Milo Đukanović กับเส้นทางการเมืองที่ยาวนานที่สุดในยุโรปสมัยใหม่
Milo Đukanović คือรัฐบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของมอนเตเนโกร โดยดำรงตำแหน่งสำคัญในระดับบริหารของประเทศมาอย่างยาวนานกว่า 33 ปี ทำให้เขากลายเป็นนักการเมืองที่ครองอำนาจต่อเนื่องยาวนานที่สุดในยุโรปยุคปัจจุบัน เขาเคยดำรงตำแหน่งทั้งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีหลายสมัย ก่อนที่จะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2023 ให้กับ Jakov Milatović อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ

จุดเริ่มต้นและการก้าวขึ้นสู่อำนาจ
Đukanović เกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1962 ที่เมือง Nikšić ในยุคที่มอนเตเนโกรยังเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย เขาจบการศึกษาด้านการท่องเที่ยวจากมหาวิทยาลัย Veljko Vlahović และเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองตั้งแต่วัยเยาว์โดยเข้าร่วมกับ สันนิบาตคอมมิวนิสต์แห่งยูโกสลาเวีย (SKJ) ในปี 1979 ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ถูกกฎหมายในขณะนั้น
ด้วยวาทศิลป์ที่ดุดันและตรงไปตรงมา ทำให้เขาได้รับฉายาว่า "Britva" (มีดโกน) และสามารถไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งในปี 1991 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีของมอนเตเนโกรด้วยวัยเพียง 29 ปี ภายใต้การสนับสนุนของ Slobodan Milošević ผู้นำเซอร์เบียในขณะนั้น

การเปลี่ยนจุดยืนจากพันธมิตรสู่การสร้างชาติ
ในช่วงแรก Đukanović เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับ Milošević และมีบทบาทสำคัญในการส่งกองกำลังเข้าร่วมการล้อมเมืองดูบรอฟนิก (Siege of Dubrovnik) ระหว่างปี 1991-1992 อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 1996 เขาเริ่มสร้างระยะห่างจากรัฐบาลกลางของเซอร์เบีย และหันมาสนับสนุน ชาตินิยมมอนเตเนโกร (Montenegrin Nationalism) เพื่อผลักดันอัตลักษณ์และการแยกตัวเป็นเอกราช
ความขัดแย้งนี้ส่งผลให้พรรค Democratic Party of Socialists (DPS) ซึ่งเขาเป็นหัวหน้าพรรค เกิดการแตกแยก และนำไปสู่การเอาชนะ Momir Bulatović ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 1997 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขามีอำนาจเบ็ดเสร็จในการกำหนดทิศทางของประเทศ

การนำมอนเตเนโกรสู่เอกราชและเวทีโลก
ภายใต้การนำของ Đukanović มอนเตเนโกรได้ผ่านเหตุการณ์สำคัญหลายประการ ตั้งแต่การเปลี่ยนมาใช้สกุลเงิน ดอยซ์มาร์ค (Deutsche Mark) แทนเงินดินาร์ของยูโกสลาเวีย เพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จนถึงการจัดทำประชามติในปี 2006 ซึ่งส่งผลให้มอนเตเนโกรประกาศเอกราชจากเซอร์เบียอย่างเป็นทางการ
หลังจากได้รับเอกราช เขาได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศที่มุ่งเน้นการเข้าเป็นสมาชิกขององค์กรระดับโลก โดยผลักดันให้มอนเตเนโกรเข้าเป็นสมาชิก NATO ในปี 2017 และยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิก สหภาพยุโรป (EU) ในปี 2008 ซึ่งทำให้ประเทศได้รับสถานะผู้สมัครอย่างเป็นทางการในปี 2010

