Millard S. Drexler ผู้พลิกโฉมวงการแฟชั่นรีเทลระดับโลก
ในโลกของธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายระดับโลก ชื่อของ Millard "Mickey" S. Drexler คือบุคคลที่ได้รับการยอมรับในฐานะผู้มีวิสัยทัศน์ในการสร้างแบรนด์ให้กลายเป็นไอคอนทางวัฒนธรรม เขาเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกันผู้เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดในบริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่หลายแห่ง และมีความสามารถโดดเด่นในการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างแม่นยำ
เส้นทางชีวิตและการศึกษา
Mickey Drexler เกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 1944 ณ นครนิวยอร์ก ในครอบครัวชาวยิว โดยเขาต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อมารดาเสียชีวิตในขณะที่เขามีอายุเพียง 16 ปี ด้านการศึกษา Drexler สำเร็จการศึกษาจากสถาบันชั้นนำหลายแห่ง ได้แก่ Bronx High School of Science, City College of New York และ University at Buffalo (ปริญญาตรี) ก่อนจะคว้าปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จาก Boston University
ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ เขาได้สั่งสมประสบการณ์ในสายงาน Merchandising (การบริหารจัดการสินค้าเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด) โดยเคยดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายสินค้าที่ Abraham & Straus ในบรูคลิน รวมถึงเคยร่วมงานกับแบรนด์ดังอย่าง Ann Taylor, Bloomingdale's และ Macy's นอกจากนี้เขายังได้รับความไว้วางใจให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของ Apple Inc. ตั้งแต่ปี 1999 จนถึง 2015
ยุคทองของ Gap และการสร้างวัฒนธรรม Casual Friday
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดครั้งหนึ่งของ Drexler คือการนำพา Gap Inc. ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงทศวรรษ 1990 จากเดิมที่ Gap เป็นเพียงเครือข่ายร้านค้าขนาดเล็กที่ขายสินค้าหลากหลายแบรนด์ Drexler ได้ปรับกลยุทธ์ให้บริษัทหันมาเน้น Private Label (การสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง) อย่างเต็มตัว
เขาทำให้ Gap กลายเป็นสัญลักษณ์ของป๊อปคัลเจอร์ในยุคนั้น ผ่านการนำเสนอเสื้อผ้าสไตล์เรียบง่ายแต่ดูดี เช่น กางเกงกากี (Khakis) และเสื้อผ้าพื้นฐาน ซึ่งนำไปสู่กระแส "Casual Fridays" หรือการแต่งกายแบบลำลองในวันศุกร์ที่แพร่หลายในออฟฟิศทั่วอเมริกา โดยมีการใช้โฆษณาทางโทรทัศน์ที่ใช้เพลงประกอบอย่าง "Mellow Yellow" และ "Dress You Up in My Love" เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความผ่อนคลายแบบอเมริกัน ซึ่งในช่วงเวลานี้เขาได้ทำงานใกล้ชิดกับ Steve Jobs ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและกรรมการบริหารของ Gap ในขณะนั้น
อย่างไรก็ตาม เส้นทางใน Gap สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2002 เมื่อ Donald Fisher ผู้ก่อตั้ง Gap บังคับให้เขาเกษียณอายุอย่างกะทันหัน เนื่องจากยอดขายที่ลดลง หนี้สินที่เพิ่มขึ้น และสไตล์การบริหารที่ขัดแย้งกับครอบครัว Fisher โดยเขามอบตำแหน่ง CEO ให้กับ Paul Pressler ในเวลาต่อมา
การพลิกโฉม J.Crew สู่ความหรูหราแบบวินเทจ
หลังจากออกจาก Gap ในปี 2003 Drexler ได้เข้ามารับตำแหน่งประธานและ CEO ของ J.Crew Group ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกเสื้อผ้าและเครื่องประดับในนิวยอร์ก เขาได้นำกลยุทธ์ที่เคยใช้กับ Gap มาประยุกต์ใช้ โดยการปรับตำแหน่งทางการตลาด (Repositioning) ของ J.Crew จากแบรนด์เสื้อผ้าลำลองราคาประหยัด ให้กลายเป็นบูติกที่หรูหราและมีระดับมากขึ้นในสไตล์ "Dressy-Vintage American"
