← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Michael Grimm จากเจ้าหน้าที่ FBI และ ส.ส. สู่คดีฉ้อโกงภาษีและจุดพลิกผันของชีวิต

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Michael Grimm จากเจ้าหน้าที่ FBI และ ส.ส. สู่คดีฉ้อโกงภาษีและจุดพลิกผันของชีวิต

Michael Grimm จากเจ้าหน้าที่ FBI และ ส.ส. สู่คดีฉ้อโกงภาษีและจุดพลิกผันของชีวิต เส้นทางชีวิตของ Michael Gerard Grimm เต็มไปด้วยความพลิกผันอย่างสุดขั้ว จากอดีตนาวิกโยธินแล…

Michael Grimmไมเคิล กริมม์ส.ส. นิวยอร์กฉ้อโกงภาษี

Michael Grimm จากเจ้าหน้าที่ FBI และ ส.ส. สู่คดีฉ้อโกงภาษีและจุดพลิกผันของชีวิต

เส้นทางชีวิตของ Michael Gerard Grimm เต็มไปด้วยความพลิกผันอย่างสุดขั้ว จากอดีตนาวิกโยธินและเจ้าหน้าที่ FBI ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลอมตัว ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากรัฐนิวยอร์ก แต่สุดท้ายกลับต้องจบอาชีพทางการเมืองลงด้วยคดีอาญาที่ร้ายแรง และเผชิญกับโศกนาฏกรรมทางร่างกายในเวลาต่อมา

จุดเริ่มต้นและพื้นฐานการศึกษา

ไมเคิล กริมม์ เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1970 ในครอบครัวคาทอลิกที่ย่านควีนส์ นิวยอร์ก โดยมีเชื้อสายเยอรมัน ไอริช และซิซิลี เขาเริ่มต้นเส้นทางชีวิตด้วยการรับใช้ชาติใน กองทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ (U.S. Marine Corps) ระหว่างปี 1989 ถึง 1997 โดยเคยผ่านสมรภูมิในสงครามอ่าวเปอร์เซีย ทั้งปฏิบัติการ Desert Shield และ Desert Storm จนได้รับยศสิบตรี (Corporal) และได้รับเหรียญเกียรติยศหลายรายการ เช่น Combat Action Ribbon

ด้านการศึกษา กริมม์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการบัญชี (BBA) จาก Baruch College ในปี 1994 และคว้าปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (Juris Doctor) ระดับ magna cum laude จาก New York Law School ในปี 2002 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการทำงานด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายในเวลาต่อมา

Content image

บทบาทเจ้าหน้าที่ FBI และการแทรกซึมมาเฟีย

ในปี 1991 กริมม์เริ่มงานกับ FBI (Federal Bureau of Investigation) ในตำแหน่งเสมียน ก่อนจะเข้าเรียนที่ FBI Academy ในรัฐเวอร์จิเนียจนกลายเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษ (Special Agent) และได้รับใบรับรองให้ปฏิบัติหน้าที่เป็น เจ้าหน้าที่ปลอมตัว (Undercover Agent)

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือการแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มมาเฟียตระกูล Gambino โดยได้รับมอบหมายให้ติดตามความเคลื่อนไหวของ Peter Gotti นอกจากนี้เขายังเคยปลอมตัวเป็นนายหน้าซื้อขายหุ้นเป็นเวลา 2 ปี เพื่อทลายเครือข่ายอาชญากรรมคอปกขาว (White-collar crime) บนวอลล์สตรีท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการปั่นหุ้น อย่างไรก็ตาม ในปี 2011 มีรายงานว่าเขาเคยถูกสอบสวนภายในเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดในไนท์คลับเมื่อปี 1999 ซึ่งกริมม์ยืนยันว่าเขาพ้นผิดจากข้อกล่าวหาทั้งหมด

เส้นทางสู่การเมืองและบทบาทในสภาผู้แทนราษฎร

หลังจากลาออกจาก FBI ในปี 2006 กริมม์หันมาทำธุรกิจส่วนตัว ทั้งร้านอาหารเพื่อสุขภาพชื่อ Healthalicious และบริษัทเชื้อเพลิงชีวภาพในเท็กซัส ก่อนจะตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมืองในปี 2010 โดยลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 13 ของนิวยอร์ก ภายใต้สังกัด พรรครีพับลิกัน (Republican Party)

กริมม์ได้รับความสนับสนุนจากบุคคลสำคัญอย่าง Rudy Giuliani และ John McCain จนสามารถเอาชนะคู่แข่งและดำรงตำแหน่ง ส.ส. ได้สำเร็จ และต่อมาได้ย้ายไปดูแลเขต 11 ของนิวยอร์ก (ครอบคลุมพื้นที่ Staten Island และบางส่วนของ Brooklyn) ในช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง เขาได้แสดงจุดยืนที่หลากหลาย เช่น การสนับสนุนการปฏิรูปการตรวจคนเข้าเมือง การคัดค้านการโจมตีทางทหารในซีเรีย และการยอมรับว่ามนุษย์เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำให้เขาถูกมองว่าเป็นรีพับลิกันสายกลางในบางประเด็น