ข้อวิพากษ์วิจารณ์และประเด็นอื้อฉาว
แม้จะประสบความสำเร็จในการนำประเทศสู่สากล แต่การปกครองของ Đukanović ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากองค์กรสากล เช่น Freedom House และ V-Dem Institute ว่ามีลักษณะเป็น ระบอบอำนาจนิยม (Authoritarianism) และมีการถดถอยทางประชาธิปไตย มีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเชิงนโยบายและการใช้เครือข่ายอุปถัมภ์ภายในพรรค DPS เพื่อควบคุมกลไกภาครัฐและธุรกิจ
นอกจากนี้ เขายังถูกเชื่อมโยงกับประเด็นการฟอกเงินและการค้าบุหรี่เถื่อน รวมถึงการปรากฏชื่อใน Pandora Papers ซึ่งระบุถึงการถือครองทรัสต์ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จินร่วมกับบุตรชาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ระยะเวลาครองอำนาจ: ดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงในมอนเตเนโกรต่อเนื่องกว่า 33 ปี
- ตำแหน่งสูงสุด: ประธานาธิบดี (2 สมัย) และนายกรัฐมนตรี (4 สมัย)
- ผลงานหลัก: นำมอนเตเนโกรแยกตัวเป็นเอกราชในปี 2006 และนำประเทศเข้าสู่ NATO ในปี 2017
- พรรคการเมือง: เป็นผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพรรค Democratic Party of Socialists (DPS) มาอย่างยาวนาน
- การสิ้นสุดอำนาจ: พ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2023 ให้กับ Jakov Milatović
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 1991 – 1998 | นายกรัฐมนตรี | สมัยแรกในช่วงเปลี่ยนผ่านจากคอมมิวนิสต์ |
| 1998 – 2002 | ประธานาธิบดี | ภายใต้สหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย |
| 2003 – 2006 | นายกรัฐมนตรี | ช่วงนำประเทศสู่การทำประชามติเอกราช |
| 2008 – 2010 | นายกรัฐมนตรี | ผลักดันการเข้าเป็นสมาชิก EU และ NATO |
| 2012 – 2016 | นายกรัฐมนตรี | สมัยสุดท้ายในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี |
| 2018 – 2023 | ประธานาธิบดี | ดำรงตำแหน่งจนถึงการเลือกตั้งปี 2023 |
คำถามที่พบบ่อย
Milo Đukanović มีความสำคัญอย่างไรต่อประวัติศาสตร์มอนเตเนโกร?
เขาเป็นผู้นำที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผ่านมอนเตเนโกรจากรัฐส่วนหนึ่งของยูโกสลาเวียไปสู่การเป็นประเทศเอกราช และเป็นผู้กำหนดทิศทางนโยบายต่างประเทศให้มุ่งสู่ตะวันตกผ่านการเข้าเป็นสมาชิก NATO และ EU
ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่าเป็นผู้นำแบบอำนาจนิยม?
เนื่องจากมีการใช้เครือข่ายพรรค DPS ควบคุมตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลและตุลาการ รวมถึงมีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องและครอบครัว
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ Slobodan Milošević เปลี่ยนไปอย่างไร?
เริ่มต้นจากการเป็นพันธมิตรใกล้ชิดและดำเนินนโยบายตามแนวทางของ Milošević แต่ต่อมาได้แตกหักกันเนื่องจากความเห็นต่างเรื่องการจัดการเศรษฐกิจ และ Đukanović ต้องการสร้างอัตลักษณ์ชาตินิยมมอนเตเนโกรเพื่อแยกตัวเป็นอิสระ
เขาสิ้นสุดอำนาจทางการเมืองได้อย่างไร?
เขาพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบตัดสินเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2023 โดยผู้ชนะคือ Jakov Milatović ซึ่งเป็นตัวแทนจากฝ่ายสายกลางที่มีอายุน้อยกว่ามาก
Pandora Papers เกี่ยวข้องกับเขาอย่างไร?
เอกสารหลุด Pandora Papers ระบุว่า Milo Đukanović และบุตรชายมีความเชื่อมโยงกับการจัดตั้งทรัสต์ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ซึ่งเป็นพื้นที่เลี่ยงภาษีระดับโลก