แต่เมื่อรสนิยมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับการปรับขึ้นราคาสินค้าและการขยายตัวของแบรนด์ในช่วงที่ผู้บริโภคเริ่มประหยัดมากขึ้น ทำให้ยอดขายของ J.Crew ลดลงต่อเนื่องหลายปี ส่งผลให้เขาตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ในวันที่ 5 มิถุนายน 2017 และประกาศเกษียณจากตำแหน่งประธานในวันที่ 18 มกราคม 2019 โดยยังคงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ให้กับบริษัท
บทบาทในปัจจุบันและเกร็ดน่ารู้
ปัจจุบันตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา Drexler กลับมาลุยธุรกิจแฟชั่นอีกครั้งในฐานะ CEO ของ Alex Mill ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ก่อตั้งโดยลูกชายของเขา รวมถึงยังบริหารงานในนาม Drexler Ventures
นอกเหนือจากโลกธุรกิจ เขายังเคยปรากฏตัวในฐานะนักแสดงรับเชิญในซีรีส์ดราม่าชื่อดังเรื่อง Breaking Bad ในตอนที่ชื่อว่า "Confessions" โดยรับบทเป็นลูกค้าในร้านล้างรถ ซึ่งเขาเล่าว่าฉากสั้นๆ นั้นต้องถ่ายทำซ้ำถึง 9 เทคกว่าจะผ่าน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: ปริญญาตรีจาก University at Buffalo และ MBA จาก Boston University
- ผลงานเด่น: เปลี่ยน Gap ให้เป็นแบรนด์ไอคอนิกของยุค 90 และยกระดับ J.Crew ให้เป็นแบรนด์หรู
- ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ: เคยเป็นกรรมการบริหารของ Apple Inc. (1999-2015) และเป็นเพื่อนสนิทของ Steve Jobs
- บทบาทปัจจุบัน: CEO ของ Alex Mill และหัวหน้า Drexler Ventures
| ช่วงเวลา/ปี | องค์กร/แบรนด์ | บทบาทสำคัญ |
|---|---|---|
| กลางทศวรรษ 1970 | Abraham & Straus | รองประธานฝ่ายสินค้า (Merchandising VP) |
| ทศวรรษ 1990 - 2002 | Gap Inc. | CEO (สร้างกระแส Casual Fridays) |
| 2003 - 2017 | J.Crew Group | ประธานและ CEO (ปรับภาพลักษณ์สู่ความหรูหรา) |
| 1999 - 2015 | Apple Inc. | คณะกรรมการบริหาร (Board of Directors) |
| 2021 - ปัจจุบัน | Alex Mill | CEO |
คำถามที่พบบ่อย
Mickey Drexler มีส่วนช่วยให้ Gap ประสบความสำเร็จอย่างไร?
เขาเปลี่ยนกลยุทธ์จากการขายสินค้าหลายแบรนด์มาเป็นการเน้นสินค้าแบรนด์ของตัวเอง (Private Label) และสร้างภาพลักษณ์เสื้อผ้าสไตล์ American Casual ที่เรียบง่าย จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อปในยุค 90
ทำไม Mickey Drexler ถึงต้องออกจาก Gap Inc. ในปี 2002?
สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ตกต่ำลงและภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความขัดแย้งในด้านสไตล์การบริหารงานกับครอบครัว Fisher ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท
กลยุทธ์ที่เขาใช้กับ J.Crew แตกต่างจาก Gap อย่างไร?
ที่ J.Crew เขาเน้นการยกระดับแบรนด์ (Upscale) โดยเปลี่ยนจากเสื้อผ้าลำลองราคาถูก ให้กลายเป็นแบรนด์ที่มีความหรูหราและมีกลิ่นอายวินเทจแบบอเมริกันที่ประณีตมากขึ้น
ปัจจุบัน Millard S. Drexler ทำอะไรอยู่?
ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่ง CEO ของ Alex Mill ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ลูกชายของเขาเป็นผู้ก่อตั้ง และบริหารงานที่ Drexler Ventures
เขามีความเกี่ยวข้องกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Apple อย่างไร?
Drexler เคยดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของ Apple Inc. เป็นเวลา 16 ปี (ค.ศ. 1999-2015) และมีความสัมพันธ์อันดีกับ Steve Jobs