← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Max Weinberg มือกลองระดับตำนานผู้ขับเคลื่อนจังหวะให้ Bruce Springsteen และ Conan O'Brien

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Max Weinberg มือกลองระดับตำนานผู้ขับเคลื่อนจังหวะให้ Bruce Springsteen และ Conan O'Brien

Max Weinberg มือกลองระดับตำนานผู้ขับเคลื่อนจังหวะให้ Bruce Springsteen และ Conan O Brien หากจะกล่าวถึงมือกลองที่มีอิทธิพลและมีความสามารถรอบด้านที่สุดคนหนึ่งในวงการดนตรีอเ…

Max WeinbergมือกลองE Street BandBruce Springsteen

Max Weinberg มือกลองระดับตำนานผู้ขับเคลื่อนจังหวะให้ Bruce Springsteen และ Conan O'Brien

หากจะกล่าวถึงมือกลองที่มีอิทธิพลและมีความสามารถรอบด้านที่สุดคนหนึ่งในวงการดนตรีอเมริกัน ชื่อของ Max Weinberg ย่อมปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้รักษาจังหวะที่ทรงพลังให้กับร็อกสตาร์ระดับโลกอย่าง Bruce Springsteen เท่านั้น แต่ยังเป็นบุคคลที่มีสีสันในวงการโทรทัศน์ในฐานะหัวหน้าวงดนตรีให้กับรายการทอล์กโชว์ชื่อดังของ Conan O'Brien อีกด้วย

จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในวัยเยาว์

Max Weinberg เกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน 1951 ที่เมืองนิวอาร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ ในครอบครัวชาวยิว โดยมีคุณพ่อเป็นทนายความและคุณแม่เป็นครูพละ เขาเริ่มซึมซับดนตรีตั้งแต่เด็กจากการไปชมโชว์บรอดเวย์ทุกสัปดาห์ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ซึ่งทำให้เขาหลงใหลในเสียงอันยิ่งใหญ่ของวงออร์เคสตราในหลุมดนตรี (Pit Orchestra) และต่อมาได้หันมาสนใจจังหวะของเพลงคันทรีและเวสเทิร์น

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาอายุ 5 ขวบ หลังจากได้เห็น Elvis Presley และมือกลอง D.J. Fontana ในรายการโทรทัศน์ ซึ่งกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาตัดสินใจว่าอยากเป็นมือกลองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Weinberg เริ่มฝึกฝนและออกงานสาธารณะครั้งแรกตอนอายุ 7 ขวบ โดยการร่วมเล่นกับวงในงานบาร์มิทซวาห์ (พิธีบรรลุนิติภาวะของเด็กชายชาวยิว) จนกลายเป็นดาวเด่นตัวน้อยในท้องถิ่นที่มักจะสวมชุดสูทโมแฮร์สามชิ้นขณะตีกลอง

Max Weinberg on drums

ในช่วงวัยรุ่น เขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากวง The Ventures และ Ringo Starr แห่งวง The Beatles ซึ่งนำเขาเข้าสู่โลกของดนตรีร็อก แม้ว่าในช่วงเข้ามหาวิทยาลัยเขาจะตั้งเป้าหมายว่าอยากเป็นทนายความตามรอยคุณพ่อ แต่ความหลงใหลในดนตรีก็ยังคงอยู่ โดยเขามักจะพกชุดกลองไว้ในรถเสมอเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทุกโอกาสที่เข้ามา

เส้นทางสู่ความสำเร็จกับ E Street Band

โชคชะตานำพาให้ Weinberg ได้พบกับ Bruce Springsteen ในปี 1974 และหลังจากผ่านการออดิชันที่เข้มข้น เขาก็ได้รับเลือกให้เป็นมือกลองของ E Street Band ด้วยค่าจ้างเริ่มต้นเพียง 110 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ซึ่งทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยทันทีเพื่อมุ่งหน้าสู่เส้นทางดนตรีอย่างเต็มตัว

Weinberg กลายเป็นหัวใจสำคัญของวงด้วยสไตล์การตีที่ทรงพลังแต่ควบคุมได้อย่างแม่นยำ เขาได้รับฉายาว่า "the Mighty Max" และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือการจ้องมอง Springsteen ตลอดเวลาขณะแสดง เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนจังหวะหรือรูปแบบการเล่นตามการตัดสินใจที่ฉับพลันของ Springsteen ได้อย่างไร้รอยต่อ

Middle-aged man with glasses wearing a dark shirt sits behind a drum kit on a riser with his right hand and stick about to hit a snare drum; he his looking directly at another middle-aged man in front of and slightly to the left of him, dressed in dark clothes with an electric guitar strapped to him, left hand on the frets, right hand flying away after playing a chord, eyes shut in an expression of conveying musical intensity of some kind

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งคืออัลบั้ม Born in the U.S.A. (1984) ซึ่ง Weinberg ได้สร้างเสียงกลองสแนร์ที่กลายเป็นเอกลักษณ์และช่วยส่งเสริมให้เพลงนี้ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เขาเคยเผชิญกับภาวะถดถอยในการเล่นและอาการบาดเจ็บทางเส้นเอ็น (Tendinitis) จนต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 7 ครั้ง แต่ด้วยวินัยและการฝึกฝนร่วมกับ Joe Morello มือกลองแจ๊สชื่อดัง ทำให้เขากลับมาท็อปฟอร์มได้อีกครั้ง

Middle-aged man with slightly graying dark hair and glasses wearing black shirt sits behind a silver-colored, gold-lit drum kit with his left hand and stick about to hit a cymbal and his eyes fixed straight ahead.

