← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
MB

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Merv Blaker จากไบค์เกอร์นอกกฎหมายสู่การเป็นนักกิจกรรมทางสังคม

Merv Blaker จากไบค์เกอร์นอกกฎหมายสู่การเป็นนักกิจกรรมทางสังคม เรื่องราวของ Murray Lloyd Merv Blaker ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกของอดีตสมาชิกแก๊งมอเตอร์ไซค์นอกกฎหมาย แต่เป็นมหากา…

Merv BlakerSatan's ChoicePort Hope 8Ojibwe

Merv Blaker จากไบค์เกอร์นอกกฎหมายสู่การเป็นนักกิจกรรมทางสังคม

เรื่องราวของ Murray Lloyd "Merv" Blaker ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกของอดีตสมาชิกแก๊งมอเตอร์ไซค์นอกกฎหมาย แต่เป็นมหากาพย์การต่อสู้กับอัตลักษณ์ การถูกตีตราทางสังคม และการเผชิญหน้ากับระบบยุติธรรมในแคนาดา จากชายผู้แสวงหาการยอมรับในกลุ่มพี่น้องสองล้อ สู่การเป็นผู้ต้องขังในคดีสะเทือนขวัญ และลงเอยด้วยการเป็นนักกิจกรรมทางสังคมที่มุ่งมั่น

ปมในใจและจุดเริ่มต้นกับ Satan's Choice

Blaker เกิดในครอบครัวชาว Ojibwe (ชนพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งในอเมริกาเหนือ) แต่ชีวิตของเขาต้องเผชิญกับความย้อนแย้งทางอัตลักษณ์ เนื่องจากพ่อแม่ของเขาได้สละสถานะ "Status Indians" ตามกฎหมาย Indian Act ปี 1876 เพื่อออกไปทำงานในโรงงานผลิตอาวุธในช่วงสงคราม ซึ่งในขณะนั้นกฎหมายบังคับให้ต้องประกาศตนเป็น "Non-status Indians" หรือระบุว่าตนเองเป็นคนผิวขาว การที่รูปลักษณ์ภายนอกเป็นชาว Ojibwe แต่ถูกคาดหวังให้ระบุตัวตนเป็นคนผิวขาว ทำให้ Blaker เติบโตมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกแยกและเป็นคนนอก

ด้วยบุคลิกที่ขี้อายอย่างรุนแรงและเงียบขรึม ทำให้เขามักถูกเข้าใจผิดว่าโง่เขลา Blaker จึงหันมาสนใจมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น จนกระทั่งปี 1967 เขาได้เข้าร่วมกลุ่ม Satan's Choice Motorcycle Club ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่คลับที่เปิดรับสมาชิกที่ไม่ใช่คนผิวขาวและไม่บังคับให้เขาทิ้งรากเหง้าความเป็น Ojibwe ที่นี่เองที่ทำให้เขารู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของ "ภราดรภาพ" อย่างแท้จริง

ในกลุ่ม Satan's Choice นั้น Blaker มีชื่อเสียงในฐานะนักบิดฝีมือฉกาจและช่างเครื่องผู้เชี่ยวชาญที่สามารถซ่อมมอเตอร์ไซค์ได้แทบทุกอาการ เขาถูกจดจำในฐานะ "ไบค์เกอร์นอกกฎหมายผู้ไม่ใช้ความรุนแรง" ซึ่งสนใจเพียงการขับขี่และมิตรภาพ มากกว่าการก่ออาชญากรรม อย่างไรก็ตาม เขาเคยแสดงความกังวลและคัดค้านการสร้างพันธมิตรกับกลุ่ม Outlaws ในปี 1975 เพราะคาดการณ์ว่ามันจะนำไปสู่หายนะในอนาคต

