Michael Foale นักบินอวกาศผู้สร้างตำนานบนสถานี Mir และ ISS
ในโลกของการสำรวจอวกาศ ชื่อของ Michael Foale (ไมเคิล โฟล) โดดเด่นในฐานะนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ-อเมริกัน ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบินอวกาศ NASA เพียงคนเดียวที่ได้ปฏิบัติภารกิจระยะยาวทั้งบนสถานีอวกาศ Mir ของรัสเซีย และสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) นอกจากนี้เขายังเป็นชาวอังกฤษคนที่สองที่ได้เดินทางสู่อวกาศ และเป็นคนแรกจากสหราชอาณาจักรที่ได้ปฏิบัติภารกิจ EVA (Extravehicular Activity) หรือการเดินอวกาศนอกตัวยาน

เส้นทางสู่ดวงดาว: จากนักศึกษา Cambridge สู่ NASA
ไมเคิล โฟล เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 1957 ที่เมือง Louth สหราชอาณาจักร โดยมีบิดาเป็นนายทหารระดับสูงของกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) และมารดาเป็นชาวอเมริกัน เขาเริ่มต้นเส้นทางวิชาการที่ Queens' College มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยคว้าปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติในปี 1978 และต่อยอดจนจบปริญญาเอกด้าน Laboratory Astrophysics (ฟิสิกส์ดาราศาสตร์เชิงปฏิบัติการ) ในปี 1982
ก่อนจะเข้าสู่ NASA โฟลได้ทำงานด้านระบบนำทางของกระสวยอวกาศให้กับบริษัท McDonnell Douglas ในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส และต่อมาได้เข้าร่วมศูนย์อวกาศจอห์นสันของ NASA ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ควบคุมภารกิจ (Payload Officer) ซึ่งดูแลการปฏิบัติงานของอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ในภารกิจ STS-51G, 51-I, 61-B และ 61-C
เส้นทางสู่การเป็นนักบินอวกาศของเขาไม่ได้ราบรื่นนัก เนื่องจากถูกปฏิเสธการคัดเลือกถึงสองครั้ง แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังโศกนาฏกรรมกระสวยอวกาศแชลเลนเจอร์ในปี 1986 โดยโฟลได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการเขียนเรียงความใบสมัคร จากการเล่าถึงความฝันส่วนตัว มาเป็นการวิเคราะห์ความเป็นจริงของภาวะผู้นำที่ NASA ต้องเผชิญ ซึ่งทำให้เขาได้รับเลือกเข้าสู่โครงการในปี 1987
เผชิญวิกฤตบนสถานี Mir และความสำเร็จในภารกิจต่างๆ
ไมเคิล โฟล เข้าร่วมภารกิจกระสวยอวกาศหลายครั้ง ได้แก่ STS-45, STS-56 และ STS-63 ซึ่งในภารกิจหลังสุดนี้เขาได้ทำการเดินอวกาศเป็นครั้งแรกนานถึง 4 ชั่วโมง ต่อมาในปี 1997 เขาได้รับเลือกให้ปฏิบัติภารกิจระยะยาวบนสถานีอวกาศ Mir ของรัสเซีย
เหตุการณ์ที่น่าจดจำที่สุดเกิดขึ้นระหว่างภารกิจ Mir 23 เมื่อโมดูล Spektr ถูกพุ่งชนโดยยานขนส่งเสบียง Progress ส่งผลให้สถานีเกิดการหมุนคว้าง โฟลได้ใช้ความรู้ทางฟิสิกส์คำนวณการเคลื่อนที่ของดวงดาวโดยใช้หัวแม่มือเป็นจุดอ้างอิงผ่านหน้าต่างยาน เพื่อแจ้งพิกัดให้ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินของรัสเซียสามารถหยุดการหมุนของสถานีได้ทันท่วงที นอกจากนี้เขายังร่วมเดินอวกาศนาน 6 ชั่วโมงเพื่อตรวจสอบความเสียหายภายนอก ซึ่งเป็นภารกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงสูงจนเกือบทำให้ NASA ต้องยุติโครงการส่งนักบินอวกาศไปยัง Mir

