Michael Lujan Bevacqua นักวิชาการและผู้ขับเคลื่อนสิทธิชาวชามอร์โรแห่งเกาะกวม
Michael Lujan Bevacqua (หรือชื่อเดิม Miget Lujan Bevacqua) คือบุคคลสำคัญผู้มีบทบาทหลากหลาย ทั้งในฐานะนักวิชาการ นักกิจกรรม ผู้เขียน โปรดิวเซอร์ และบรรณาธิการ โดยเขามุ่งเน้นการทำงานเพื่อฟื้นฟูและปกป้องอัตลักษณ์ของ ชาวชามอร์โร (Chamorro) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมของเกาะกวม ปัจจุบันเขาพำนักอยู่ที่เมือง Mangilao และดำรงตำแหน่งภัณฑารักษ์ ณ พิพิธภัณฑ์กวม (Guam Museum)
เส้นทางด้านการศึกษาและการค้นหาตัวตน
Bevacqua เกิดในครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์ทางสายเลือดกับตระกูลสำคัญอย่าง Kabesa และ Bittot ผ่านทางคุณย่า Elizabeth De Leon Flores Lujan และคุณตา Joaquin Flores Lujan แม้ว่าบรรพบุรุษจะสื่อสารด้วย ภาษาชามอร์โร (CHamoru) แต่เนื่องจากมารดาของเขาไม่ได้ใช้ภาษานี้ เขาจึงตัดสินใจเข้าเรียนหลักสูตรภาษาชามอร์โรในขณะที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยกวม เพื่อเชื่อมต่อกับรากเหง้าของตนเอง
ในด้านวิชาการ เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านศิลปะและวรรณกรรมในปี 2001 และปริญญาโทด้านไมโครนีเซียศึกษา (Micronesian Studies) ในปี 2004 จากมหาวิทยาลัยกวม ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อที่ University of California, San Diego จนได้รับปริญญาโทด้านชาติพันธุ์ศึกษา (Ethnic Studies) ในปี 2007 และคว้าปริญญาเอก (PhD) ได้สำเร็จในปี 2010 โดยงานวิจัยของเขามุ่งเน้นไปที่ผลกระทบจากการตกเป็นอาณานิคมที่มีต่อชาวชามอร์โร และความสำคัญของการกอบกู้เอกราชของชาติ
บทบาททางวิชาการและการขับเคลื่อนสังคม
Bevacqua สร้างคุณูปการครั้งสำคัญด้วยการก่อตั้ง หลักสูตรชามอร์โรศึกษา (Chamorro Studies Program) เป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยกวมในปี 2011 และใช้เวลา 10 ปีในการถ่ายทอดความรู้ด้านประวัติศาสตร์กวมและภาษาชามอร์โรให้แก่คนรุ่นหลัง
นอกเหนือจากงานสอน เขายังเป็นผู้นำในภาคประชาสังคม โดยดำรงตำแหน่งประธานร่วมของ Independent Guåhan องค์กรที่มุ่งเน้นการให้ความรู้แก่ชาวกวมเรื่อง การปลดปล่อยอาณานิคม (De-colonisation) และการเรียกร้องเอกราช นอกจากนี้ เขายังเป็นกรรมการของศูนย์วัฒนธรรมชามอร์โรในซานดิเอโก ซึ่งทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นตัวแทนนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทางการเมืองและการตกเป็นอาณานิคมของกวมต่อคณะกรรมการชุดที่ 4 ขององค์การสหประชาชาติในปี 2007
เขายังมีบทบาทในการจัดงานสำคัญทางวิชาการและกิจกรรมเคลื่อนไหว เช่น เทศกาลภาพยนตร์ Human Rights Watch ในปี 2003 รวมถึงการประชุมวิชาการชุด "Famoksaiyan" ที่มุ่งเน้นการรื้อถอนโครงสร้างประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์แบบอาณานิคม และการประชุมเรื่อง "Ghosts, Monsters and the Dead" ในปี 2007
