Michael C. Barnette นักสำรวจใต้สมุทรและผู้เชี่ยวชาญด้านซากเรือจมระดับโลก
ในโลกของการสำรวจใต้ท้องทะเลลึก ชื่อของ Michael C. Barnette เป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลผู้มีความสามารถหลากหลาย ทั้งการเป็นนักดำน้ำมืออาชีพ นักเขียน ช่างภาพ และนักชีววิทยาทางทะเล ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการค้นหาและระบุอัตลักษณ์ของซากเรือจมที่สาบสูญไปตามกาลเวลา รวมถึงการก่อตั้งองค์กรเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านทรัพยากรทางวัฒนธรรมใต้ท้องน้ำ
เส้นทางชีวิตและการทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล
Barnette เกิดเมื่อเดือนกันยายน ปี 1971 ที่เมืองเฟรเดอริกส์เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย เขาเริ่มต้นเส้นทางสายวิชาการด้วยการสำเร็จการศึกษาจาก Stafford Senior High School ในปี 1989 ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่ University of South Carolina จนได้รับปริญญาด้าน Marine Biology (ชีววิทยาทางทะเล) ในปี 1995
ปัจจุบันเขาปฏิบัติหน้าที่เป็นนักชีววิทยาทางทะเลให้กับ National Marine Fisheries Service ภายใต้หน่วยงาน NOAA (สำนักงานบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ) โดยมีภารกิจสำคัญในการปกป้องเต่าทะเล ผ่านการกำกับดูแลให้กองเรือประมงทั่วโลกติดตั้งอุปกรณ์คัดแยกเต่า (Turtle Excluder Devices) เพื่อลดการสูญเสียสัตว์ทะเลหายาก นอกจากนี้ เขายังได้รับเกียรติให้เป็น Fellow ของ The Explorers Club ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2009
การก่อตั้ง Association of Underwater Explorers (AUE)
ด้วยความหลงใหลในการดำน้ำและการวิจัยซากเรือจมที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1990 ซึ่งทำให้เขาค้นพบจุดจมของเรือมากกว่า 30 แห่ง Barnette จึงได้ก่อตั้ง Association of Underwater Explorers (AUE) ขึ้นในปี 1996 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อขยายขอบเขตความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่จมอยู่ใต้ท้องทะเล
ภารกิจสำรวจและโครงการสำคัญระดับโลก
การกู้ซากเครื่องบินทิ้งระเบิด B-25c Mitchell
ในปี 2005 Barnette ได้ร่วมมือกับทีมดำน้ำจาก AUE, Rubicon Foundation และ Woodville Karst Plain Project ในการกู้ซากเครื่องบินทิ้งระเบิด B-25c Mitchell จากทะเลสาบ Murray รัฐเซาท์แคโรไลนา ซึ่งเครื่องบินลำนี้จมลงตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 1943 และถูกฝังอยู่ใต้ผิวน้ำลึก 45 เมตร นานถึง 60 ปี โดยโครงการนี้ได้รับการบันทึกภาพโดย History Channel ในรายการ Mega Movers และปัจจุบันตัวเครื่องบินได้รับการอนุรักษ์ไว้ที่ Southern Museum of Flight ในเมืองเบอร์มิงแฮม รัฐแอลาบามา
การสำรวจเรือ HMHS Britannic และงานวิจัยปะการัง
ต่อมาในปี 2006 เขาได้เข้าร่วมการสำรวจเรือ HMHS Britannic ซึ่งนำโดย John Chatterton และ Richie Kohler โดยผลงานการสำรวจนี้ถูกนำไปสร้างเป็นสารคดีชื่อ Titanic's Achilles Heel และ Titanic's Tragic Sister ทางช่อง History Channel
นอกเหนือจากซากเรือ Barnette ยังมีผลงานด้านวิทยาศาสตร์ โดยในปี 2006 เขาได้เก็บตัวอย่าง Oculina varicosa (ปะการังน้ำลึกชนิดหนึ่ง) จากอ่าวเม็กซิโก ซึ่งช่วยให้นักวิจัยยืนยันการมีอยู่ของปะการังชนิดนี้ในปริมาณมาก และในปี 2009 เขาได้พิสูจน์ทางพันธุกรรมว่าปะการังในอ่าวเม็กซิโกมีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกับที่พบในชายฝั่งตะวันออกของฟลอริดา
การไขปริศนาสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา
หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ปี 2020 เมื่อ Barnette และทีมสำรวจค้นพบซากเรือ SS Cotopaxi เรือที่หายสาบสูญไปในปี 1925 ระหว่างเดินทางจากเซาท์แคโรไลนาไปยังคิวบา โดยเขาได้ประสานงานกับนักประวัติศาสตร์เพื่อยืนยันตำแหน่งที่ตรงกับสัญญาณขอความช่วยเหลือสุดท้ายของเรือ นอกจากนี้ เขายังค้นพบซากเรือ Sandra ที่หายไปในปี 1950 ในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเช่นกัน ซึ่งผลงานเหล่านี้ถูกนำเสนอในสารคดีของช่องดังอย่าง Discovery Channel, National Geographic และ Science Channel
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญ: เป็นทั้งนักชีววิทยาทางทะเล (NOAA) และผู้เชี่ยวชาญด้านการระบุอัตลักษณ์ซากเรือจม
- ผลงานเด่น: ค้นพบเรือ SS Cotopaxi และเรือ Sandra ในพื้นที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา
- การอนุรักษ์: กู้ซากเครื่องบิน B-25c Mitchell ที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบเป็นเวลากว่า 60 ปี
- บทบาททางสังคม: ผู้ก่อตั้ง Association of Underwater Explorers (AUE) เพื่อศึกษาวัฒนธรรมใต้สมุทร
- งานวิจัย: ศึกษาและเก็บตัวอย่างปะการังน้ำลึก Oculina varicosa ในอ่าวเม็กซิโก
| ปีที่ดำเนินการ | โครงการ / สิ่งที่ค้นพบ | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|---|
| 2005 | B-25c Mitchell Bomber | กู้ซากเครื่องบินสงครามโลกครั้งที่ 2 จากทะเลสาบ Murray |
| 2006 | HMHS Britannic | ร่วมสำรวจเรือพี่น้องของไททานิก |
| 2006-2009 | Oculina varicosa | วิจัยและยืนยันสายพันธุ์ปะการังน้ำลึกในอ่าวเม็กซิโก |
| 2020 | SS Cotopaxi | ค้นพบเรือที่หายสาบสูญ 95 ปี ในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา |
| 2020 | เรือ Sandra | ระบุอัตลักษณ์เรือที่หายไปในปี 1950 ในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา |
รายชื่อซากเรือที่ระบุอัตลักษณ์ได้
ตลอดการทำงาน Barnette ได้ระบุชื่อและประวัติของซากเรือจำนวนมาก อาทิ:
- เรือกลไฟ Arratoon Apcar, Leif Eriksson, Peconic และ Valley City
- เรือบรรทุกน้ำมัน Joseph M Cudhay, Munger T. Ball, Papoose, San Delfino และ W.E. Hutton
- เรือยอชท์หรู Nohab และ Esmeralda
- เรือลากจูง Gwalia และ Point Chicot
- เรือบรรทุกสินค้า Cotopaxi และ Holstein
- เรือรบ Queen of Nassau และเครื่องบิน Coast Guard Albatross #1240
คำถามที่พบบ่อย
Michael C. Barnette ทำงานอะไรในปัจจุบัน?
เขาทำงานเป็นนักชีววิทยาทางทะเลให้กับ National Marine Fisheries Service ของ NOAA โดยเน้นการปกป้องเต่าทะเลจากการทำประมงทั่วโลก
Association of Underwater Explorers (AUE) คืออะไร?
คือองค์กรที่ Barnette ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 เพื่อมุ่งเน้นการสำรวจและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่จมอยู่ใต้ท้องทะเล
การค้นพบ SS Cotopaxi มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นการไขปริศนาเรือที่หายสาบสูญไปนานถึง 95 ปี ในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ซึ่ง Barnette ใช้ข้อมูลจากสัญญาณขอความช่วยเหลือในอดีตมาช่วยในการระบุตำแหน่ง
Barnette มีส่วนร่วมในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ด้านใดบ้าง?
เขามีผลงานโดดเด่นในการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ทางพันธุกรรมของปะการังน้ำลึก Oculina varicosa ในอ่าวเม็กซิโก เพื่อยืนยันการมีอยู่และสายพันธุ์ของปะการัง
เขามีผลงานเขียนเกี่ยวกับเรื่องใด?
เขาเขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับซากเรือจมในฟลอริดา เช่น Shipwrecks of the Sunshine State และ Encyclopedia of Florida Shipwrecks