โศกนาฏกรรมที่ Queen's Hotel และคดี Port Hope 8

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในคืนวันที่ 18 ตุลาคม 1978 เมื่อ Blaker ตอบรับคำชวนของ Richard Sauvé ให้ไปยังโรงแรม Queen's Hotel เพื่อเผชิญหน้ากับ William "Heavy" Matiyek สมาชิกกลุ่มคู่แข่ง Golden Hawk Riders บรรยากาศในขณะนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ยิง Matiyek เสียชีวิต ซึ่ง Blaker ได้รีบออกจากที่เกิดเหตุและเดินทางไปยังโตรอนโตและคิทเชเนอร์เพื่อช่วยเหลือ Gary Comeau ที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน

วันที่ 7 ธันวาคม 1978 Blaker ถูกจับกุมในข้อหาสมคบคิดฆาตกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคดีที่รู้จักกันในชื่อ Port Hope 8 เขาถูกคุมขังในคุกเขต Northumberland ที่มีสภาพหนาวเหน็บและยากลำบาก โดยมี Terry O'Hara ทนายความหนุ่มไฟแรงเป็นผู้ดูแลคดี ซึ่งต่อมา O'Hara ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเขา เพราะเชื่อมั่นว่า Blaker เป็นผู้บริสุทธิ์ที่เพียงแค่โชคร้ายอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ

การต่อสู้ในชั้นศาลและรหัสลับของไบค์เกอร์

ในการพิจารณาคดีที่เมืองลอนดอน รัฐออนแทรีโอ Blaker ต้องเผชิญกับคณะลูกขุนที่เป็นคนผิวขาวทั้งหมด ซึ่งทนาย O'Hara กังวลว่าจะมีอคติต่อเชื้อชาติของลูกความ แม้พยานฝ่ายโจทก์อย่าง David Gillespie จะพยายามให้การว่า Blaker มีส่วนร่วมในการสั่งการฆ่า แต่คำให้การกลับมีความขัดแย้งกันเองหลายครั้งและขาดความน่าเชื่อถือ

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ O'Hara พยายามโน้มน้าวให้ Blaker ขึ้นให้การเพื่อแสดงความจริงใจและลบอคติทางเชื้อชาติ แต่ Blaker ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดเนื่องจากต้องการยึดถือ Outlaw Biker Code (กฎเหล็กของไบค์เกอร์นอกกฎหมาย) ที่ห้ามทรยศหรือซัดทอดสมาชิกในกลุ่ม แม้จะรู้ว่าการนิ่งเฉยอาจทำให้เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดและต้องติดคุกก็ตาม

ท้ายที่สุด ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 1979 คณะลูกขุนตัดสินว่า Blaker มีความผิดฐานฆาตกรรมโดยไม่เจตนา (Second-degree murder) และถูกตัดสินจำคุก 10 ปี เนื่องจากเป็นความผิดร้ายแรงครั้งแรกในชีวิต

ชีวิตในเรือนจำและการเริ่มต้นใหม่

ระหว่างการจำคุกที่สถาบัน Millhaven และ Joyceville Blaker ได้ใช้เวลาพัฒนาตนเองจนสามารถคว้าประกาศนียบัตรมัธยมปลายมาได้สำเร็จ แม้เขาจะเป็นนักโทษตัวอย่าง แต่การขอทัณฑ์บนกลับถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเขายังคงยึดมั่นในกฎของไบค์เกอร์โดยไม่ยอมเปิดเผยชื่อผู้ฆ่าตัวจริงให้คณะกรรมการทราบ