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งปัจจุบัน | ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑ์กวม (Guam Museum) |
| ผลงานเด่น | ผู้ก่อตั้งหลักสูตรชามอร์โรศึกษา มหาวิทยาลัยกวม (2011) |
| การศึกษาสูงสุด | ปริญญาเอก (PhD) ด้านชาติพันธุ์ศึกษา จาก UC San Diego |
| องค์กรที่ขับเคลื่อน | Independent Guåhan, San Diego Chamorro Cultural Center |
| รางวัลที่ได้รับ | รางวัล Tan Chong Padula Humanitarian Award (2004, 2006) |
ผลงานเขียนและรางวัลการันตี
Bevacqua ได้เผยแพร่ผลงานวิชาการที่ท้าทายวาทกรรมกระแสหลัก เช่น บทความเรื่อง "The Banality of American Empire: The Curious Case of Guam, USA" ในวารสาร Journal of Transnational American Studies (2020) และหนังสือ "These May or May Not Be Americans" (2005) ที่วิพากษ์การบิดเบือนประวัติศาสตร์ชามอร์โรผ่านตำนานความรักชาติ
ความทุ่มเทของเขาได้รับการยอมรับผ่านรางวัล Tan Chong Padula Humanitarian Award สองครั้งในปี 2004 และ 2006 จากองค์กร Guam Communications Network และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best Made in the Marianas จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกวมในปี 2015 จากผลงานเรื่อง Påkto: I Hinekka
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ผู้บุกเบิกการศึกษา: ก่อตั้งหลักสูตรชามอร์โรศึกษาแห่งแรกในมหาวิทยาลัยกวม
- นักสิทธิมนุษยชน: นำเสนอสถานะการเป็นอาณานิคมของกวมต่อองค์การสหประชาชาติ
- ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา: เรียนรู้ภาษาชามอร์โรด้วยตนเองในระดับมหาวิทยาลัยเพื่อกู้คืนอัตลักษณ์
- เครือข่ายวิชาการ: เป็นสมาชิกของสมาคมการศึกษาชาวเอเชีย-อเมริกัน และเครือข่ายการศึกษาชาวเกาะแปซิฟิกแห่งชาติ
คำถามที่พบบ่อย
Michael Lujan Bevacqua มีบทบาทอย่างไรต่อการศึกษาในกวม?
เขาเป็นผู้ก่อตั้งหลักสูตรชามอร์โรศึกษา (Chamorro Studies Program) ที่มหาวิทยาลัยกวมในปี 2011 และสอนวิชาประวัติศาสตร์กวมและภาษาชามอร์โรเป็นเวลา 10 ปี เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในรากเหง้าของชนพื้นเมือง
เป้าหมายหลักขององค์กร Independent Guåhan คืออะไร?
เป็นองค์กรที่ Bevacqua ดำรงตำแหน่งประธานร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ชาวกวมเกี่ยวกับการปลดปล่อยจากการเป็นอาณานิคมและการก้าวไปสู่การเป็นรัฐอิสระ
งานวิจัยของ Bevacqua เน้นเรื่องใดเป็นพิเศษ?
งานวิจัยของเขามุ่งเน้นไปที่ผลกระทบที่เกิดจากการตกเป็นอาณานิคมที่มีต่อชาวชามอร์โร รวมถึงการวิเคราะห์ตำนานความรักชาติที่ส่งผลต่อการบิดเบือนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
เขาเคยมีบทบาทในระดับสากลอย่างไรบ้าง?
ในปี 2007 เขาได้เป็นตัวแทนในนามของศูนย์วัฒนธรรมชามอร์โรในซานดิเอโก เพื่อให้การรับรองและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทางการเมืองและการเป็นอาณานิคมของกวมต่อคณะกรรมการชุดที่ 4 ขององค์การสหประชาชาติ