Michel Tognini จากนักบินทดสอบสู่ผู้บัญชาการศูนย์นักบินอวกาศยุโรป
ในโลกของการบินและการสำรวจอวกาศ ชื่อของ Michel Tognini คือสัญลักษณ์ของความเชี่ยวชาญที่ผสมผสานระหว่างทักษะการบินระดับสูงและการปฏิบัติภารกิจนอกโลก เขาไม่เพียงแต่เป็นอดีตนักบินอวกาศของ CNES (ศูนย์การศึกษาอวกาศแห่งชาติฝรั่งเศส) และ ESA (องค์การอวกาศยุโรป) แต่ยังดำรงตำแหน่งพลจัตวาในกองทัพอากาศฝรั่งเศส และเคยนำทัพในฐานะหัวหน้าศูนย์นักบินอวกาศยุโรป (European Astronaut Centre) อีกด้วย
เส้นทางสู่ท้องฟ้า: การฝึกฝนและประสบการณ์นักบินทดสอบ
Michel Tognini เริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพด้วยการศึกษาที่โรงเรียนทหาร EPA Grenoble และจบการศึกษาจาก Ecole de l'Air ในปี 1973 หลังจากนั้นเขาได้เข้าสู่การฝึกบินขับไล่ขั้นสูงที่ฝูงบิน Normandie-Niemen และปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินขับไล่ประจำกองทัพอากาศฝรั่งเศส ณ ฐานทัพอากาศ Cambrai ระหว่างปี 1974 ถึง 1981 โดยมีความเชี่ยวชาญในเครื่องบินรุ่น SMB2 และ Mirage F1
ความสามารถของเขาโดดเด่นจนได้รับเลือกให้เข้าเรียนที่ Empire Test Pilots' School ในสหราชอาณาจักร และได้รับประกาศนียบัตรนักบินทดสอบในปี 1982 ซึ่งนำไปสู่บทบาทหัวหน้านักบินทดสอบที่ศูนย์ทดสอบการบิน Cazaux โดย Tognini มีส่วนสำคัญในการทดสอบระบบอาวุธของเครื่องบินรุ่นล้ำสมัยอย่าง Mirage 2000-C, Mirage 2000-N, Jaguar ATLIS และ FLIR รวมถึงดูแลความปลอดภัยในการบินให้กับวิศวกรและนักทดลอง

การก้าวเข้าสู่ห้วงอวกาศและภารกิจสำคัญ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1985 เมื่อ CNES เปิดรับสมัครนักบินอวกาศ และ Tognini เป็นหนึ่งในเจ็ดคนที่ได้รับเลือก เขาต้องผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดที่ศูนย์ฝึกนักบินอวกาศ Yuri Gagarin ในรัสเซีย รวมถึงการฝึก EVA (Extravehicular Activity) หรือการออกปฏิบัติภารกิจนอกยานอวกาศ
ภารกิจแรกของเขาเกิดขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม 1992 บนยาน Soyuz TM-15 ในโครงการ ANTARES โดยเขาได้เดินทางไปเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศ Mir และปฏิบัติการทดลองร่วมกันระหว่างโซเวียตและฝรั่งเศสเป็นเวลา 14 วัน ก่อนจะเดินทางกลับโลกด้วยยาน Soyuz TM-14
ต่อมาในปี 1999 Tognini ได้ปฏิบัติภารกิจครั้งที่สองบนกระสวยอวกาศ Columbia ในภารกิจ STS-93 (Space Transportation System) โดยมีหน้าที่หลักคือการสนับสนุนการส่งกล้องโทรทรรศน์รังสีเอ็กซ์ Chandra X-Ray Observatory ขึ้นสู่วงโคจร รวมถึงเตรียมพร้อมสำหรับการเดินอวกาศหากจำเป็น นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมในการทดลองด้านการเติบโตของพืชในสภาวะไมโครกราวิตี้ (PGIM) และการวิจัยทางชีวภาพ (BRIC)

บทบาทการบริหารและเกียรติประวัติ
หลังจากเกษียณจากการเป็นนักบินอวกาศในปี 2003 Tognini ได้ใช้ประสบการณ์บริหารงานในระดับสูง โดยดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกนักบินอวกาศยุโรป และก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าศูนย์นักบินอวกาศยุโรป (EAC) ณ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ระหว่างปี 2005 ถึง 2011 ปัจจุบันเขาอุทิศตนให้กับการบรรยายสาธารณะและทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยด้านการสำรวจอวกาศของมนุษย์ รวมถึงดำรงตำแหน่งประธาน GAMA และ Space Conseil
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลาปฏิบัติงานในอวกาศ | 18 วัน 17 ชั่วโมง 46 นาที |
| จำนวนชั่วโมงบิน | 4,000 ชั่วโมง (เครื่องบิน 80 ประเภท) |
| ภารกิจอวกาศ | Soyuz TM-15/14 และ STS-93 |
| ยศสูงสุด | พลจัตวา (Brigadier General) กองทัพอากาศฝรั่งเศส |
| ทักษะทางภาษา | อังกฤษ และ รัสเซีย |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญหลากหลาย: บินเครื่องบินได้ถึง 80 รุ่น รวมถึงเครื่องบินขับไล่ชื่อดังอย่าง MiG-25 และ F-104
- บทบาทสำคัญใน STS-93: เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ส่งกล้อง Chandra X-Ray Observatory ขึ้นสู่อวกาศ
- การศึกษาขั้นสูง: จบการศึกษาจาก Ecole de l'Air และ Empire Test Pilots' School
- รางวัลเกียรติยศ: ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ Legion d'Honneur และ Order of Friendship จากทั้งโซเวียตและรัสเซีย
คำถามที่พบบ่อย
Michel Tognini มีประสบการณ์การบินในอวกาศนานเท่าใด?
เขามีเวลาปฏิบัติภารกิจในอวกาศรวมทั้งสิ้นประมาณ 19 วัน จากการเดินทาง 2 ครั้ง
ภารกิจ STS-93 มีความสำคัญอย่างไรต่อ Tognini?
ในภารกิจนี้เขาทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญภารกิจ (Mission Specialist) เพื่อช่วยติดตั้งกล้องโทรทรรศน์รังสีเอ็กซ์ Chandra และสนับสนุนการทดลองทางชีวภาพและพืชในอวกาศ
เขามีความเชี่ยวชาญด้านการบินประเภทใดบ้าง?
เขาเป็นนักบินทดสอบที่มีชั่วโมงบินสูงถึง 4,000 ชั่วโมง โดยขับเครื่องบินได้ถึง 80 ประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินขับไล่
บทบาทสุดท้ายของเขาใน ESA คืออะไร?
เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์นักบินอวกาศยุโรป (European Astronaut Centre - EAC) ตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปี 2011
Tognini พูดภาษาอะไรได้บ้าง?
เขาสามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วทั้งภาษาอังกฤษและภาษารัสเซีย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการฝึกฝนและปฏิบัติภารกิจร่วมกับรัสเซีย