← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Mike Rutherford ตำนานมือกีตาร์และผู้ร่วมก่อตั้งวง Genesis

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Mike Rutherford ตำนานมือกีตาร์และผู้ร่วมก่อตั้งวง Genesis

Mike Rutherford ตำนานมือกีตาร์และผู้ร่วมก่อตั้งวง Genesis หากพูดถึงวงการเพลง Progressive Rock ระดับโลก ชื่อของ Mike Rutherford (ไมค์ รัทเทอร์ฟอร์ด) ย่อมเป็นที่รู้จักในฐาน…

Mike RutherfordGenesisMike and the Mechanicsมือกีตาร์

Mike Rutherford ตำนานมือกีตาร์และผู้ร่วมก่อตั้งวง Genesis

หากพูดถึงวงการเพลง Progressive Rock ระดับโลก ชื่อของ Mike Rutherford (ไมค์ รัทเทอร์ฟอร์ด) ย่อมเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและเสาหลักของวง Genesis เขาไม่เพียงแต่เป็นมือกีตาร์และมือเบสผู้มากฝีมือ แต่ยังเป็นนักแต่งเพลงผู้อยู่เบื้องหลังเพลงฮิตระดับสากลมากมาย โดยเขาและ Tony Banks เป็นสมาชิกสองคนสุดท้ายที่ยังคงอยู่กับวงมาอย่างยาวนานตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน

Content image

เส้นทางดนตรีจากวัยเยาว์สู่การก่อตั้ง Genesis

ไมค์ รัทเทอร์ฟอร์ด เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1950 ที่เมืองเชิร์ตซี ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มสัมผัสเครื่องดนตรีชิ้นแรกคือกีตาร์ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และเริ่มเล่นกับวงดนตรีวงแรกที่ชื่อว่า The Chesters ในปีต่อมา ในช่วงที่ศึกษาอยู่ที่โรงเรียน Charterhouse เขาได้ร่วมก่อตั้งวง Anon (ย่อมาจาก Anonymous) ร่วมกับ Anthony Phillips แม้จะเคยถูกครูสั่งห้ามเล่นกีตาร์ในช่วงหนึ่ง แต่ความหลงใหลในดนตรีทำให้เขากลับมาเล่นได้อีกครั้ง และได้ลองเปลี่ยนบทบาทไปเล่นเบสและร้องนำในช่วงที่สมาชิกบางคนลาออก

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดคริสต์มาสปี 1966 เมื่อเขากับ Phillips เริ่มเขียนเพลงร่วมกัน จนนำไปสู่การก่อตั้งวง Genesis ในปี 1967 ร่วมกับเพื่อนร่วมโรงเรียนอย่าง Tony Banks, Peter Gabriel และ Chris Stewart ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานดนตรีร็อกที่เปลี่ยนแปลงโลก

เอกลักษณ์การเล่นและบทบาทในวง Genesis

สไตล์การเล่นของไมค์มีความโดดเด่นที่การปรับตัวตามความต้องการของวง เขาเริ่มต้นจากการเป็นมือเบสและนักร้องประสานเสียง พร้อมกับเล่นกีตาร์ริทึ่ม (Rhythm Guitar) โดยเฉพาะกีตาร์ 12 สาย ซึ่งสร้างเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับ Genesis ในยุคแรก ต่อมาหลังจาก Steve Hackett ลาออกจากวงในปี 1977 ไมค์ได้ก้าวขึ้นมารับหน้าที่มือกีตาร์โซโล่ (Lead Guitar) ในอัลบั้มสตูดิโอตั้งแต่ชุด ...And Then There Were Three... เป็นต้นมา

ไมค์มักเลือกใช้แนวทางการเล่นที่เน้นทำนองที่ไพเราะและเรียบง่าย (Minimalist) มากกว่าการโชว์เทคนิคที่ซับซ้อน ทำให้โซโล่ของเขามีลักษณะคล้ายเสียงร้องที่สื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้ง นอกจากนี้เขายังเชี่ยวชาญการใช้ Bass Pedals (แป้นเหยียบเสียงเบส) เพื่อสร้างเสียงพื้นหลังที่หนักแน่นในขณะที่เขายังสามารถเล่นกีตาร์ไปพร้อมกันได้