จนกระทั่งปี 1988 Blaker ประสบความสำเร็จในการขอคืนสถานะความเป็นชาวอินเดียน (Indian status) ทำให้เขากลับมาเป็นชาว Ojibwe อย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกครั้ง และหลังจากได้รับทัณฑ์บนในปี 1989 เขาได้ละทิ้งวิถีชีวิตแบบเดิมเพื่อสร้างครอบครัว ทำฟาร์มเลี้ยงวัว และทำงานเป็นช่างเครื่องสมัครเล่น โดยมุ่งเน้นการพัฒนาด้านจิตวิญญาณและการเลี้ยงดูลูกชายให้เติบโตในฐานะชาว Ojibwe ที่ภาคภูมิใจ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • อัตลักษณ์: เกิดในครอบครัว Ojibwe แต่ถูกบังคับให้ระบุตัวตนเป็นคนผิวขาวตามกฎหมายในอดีต
  • บทบาทในคลับ: เป็นช่างเครื่องและนักบิดฝีมือดีของกลุ่ม Satan's Choice ที่เน้นมิตรภาพมากกว่าความรุนแรง
  • คดีความ: ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี ในข้อหาฆาตกรรมระดับสอง (Second-degree murder) จากคดี Port Hope 8
  • จุดยืน: ยอมติดคุกดีกว่าละเมิดกฎของไบค์เกอร์ (Biker Code) ด้วยการไม่ซัดทอดเพื่อนร่วมกลุ่ม
  • ปัจจุบัน: เปลี่ยนบทบาทเป็นนักกิจกรรมทางสังคมและใช้ชีวิตเรียบง่ายในฟาร์ม
สรุปไทม์ไลน์ชีวิตของ Merv Blaker
ปี (ค.ศ.) เหตุการณ์สำคัญ ผลลัพธ์/สถานะ
1945 เกิดในครอบครัว Ojibwe เริ่มต้นชีวิตด้วยความสับสนทางอัตลักษณ์
1967 เข้าร่วมกลุ่ม Satan's Choice พบการยอมรับและมิตรภาพในกลุ่มไบค์เกอร์
1978 เหตุการณ์ยิงกันที่ Queen's Hotel ถูกจับกุมในคดีสมคบคิดฆาตกรรม
1979 การตัดสินคดี Port Hope 8 ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี (ฆาตกรรมระดับสอง)
1988 ขอคืนสถานะชนพื้นเมือง กลับมาเป็นชาว Ojibwe อย่างเป็นทางการ
1989 ได้รับทัณฑ์บน เริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะเกษตรกรและนักกิจกรรม
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Merv Blaker มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมอย่างไร?

Blaker ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมระดับสอง เนื่องจากเขาอยู่ในเหตุการณ์ที่โรงแรม Queen's Hotel ในขณะที่เกิดการยิงกัน แม้ทนายจะโต้แย้งว่าเขาไม่มีส่วนร่วมในการวางแผน แต่ศาลมองว่าการช่วยเหลือหรือสนับสนุนการทำร้ายร่างกายที่นำไปสู่การเสียชีวิตถือเป็นความผิด

ทำไม Blaker ถึงไม่ยอมให้การเพื่อช่วยตัวเองให้พ้นผิด?

เขาให้ความสำคัญกับ "Outlaw Biker Code" หรือกฎแห่งความภักดีของกลุ่มไบค์เกอร์นอกกฎหมาย ซึ่งห้ามสมาชิกทรยศหรือให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่เพื่อซัดทอดเพื่อนร่วมกลุ่ม สำหรับเขาแล้ว ความซื่อสัตย์ต่อพี่น้องสำคัญกว่าอิสรภาพส่วนตัว

สถานะ "Non-status Indian" คืออะไร?

คือสถานะของชนพื้นเมืองในแคนาดาที่สูญเสียสิทธิทางกฎหมายตาม Indian Act ปี 1876 ซึ่งในสมัยนั้นหากต้องการย้ายออกจากเขตสงวน (Reservation) เพื่อไปทำงานนอกพื้นที่ จะต้องประกาศสละสถานะความเป็นอินเดียนและระบุว่าตนเองเป็นคนผิวขาว

ชีวิตหลังออกจากคุกของ Merv Blaker เป็นอย่างไร?

เขาหันหลังให้วิถีชีวิตอาชญากรรม ย้ายไปทำฟาร์มเลี้ยงวัวริมทะเลสาบ Rice Lake ทำงานเป็นช่างเครื่อง และอุทิศตนให้กับการเป็นนักกิจกรรมทางสังคม รวมถึงการปลูกฝังรากเหง้าความเป็น Ojibwe ให้กับลูกชาย