← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Michael Steinhardt เส้นทางมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งวอลล์สตรีทและประเด็นอื้อฉาวระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Michael Steinhardt เส้นทางมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งวอลล์สตรีทและประเด็นอื้อฉาวระดับโลก

Michael Steinhardt เส้นทางมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งวอลล์สตรีทและประเด็นอื้อฉาวระดับโลก ในโลกของการเงินระดับโลก ชื่อของ Michael Steinhardt ถูกจารึกไว้ในฐานะหนึ่งในเทรดเดอ…

Michael SteinhardtHedge FundSteinhardt PartnersWisdomTree Investments

Michael Steinhardt เส้นทางมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งวอลล์สตรีทและประเด็นอื้อฉาวระดับโลก

ในโลกของการเงินระดับโลก ชื่อของ Michael Steinhardt ถูกจารึกไว้ในฐานะหนึ่งในเทรดเดอร์ที่เก่งกาจที่สุดของวอลล์สตรีท เขาคือนักลงทุนระดับพันล้านผู้ก่อตั้งกองทุน Hedge Fund (กองทุนบริหารความเสี่ยง) ที่สร้างผลตอบแทนมหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน ชีวิตของเขาก็เต็มไปด้วยเรื่องราวที่พลิกผัน ทั้งความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ การกุศลที่กว้างขวาง และคดีความที่สั่นคลอนชื่อเสียง

Content image

จุดเริ่มต้นและรากฐานสู่โลกการลงทุน

Michael Steinhardt เกิดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 1940 ณ นครนิวยอร์ก เขาสำเร็จการศึกษาด้านบริหารธุรกิจจาก Wharton School แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในปี 1960 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเข้าสู่สายงานการเงิน โดยเริ่มทำงานกับกองทุนรวม Calvin Bullock และบริษัทโบรกเกอร์ Loeb, Rhoades & Co.

สิ่งที่น่าสนใจคือ แรงผลักดันแรกในอาชีพการลงทุนของเขามาจากบิดา Sol Frank "Red" Steinhardt ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนเริ่มต้นให้ลูกชายผ่านซองเงินสดจำนวนมากเพื่อนำไปลงทุนในตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ในภายหลังมีการเปิดเผยว่าบิดาของเขามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม Genovese Crime Family และเคยถูกตัดสินจำคุกในคดีซื้อขายอัญมณีที่ถูกขโมยมา

ความสำเร็จสูงสุดกับ Steinhardt Partners

ในปี 1967 Steinhardt ได้ก่อตั้งกองทุน Steinhardt Partners ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยใช้ความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์กลุ่มบริษัทโฮลดิ้ง (Conglomerate) ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่เข้าซื้อกิจการหลากหลายประเภท

ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี (1967-1995) กองทุนนี้สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 24.5% ซึ่งมากกว่าดัชนี S&P 500 ถึงเกือบ 3 เท่า แม้จะมีการหักค่าธรรมเนียมการจัดการและค่าธรรมเนียมตามผลงานแล้วก็ตาม ความสำเร็จนี้ทำให้เขาได้รับการยอมรับอย่างสูงจนนิตยสาร Forbes ยกย่องให้เป็น "เทรดเดอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวอลล์สตรีท"

Content image

อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เขาถูกตรวจสอบเรื่องการปั่นตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น ซึ่งนำไปสู่การจ่ายค่าปรับจำนวนมหาศาลรวม 70 ล้านดอลลาร์ (โดยเขาจ่ายเอง 75%) และในปี 1994 กองทุนของเขาต้องเผชิญกับวิกฤตตลาดพันธบัตรจนสูญเสียมูลค่าไปถึง 1 ใน 3 ก่อนที่เขาจะตัดสินใจปิดกองทุนในปี 1995 เพื่อแสวงหาเป้าหมายชีวิตที่มีคุณค่ามากกว่าการทำให้คนรวยรวยขึ้น

การกลับมาและบทบาทใน WisdomTree Investments

หลังจากพักงานไปช่วงหนึ่ง Steinhardt กลับเข้าสู่โลกการเงินอีกครั้งในปี 2004 ในฐานะประธานของ WisdomTree Investments ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนที่เน้นดัชนีอ้างอิงจากเงินปันผลและกำไร แทนที่จะใช้มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) แบบดั้งเดิม แม้จะเผชิญกับความผันผวนในช่วงวิกฤตการเงินปี 2007-2008 แต่ในที่สุด WisdomTree ก็สามารถกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