Content image

นวัตกรรมเครื่องดนตรีและการแสดงสด

เพื่อให้สามารถสลับบทบาทระหว่างเบสและกีตาร์ได้อย่างรวดเร็วบนเวที ไมค์จึงเลือกใช้เครื่องดนตรีแบบ Double-neck (กีตาร์สองคอ) ซึ่งมีการสั่งทำพิเศษจากแบรนด์ Rickenbacker และ Shergold โดยออกแบบให้มีทั้งคอกีตาร์ 12 สายและคอเบสในตัวเดียว นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมในการพัฒนาเครื่องดนตรีอย่าง M-Series Steinberger ในช่วงทศวรรษ 1980 อีกด้วย

ผลงานเดี่ยวและโปรเจกต์ Mike + the Mechanics

นอกเหนือจากความสำเร็จกับ Genesis แล้ว ไมค์ยังได้ออกอัลบั้มเดี่ยวในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ได้แก่ Smallcreep's Day และ Acting Very Strange อย่างไรก็ตาม เขาพบว่าตนเองมีความสุขและสร้างสรรค์ผลงานได้ดีที่สุดเมื่อทำงานร่วมกับผู้อื่น จึงนำไปสู่การก่อตั้งวง Mike + the Mechanics ในปี 1985

วง Mike + the Mechanics ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีเพลงฮิตติดชาร์ตมากมาย เช่น "The Living Years" ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัล Ivor Novello Award ในปี 1988 รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy อีกสองครั้ง

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สถานะในวง: เป็นหนึ่งในสองสมาชิกดั้งเดิมที่ยังคงอยู่ในวง Genesis จนถึงปัจจุบัน
  • ความสำเร็จสูงสุด: ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในปี 2010 ในฐานะสมาชิกวง Genesis
  • ผลงานเขียน: เป็นผู้แต่งเนื้อร้องเพลงฮิตอย่าง "Follow You Follow Me", "Turn It On Again" และ "Land of Confusion"
  • เครื่องดนตรีหลัก: กีตาร์, กีตาร์เบส และ Bass Pedals (Moog Taurus)
  • ชีวิตส่วนตัว: แต่งงานกับ Angie Rutherford มีบุตร 3 คน และมีความหลงใหลในกีฬาขี่ม้า
สรุปข้อมูลประวัติและผลงานของ Mike Rutherford
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อเต็ม Michael John Cloete Crawford Rutherford
วันเกิด 2 ตุลาคม ค.ศ. 1950
วงดนตรีที่สังกัด Genesis, Mike + the Mechanics, Anon, Red 7
แนวเพลง Progressive Rock, Art Rock, Pop Rock, Soft Rock
รางวัลสำคัญ Ivor Novello Award, Rock and Roll Hall of Fame (2010)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Mike Rutherford มีบทบาทอะไรในวง Genesis?

เขาเริ่มต้นจากการเป็นมือเบสและมือกีตาร์ริทึ่ม ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นมือกีตาร์โซโล่หลักหลังจาก Steve Hackett ลาออกในปี 1977 นอกจากนี้เขายังเป็นหนึ่งในนักแต่งเพลงหลักของวง

ทำไม Mike Rutherford ถึงใช้กีตาร์สองคอ (Double-neck)?

เพื่อความสะดวกในการแสดงสด เนื่องจากเขาต้องสลับการเล่นระหว่างกีตาร์ 12 สายและกีตาร์เบสอย่างรวดเร็วในเพลงเดียวกัน การใช้เครื่องดนตรีสองคอจึงช่วยลดเวลาในการเปลี่ยนเครื่องดนตรีบนเวที

วง Mike + the Mechanics แตกต่างจาก Genesis อย่างไร?

Mike + the Mechanics เป็นโปรเจกต์ที่ไมค์ก่อตั้งขึ้นเพื่อเน้นการทำงานร่วมกันในรูปแบบที่แตกต่างออกไป โดยมีแนวเพลงที่เข้าถึงง่ายกว่าและประสบความสำเร็จในชาร์ตเพลงป๊อปและร็อกในช่วงปลายยุค 80

เพลงที่โด่งดังที่สุดที่ Mike Rutherford แต่งคือเพลงอะไร?

เขามีส่วนร่วมในเพลงฮิตมากมาย โดยเฉพาะเพลง "Follow You Follow Me", "Turn It On Again", "Land of Confusion" และ "The Living Years" (จากวง Mike + the Mechanics)

ปัจจุบัน Mike Rutherford ยังคงเล่นดนตรีอยู่หรือไม่?

เขายังคงมีบทบาทในวงการดนตรี โดยล่าสุดได้ร่วมทัวร์คอนเสิร์ต The Last Domino? ของ Genesis ในช่วงปี 2021-2022