Mike Dickison ผู้บุกเบิกการเชื่อมโยงพิพิธภัณฑ์และโลกดิจิทัลผ่าน Wikipedia
ในโลกที่ข้อมูลข่าวสารย้ายไปอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ Mike Dickison ได้กลายเป็นบุคคลสำคัญที่เชื่อมประสานระหว่างโลกแห่งการอนุรักษ์ในพิพิธภัณฑ์และสารานุกรมเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Wikipedia เขาไม่เพียงแต่เป็นนักสัตววิทยาและภัณฑารักษ์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังเป็นผู้ผลักดันให้ข้อมูลทางวิชาการเข้าถึงสาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง

เส้นทางสายวิชาการและความหลงใหลในธรรมชาติ
Dickison เติบโตในเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ โดยได้รับแรงบันดาลใจในการสะสมและจัดหมวดหมู่สิ่งของมาจากบิดา ซึ่งเป็นช่างทำหม้อต้มน้ำ ความสนใจนี้ส่งผลให้เขาเดินหน้าเข้าสู่เส้นทางสายวิทยาศาสตร์จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (PhD) ด้านสัตววิทยาจากมหาวิทยาลัย Duke ในปี 2007
วิทยานิพนธ์ระดับดุษฎีบัณฑิตของเขาเน้นศึกษาเรื่อง Allometry (การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของร่างกายและสัดส่วนของอวัยวะ) ของนกยักษ์ที่บินไม่ได้ ซึ่งเป็นงานวิจัยที่เจาะลึกถึงโครงสร้างทางชีวภาพของสัตว์โบราณ

บทบาทภัณฑารักษ์และการจัดการมรดกทางธรรมชาติ
ระหว่างปี 2013 ถึง 2018 Dickison ดำรงตำแหน่งภัณฑารักษ์ด้านประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่พิพิธภัณฑ์ภูมิภาค Whanganui ผลงานที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งคือการนำทีมจัดแสดงโครงกระดูกนกโมอา (Moa) ที่ประกอบสมบูรณ์ถึง 10 ชุด พร้อมกับชิ้นส่วนกระดูกอีกกว่า 2,000 ชิ้น เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นความยิ่งใหญ่ของสัตว์สายพันธุ์นี้
การปฏิวัติข้อมูลพิพิธภัณฑ์สู่ Wikipedia
ความสนใจใน Wikipedia ของเขาเริ่มต้นขึ้นในปี 2009 และพัฒนาไปสู่การสร้างกลุ่ม "Whanganui Wiki Wednesday" ในปี 2012 เพื่อให้คนในท้องถิ่นมาร่วมกันแก้ไขและเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ของตนลงในสารานุกรมออนไลน์ นอกจากนี้เขายังจัดเวิร์กชอปให้ความรู้ด้านการเขียน Wikipedia ไปทั่วประเทศนิวซีแลนด์
Dickison เชื่อมั่นว่าพิพิธภัณฑ์ควรใช้ Wikipedia เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่คอลเลกชันของตนให้โลกได้รับรู้ รวมถึงเสนอให้รัฐบาลใช้แพลตฟอร์มนี้ในการสื่อสารข้อมูลสำคัญกับประชาชน เช่น กรณีการแพร่ระบาดของโรครากเน่าในต้นเคารี (Kauri dieback)
บทบาท Wikipedian at Large คนแรกของนิวซีแลนด์
ในปี 2018 Dickison ได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 61,000 ดอลลาร์จาก Wikimedia Foundation เพื่อดำรงตำแหน่ง Wikipedian at Large (บรรณาธิการวิกิพีเดียประจำสถาบัน) คนแรกของนิวซีแลนด์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดช่องว่างของข้อมูลที่ขาดหายไป โดยเฉพาะเนื้อหาเกี่ยวกับชาวเมารีและบทความที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง เพื่อลดอคติทางเพศในเนื้อหาของสารานุกรม
เขาใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นทั้งสำนักงานเคลื่อนที่และสถานีภาคสนามทางกีฏวิทยา เดินทางไปยังเมืองต่างๆ 16 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงพิพิธภัณฑ์โอคแลนด์ เพื่อบันทึกการออกเสียงภาษาเมารีและรวบรวมเรื่องราวจากคนในท้องถิ่นมาบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในโลกดิจิทัล
การเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อและกิจกรรม
นอกเหนือจากงานเขียน เขายังสร้างสรรค์รายการวิทยุ "Critter of the Week" ซึ่งเป็นตัวอย่างของการใช้ Wikipedia ในการเข้าถึงชุมชน โดยเขาได้นำเสนอโมเดลนี้ในงานประชุมระดับนานาชาติทั้งในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และในเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย รวมถึงงานประชุม SPNHC ที่เมืองดะนีดิน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: ปริญญาเอกด้านสัตววิทยาจาก Duke University (2007)
- ความเชี่ยวชาญ: Allometry ของนกยักษ์ที่บินไม่ได้
- ตำแหน่งสำคัญ: ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ภูมิภาค Whanganui และ Wikipedian at Large คนแรกของนิวซีแลนด์
- ผลงานเด่น: จัดแสดงโครงกระดูกนกโมอา 10 ชุด และผลักดันการเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับชาวเมารีและผู้หญิงใน Wikipedia
- รางวัล/เกียรติประวัติ: ได้รับทุนจาก Wikimedia Foundation และเป็นกรรมการตัดสินรางวัล Voyager Media Awards ปี 2019
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| การศึกษา | PhD สัตววิทยา, Duke University |
| ความเชี่ยวชาญพิเศษ | สัตววิทยา, การจัดการพิพิธภัณฑ์, การแก้ไข Wikipedia |
| โครงการสำคัญ | Wikipedian at Large (2018-2019) |
| เป้าหมายหลัก | ลดช่องว่างข้อมูลด้านเพศและชาติพันธุ์ใน Wikipedia |
คำถามที่พบบ่อย
Wikipedian at Large คืออะไร?
คือตำแหน่งที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก Wikimedia Foundation เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปทำงานร่วมกับสถาบันต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ หรือห้องสมุด เพื่อช่วยนำข้อมูลทางวิชาการมาเผยแพร่บน Wikipedia ให้ถูกต้องและครอบคลุมมากขึ้น
งานวิจัยเรื่อง Allometry ของ Mike Dickison เกี่ยวกับอะไร?
เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างขนาดร่างกายและสัดส่วนของอวัยวะในนกยักษ์ที่บินไม่ได้ เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างทางกายภาพและการเติบโตของสัตว์เหล่านี้
Mike Dickison มีบทบาทอย่างไรในการส่งเสริมความหลากหลายใน Wikipedia?
เขาพยายามเพิ่มบทความที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงและชาวเมารี รวมถึงดึงดูดให้บรรณาธิการผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมในการเขียนมากขึ้น เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของเนื้อหา (Gender Bias)
โครงการ "Critter of the Week" มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?
เป็นโครงการที่ใช้รายการวิทยุร่วมกับ Wikipedia เพื่อเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างพิพิธภัณฑ์กับสาธารณชน