หลังจากนั้นในปี 1999 เขาได้ร่วมภารกิจ STS-103 เพื่อซ่อมแซมกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล และในปี 2003 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ในภารกิจ Expedition 8 ร่วมกับนักบินอวกาศชาวรัสเซีย โดยปฏิบัติหน้าที่นาน 6 เดือนก่อนจะสิ้นสุดภารกิจในเดือนเมษายน 2004
บทสรุปหลังเกษียณและการอุทิศตนเพื่อการศึกษา
ไมเคิล โฟล เกษียณอายุจาก NASA ในวันที่ 9 สิงหาคม 2013 หลังจากรับใช้หน่วยงานมานานถึง 26 ปี เพื่อหันไปพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องบินไฟฟ้าเพื่อการบินสีเขียว (Green Aviation) นอกจากนี้เขายังทุ่มเทเวลาให้กับ International Space Schools Education Trust (ISSET) โดยทำหน้าที่เป็นนักบินอวกาศประจำโครงการ Mission Discovery เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนทั่วโลก
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลาสะสมในอวกาศ | 374 วัน 11 ชั่วโมง 19 นาที |
| จำนวนการเดินอวกาศ (EVA) | 4 ครั้ง (รวม 16 ชั่วโมง 44 นาที) |
| จำนวนภารกิจทั้งหมด | 6 ภารกิจ |
| การศึกษาสูงสุด | PhD ด้าน Laboratory Astrophysics จาก University of Cambridge |
| รางวัลเกียรติยศ | Commander of the Order of the British Empire (CBE) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป็นนักบินอวกาศ NASA คนเดียวที่ปฏิบัติภารกิจระยะยาวทั้งบน Mir และ ISS
- เคยถือสถิตินักบินอวกาศสัญชาติสหรัฐฯ ที่ใช้เวลาอยู่ในอวกาศนานที่สุด (จนถึงปี 2008)
- เป็นชาวอังกฤษคนแรกที่ทำการเดินอวกาศ (Space Walk)
- ได้รับเหรียญทอง Yuri A. Gagarin จากความกล้าหาญในการกู้สถานี Mir
- ได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศนักบินอวกาศสหรัฐฯ (United States Astronaut Hall of Fame) ปี 2017
คำถามที่พบบ่อย
Michael Foale มีความสำคัญอย่างไรต่อประวัติศาสตร์การบินอวกาศ?
เขาเป็นบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย โดยเป็นนักบินอวกาศ NASA เพียงคนเดียวที่ปฏิบัติภารกิจระยะยาวบนทั้งสถานี Mir และ ISS รวมถึงเป็นผู้บุกเบิกการเดินอวกาศสำหรับชาวอังกฤษ
เหตุการณ์วิกฤตบนสถานี Mir ที่เขาแก้ไขได้คืออะไร?
เมื่อโมดูล Spektr ถูกชนจนสถานีหมุนคว้าง เขาใช้การสังเกตตำแหน่งดวงดาวด้วยตาเปล่าและคำนวณทางฟิสิกส์เพื่อแจ้งพิกัดให้ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินแก้ไขทิศทางของสถานีได้สำเร็จ
เขามีบทบาทอย่างไรหลังเกษียณจาก NASA?
เขาหันไปพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องบินไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม และทำงานร่วมกับ ISSET เพื่อให้ความรู้และประสบการณ์ด้านอวกาศแก่เด็กนักเรียนผ่านโครงการ Mission Discovery
ความสำเร็จด้านการศึกษาของเขาเป็นอย่างไร?
เขาจบการศึกษาจาก Queens' College มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์เชิงปฏิบัติการ ซึ่งความรู้นี้มีส่วนสำคัญอย่างมากในการแก้ปัญหาขณะปฏิบัติหน้าที่ในอวกาศ