การผันตัวสู่โลกโทรทัศน์และ The Max Weinberg 7

หลังจากที่ Springsteen ยุบวง E Street Band ในปี 1989 Weinberg ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากและพยายามลองผิดลองถูกในธุรกิจดนตรี จนกระทั่งในปี 1993 เขาได้พบกับ Conan O'Brien และได้รับโอกาสให้เป็นหัวหน้าวงดนตรีในรายการ Late Night with Conan O'Brien

เขาได้ก่อตั้งวง The Max Weinberg 7 โดยนำเสนอแนวดนตรี Jump Blues (ดนตรีบลูส์ที่มีจังหวะสนุกสนานและรวดเร็ว) ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้นทางดนตรี แต่ Weinberg ยังกลายเป็นตัวละครตลกที่คอยรับส่งมุกกับ Conan O'Brien ทำให้เขากลายเป็นคนดังในโลกโทรทัศน์ที่ผู้คนรู้จักในวงกว้างมากขึ้น

Several men are playing instruments, including trumpet, saxophone, trombone, and guitar, behind bandstands; at a higher elevation to the right of them is another man behind a drum kit and looking over at the band members; the bass drum is labeled "The Max Weinberg 7"; behind all of them is a paster sculpture wall and a series of vertical curtains, some translucent with a painted cityscape behind them

แม้จะยุ่งกับงานในรายการโทรทัศน์ แต่เมื่อ Springsteen รวบรวมวง E Street Band อีกครั้งในปี 1999 Weinberg ก็สามารถจัดสรรเวลาเพื่อกลับไปร่วมงานกับทั้งสองฝ่ายได้อย่างลงตัว จนกระทั่งในปี 2014 เขาได้รับการจารึกชื่อเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในฐานะสมาชิกของ E Street Band

A large arena stage is seen from above with about ten musicians, including a drummer on a stand, as video screens show the singer and green lighting shines on the stage and audience

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ฉายา: Mighty Max
  • ความสำเร็จสูงสุด: สมาชิก E Street Band และหัวหน้าวงในรายการของ Conan O'Brien
  • อิทธิพลทางดนตรี: D.J. Fontana, Ringo Starr และ Buddy Rich
  • เกียรติประวัติ: ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ปี 2014
  • ผลงานเขียน: ผู้เขียนหนังสือ The Big Beat ซึ่งรวบรวมบทสัมภาษณ์มือกลองระดับโลก
สรุปข้อมูลประวัติและผลงานของ Max Weinberg
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 13 เมษายน 1951
แนวเพลงที่เชี่ยวชาญ Rock, Jump Blues, Big Band
วงดนตรีหลัก E Street Band, The Max Weinberg 7
เครื่องดนตรี กลองชุด (Drums)
ความสัมพันธ์ครอบครัว บิดาของ Jay Weinberg (อดีตมือกลอง Slipknot)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Max Weinberg มีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Bruce Springsteen?

เขาเป็นมือกลองหลักของ E Street Band วงดนตรีของ Bruce Springsteen มาอย่างยาวนาน โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่สามารถ "อ่านใจ" Springsteen ได้ดีที่สุดในขณะทำการแสดง

The Max Weinberg 7 คือวงดนตรีประเภทใด?

เป็นวงดนตรีที่ Max Weinberg ก่อตั้งขึ้นเพื่อใช้ในรายการของ Conan O'Brien โดยเน้นแนวดนตรี Jump Blues ที่มีพลังและจังหวะที่ขับเคลื่อนด้วยกลองเป็นหลัก

เขามีอุปสรรคด้านสุขภาพในการเล่นดนตรีหรือไม่?

ใช่ เขาเคยประสบปัญหาโรคเส้นเอ็นอักเสบ (Tendinitis) และอาการบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำๆ จนต้องเข้ารับการผ่าตัดที่มือและข้อมือถึง 7 ครั้ง

Max Weinberg เคยทำอาชีพอื่นนอกเหนือจากนักดนตรีหรือไม่?

เขาเคยศึกษาด้านภาพยนตร์และตั้งใจจะเป็นทนายความ รวมถึงเคยทำงานในด้านบริหารธุรกิจดนตรีและก่อตั้งบริษัทแผ่นเสียง Hard Ticket Entertainment ในช่วงที่ E Street Band ยุบวง

ลูกชายของ Max Weinberg เป็นใคร?

ลูกชายของเขาคือ Jay Weinberg ซึ่งเป็นมือกลองที่มีชื่อเสียงเช่นกัน โดยเคยร่วมงานกับวง Slipknot และ Suicidal Tendencies