Content image

คดีฉ้อโกงภาษีและการสิ้นสุดอาชีพทางการเมือง

ความรุ่งโรจน์ทางการเมืองของกริมม์ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเขาถูกสอบสวนเรื่องการระดมทุนที่ผิดกฎหมาย และขยายผลไปสู่การตรวจสอบธุรกิจร้านอาหาร Healthalicious ในปี 2014 เขาถูกตั้งข้อหาหนักถึง 20 กระทง รวมถึงการฉ้อโกง การเลี่ยงภาษี และการเบิกความเท็จ

ในที่สุด กริมม์ยอมรับสารภาพในข้อหา ฉ้อโกงภาษีระดับ felony (ความผิดอาญาขั้นร้ายแรง) โดยยอมรับว่ามีการแจ้งรายได้ของร้านอาหารต่ำกว่าความเป็นจริงกว่า 900,000 ดอลลาร์ เพื่อเลี่ยงภาษีและจ่ายค่าจ้างพนักงานแบบนอกระบบ ส่งผลให้เขาต้องลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. ในวันที่ 5 มกราคม 2015 และถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 8 เดือน

ชีวิตหลังการเมืองและเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

แม้จะพยายามกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้งในปี 2018 แต่เขาก็พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกัน ต่อมาเขาได้ทำงานเป็นนักวิจารณ์การเมืองให้กับ Newsmax และได้รับอภัยโทษเต็มรูปแบบจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2025

อย่างไรก็ตาม ในปี 2024 กริมม์ประสบอุบัติเหตุตกจากหลังขณะเล่นกีฬาโปโล ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่คออย่างรุนแรงและกลายเป็น อัมพาตตั้งแต่ช่วงอกลงไป ซึ่งทำให้เขาต้องเผชิญกับการรักษาพยาบาลที่มีค่าใช้จ่ายสูง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • อาชีพ: อดีตนาวิกโยธิน, เจ้าหน้าที่ FBI, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (2011–2015)
  • พรรคการเมือง: รีพับลิกัน
  • คดีความ: ยอมรับสารภาพข้อหาฉ้อโกงภาษีและถูกจำคุก 8 เดือน
  • จุดพลิกผัน: ได้รับอภัยโทษจากโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2025
  • สถานะปัจจุบัน: เป็นอัมพาตครึ่งตัวล่างจากอุบัติเหตุตกม้าในปี 2024
สรุปไทม์ไลน์ชีวิตของ Michael Grimm
ช่วงปี บทบาท/เหตุการณ์สำคัญ รายละเอียด
1989–1997 นาวิกโยธินสหรัฐฯ รับใช้ชาติในสงครามอ่าวเปอร์เซีย ยศสิบตรี
1991–2006 เจ้าหน้าที่ FBI เชี่ยวชาญการปลอมตัว แทรกซึมกลุ่มมาเฟีย Gambino
2011–2015 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนเขต 13 และ 11 ของรัฐนิวยอร์ก
2015 ถูกตัดสินจำคุก จำคุก 8 เดือนจากคดีฉ้อโกงภาษีร้าน Healthalicious
2024 อุบัติเหตุร้ายแรง ตกจากหลังขณะเล่นโปโลจนเป็นอัมพาตครึ่งตัวล่าง
2025 ได้รับอภัยโทษ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามอภัยโทษให้
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Michael Grimm ลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. เพราะเหตุใด?

เขาลาออกเนื่องจากยอมรับสารภาพในคดีฉ้อโกงภาษีระดับ felony โดยมีการแจ้งรายได้ของธุรกิจร้านอาหารต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อเลี่ยงภาษีและจ่ายค่าจ้างพนักงานแบบผิดกฎหมาย

บทบาทของเขาใน FBI มีความสำคัญอย่างไร?

กริมม์เป็นเจ้าหน้าที่ปลอมตัว (Undercover Agent) ที่มีผลงานโดดเด่นในการแทรกซึมเข้าไปในองค์กรอาชญากรรม เช่น กลุ่มมาเฟีย Gambino และการทลายเครือข่ายอาชญากรรมทางการเงินบนวอลล์สตรีท

เขามีจุดยืนทางการเมืองอย่างไรในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง?

แม้จะเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกัน แต่เขามีแนวคิดที่ค่อนข้างยืดหยุ่นในบางเรื่อง เช่น สนับสนุนการปฏิรูปการตรวจคนเข้าเมือง และเป็น ส.ส. รีพับลิกันคนแรกๆ ที่ยอมรับวิทยาศาสตร์เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์

เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นกับ Michael Grimm คืออะไร?

ในปี 2024 เขาประสบอุบัติเหตุตกจากหลังขณะเล่นกีฬาโปโล ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่คอและกลายเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงอกลงไป

เขาได้รับอภัยโทษเมื่อใดและจากใคร?

เขาได้รับอภัยโทษเต็มรูปแบบจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2025