Content image

บทบาทด้านการกุศลและความศรัทธา

Steinhardt ทุ่มเทเงินจำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนชุมชนชาวยิวและรัฐอิสราเอล โดยบริจาคเงินมากกว่า 125 ล้านดอลลาร์ รวมถึงการร่วมก่อตั้งโครงการ Taglit-Birthright Israel เพื่อส่งเยาวชนชาวยิวเดินทางไปเยือนอิสราเอล นอกจากนี้เขายังสนับสนุนด้านการศึกษาผ่านการก่อตั้งเครือข่ายโรงเรียนสอนภาษาฮีบรู และบริจาคเงินให้มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU) จนได้รับเกียรติให้ใช้ชื่อเขาเป็นชื่อคณะ Steinhardt School

มรสุมชีวิต: ข้อกล่าวหาและการสูญเสียชื่อเสียง

ในช่วงปีหลัง ชื่อเสียงของเขามัวหมองจากสองประเด็นหลัก:

  • การคุกคามทางเพศ: ในปี 2018 มีรายงานว่าเขาถูกสอบสวนเรื่องการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมทางเพศกับพนักงานหญิงในองค์กรที่เขาสนับสนุน ซึ่งต่อมาทางองค์กร Hillel ยอมรับว่าข้อร้องเรียนดังกล่าวมีมูลความจริง
  • การสะสมโบราณวัตถุที่ผิดกฎหมาย: Steinhardt เป็นนักสะสมงานศิลปะโบราณตัวยง แต่ในปี 2021 เขาต้องทำข้อตกลงกับอัยการเขตแมนแฮตตันเพื่อคืนโบราณวัตถุ 180 ชิ้น มูลค่าราว 70 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกระบุว่าได้มาจากการลักลอบขุดและโจรกรรมทางวัฒนธรรม ส่งผลให้เขาถูกสั่งห้ามสะสมโบราณวัตถุชิ้นใหม่ตลอดชีวิต
Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความมั่งคั่ง: มีทรัพย์สินสุทธิประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์ (ข้อมูลปี 2018)
  • ผลงานเด่น: สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 24.5% ต่อปีให้กับ Steinhardt Partners
  • การกุศล: บริจาคกว่า 125 ล้านดอลลาร์เพื่อกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมยิว
  • บทลงโทษทางกฎหมาย: คืนโบราณวัตถุ 180 ชิ้น และถูกแบนจากการสะสมศิลปะโบราณถาวร
สรุปข้อมูลสำคัญของ Michael Steinhardt
หัวข้อ รายละเอียด
การศึกษา B.S. จาก Wharton School, University of Pennsylvania
ธุรกิจหลัก Steinhardt Partners, WisdomTree Investments
ฉายา Wall Street's Greatest Trader (โดย Forbes)
ผลงานการกุศล ร่วมก่อตั้ง Taglit-Birthright Israel, สนับสนุน NYU
คดีความสำคัญ ปั่นตลาดพันธบัตร, ครอบครองโบราณวัตถุผิดกฎหมาย, คุกคามทางเพศ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Michael Steinhardt มีชื่อเสียงโด่งดังจากอะไร?

เขาโด่งดังจากการเป็นผู้จัดการกองทุน Hedge Fund ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะการบริหาร Steinhardt Partners ที่สร้างผลตอบแทนชนะดัชนี S&P 500 อย่างขาดลอยเป็นเวลาหลายทศวรรษ

ทำไมเขาถึงถูกสั่งห้ามสะสมโบราณวัตถุตลอดชีวิต?

เนื่องจากผลการสืบสวนพบว่าเขาครอบครองและซื้อขายโบราณวัตถุที่ถูกขโมยมาจำนวนมากจากหลายประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก บัลแกเรีย และอิรัก ซึ่งสร้างความเสียหายทางวัฒนธรรมอย่างร้ายแรง

WisdomTree Investments แตกต่างจากกองทุนดัชนีทั่วไปอย่างไร?

WisdomTree เน้นการสร้างกองทุนดัชนีที่อ้างอิงจากเงินปันผล (Dividend) และกำไร (Earnings) แทนที่จะใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าบริษัทตามราคาตลาด (Market Cap) แบบที่กองทุนดัชนีส่วนใหญ่ใช้

เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับรัฐอิสราเอล?

เขาเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของอิสราเอล ทั้งในด้านการเงินและการเมือง โดยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งโครงการส่งเยาวชนยิวไปเยือนอิสราเอล และเคยได้รับเกียรติให้เป็นผู้จุดคบเพลิงในวันประกาศอิสรภาพของอิสราเอล

คดีปั่นตลาดพันธบัตรในยุค 90 จบลงอย่างไร?

จบลงด้วยการประนีประนอมยอมความกับ SEC และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ โดยมีการจ่ายค่าปรับรวม 70 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง Steinhardt รับผิดชอบจ่ายเองถึง 75% ของยอดทั้งหมด