลงใหลในเทคโนโลยีนำไปสู่การก่อตั้งบริษัท DigiSky ในปี 2005 ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีการบิน โดยในปี 2009 ระหว่างการแข่งขัน World Air Games ที่เมืองตูริน Cheli ได้สร้างชื่อเสียงอีกครั้งด้วยการขับเครื่องบินทดลอง SkySpark ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฟฟ้าที่ออกแบบโดยบริษัทของเขาเอง จนสามารถทำสถิติโลกด้านความเร็วในรุ่นเครื่องบินประเภทเดียวกันได้สำเร็จเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2009
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งทางทหาร | พันโท กองทัพอากาศอิตาลี |
| ภารกิจอวกาศ | STS-75 (NASA/ESA) |
| เวลาในอวกาศ | 15 วัน 17 ชั่วโมง 41 นาที |
| ประสบการณ์การบิน | 4,500+ ชั่วโมง (เครื่องบิน 50+ รุ่น) |
| ความสำเร็จด้านนวัตกรรม | สถิติโลกความเร็วเครื่องบินไฟฟ้า SkySpark |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป็นทั้งนักบินอวกาศ ESA และนายทหารระดับพันโทของอิตาลี
- ได้รับรางวัลระดับสูง 3 รางวัลจากการฝึกนักบินทดสอบที่อังกฤษ
- เชี่ยวชาญทั้งด้านธรณีฟิสิกส์และวิศวกรรมการบินและอวกาศ
- เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท DigiSky และสร้างสถิติโลกด้วยเครื่องบินไฟฟ้า
- สมรสกับ Marianne Merchez ซึ่งเป็นอดีตนักบินอวกาศของ ESA เช่นกัน
คำถามที่พบบ่อย
Maurizio Cheli มีบทบาทอะไรในภารกิจ STS-75?
เขาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง Mission Specialist หรือผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานเฉพาะทางทางวิทยาศาสตร์หรือเทคนิคบนยานขนส่งอวกาศ
เขามีความเชี่ยวชาญด้านการบินมากน้อยเพียงใด?
เขามีชั่วโมงบินมากกว่า 4,500 ชั่วโมง และเคยขับเครื่องบินที่แตกต่างกันมากกว่า 50 รุ่น รวมถึงเคยเป็นหัวหน้านักบินทดสอบสำหรับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon
เครื่องบิน SkySpark คืออะไร?
เป็นเครื่องบินทดลองที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฟฟ้า ซึ่งออกแบบโดยบริษัท DigiSky ของเขาเอง และสามารถทำสถิติโลกด้านความเร็วในรุ่นของมันได้ในปี 2009
Maurizio Cheli จบการศึกษาด้านใดบ้าง?
เขาจบการศึกษาด้านธรณีฟิสิกส์จาก University of Rome La Sapienza และปริญญาโทด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศจาก University of Houston
เขาได้รับรางวัลอะไรบ้างจากการฝึกเป็นนักบินทดสอบ?
เขาได้รับรางวัล McKenna Trophy (นักเรียนดีเด่น), Sir Alan Cobham Award (มาตรฐานการบินสูงสุด) และ Hawker Hunter Trophy (รายงานการควบคุมเครื่องบินดีเยี่ยม)