← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Missy Higgins ศิลปินสาวผู้ขับเคลื่อนดนตรีและสังคมจากออสเตรเลีย

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Missy Higgins ศิลปินสาวผู้ขับเคลื่อนดนตรีและสังคมจากออสเตรเลีย

Missy Higgins ศิลปินสาวผู้ขับเคลื่อนดนตรีและสังคมจากออสเตรเลีย หากพูดถึงศิลปินหญิงที่มีอิทธิพลต่อวงการเพลงป๊อปร็อกและอินดี้ของออสเตรเลีย ชื่อของ Missy Higgins (หรือชื่อจร…

Missy Higginsนักร้องออสเตรเลียThe Sound of Whiteเพลง Pop rock

Missy Higgins ศิลปินสาวผู้ขับเคลื่อนดนตรีและสังคมจากออสเตรเลีย

หากพูดถึงศิลปินหญิงที่มีอิทธิพลต่อวงการเพลงป๊อปร็อกและอินดี้ของออสเตรเลีย ชื่อของ Missy Higgins (หรือชื่อจริงคือ Melissa Morrison Higgins) จะต้องอยู่ในลำดับต้นๆ อย่างแน่นอน เธอไม่ได้เป็นเพียงนักร้องนักแต่งเพลงที่มีผลงานระดับชาร์ตอันดับหนึ่งหลายชุด แต่ยังเป็นกระบอกเสียงสำคัญในประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกให้ความสนใจ

เส้นทางสู่ดวงดาวและการเริ่มต้นที่ไม่ได้คาดฝัน

Missy เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 1983 ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เธอเริ่มเรียนเปียโนคลาสสิกตั้งแต่อายุ 6 ขวบตามรอยครอบครัว แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธออายุ 12 ปี ขณะร่วมแสดงละครเพลงเรื่อง Joseph and the Amazing Technicolor Dreamcoat ซึ่งทำให้เธอค้นพบความหลงใหลในการร้องเพลงมากกว่าการเล่นเปียโน

ในช่วงวัยรุ่นขณะศึกษาอยู่ที่โรงเรียนประจำ Geelong Grammar School เธอได้กลับมาเล่นเปียโนอีกครั้งในแนวแจ๊ส และเริ่มเขียนเพลงของตัวเอง โดยเพลง "All for Believing" ซึ่งเขียนขึ้นเพื่อส่งงานวิชาดนตรีตอนอายุ 15 ปี ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพศิลปิน เมื่อพี่สาวของเธอส่งเพลงนี้เข้าประกวดในรายการ Unearthed ของสถานีวิทยุ Triple J จนได้รับชัยชนะและกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ความโดดเด่นของเธอทำให้ค่ายเพลง Eleven และ Warner Bros. สนใจเซ็นสัญญา โดย Missy เลือกค่าย Eleven เพราะต้องการรักษาความเป็นตัวของตัวเองและไม่ต้องการถูกปั้นให้เป็นเพียง "ป๊อปสตาร์" ตามสูตรสำเร็จ

Content image

ความสำเร็จทางดนตรีและอัลบั้มสร้างชื่อ

Missy Higgins เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วย EP ชุดแรก และตามมาด้วยอัลบั้ม The Sound of White ในปี 2004 ซึ่งทะยานขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต ARIA และมียอดขายมากกว่า 500,000 ก๊อปปี้ โดยมีเพลงฮิตอย่าง "Scar" ที่ส่งให้เธอคว้ารางวัล Best Pop Release จากเวที ARIA Music Awards

หลังจากนั้นเธอได้สร้างผลงานคุณภาพอย่าง On a Clear Night (2007) และ The Ol' Razzle Dazzle (2012) ซึ่งทั้งสองอัลบั้มต่างครองอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงของออสเตรเลีย ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงชาวออสเตรเลียที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในแง่ของจำนวนอัลบั้มอันดับหนึ่ง

Higgins is seated. She sings into a microphone and plays a keyboard instrument. The lettering RD-300SX and Roland are visible across its front.

นอกจากงานเพลงสตูดิโอ เธอยังมีโปรเจกต์พิเศษอย่างอัลบั้ม Oz (2014) ซึ่งเป็นการนำเพลงของศิลปินชาวออสเตรเลียมาเรียบเรียงใหม่ และอัลบั้ม Solastalgia (2018) ที่สะท้อนถึงความโศกเศร้าจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม รวมถึงอัลบั้มล่าสุด The Second Act (2024) ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวดจากการเลิกราในชีวิตคู่

Higgins stands and plays an acoustic guitar with her left hand high on the fret board. She sings into a microphone. Her right arm and bottom of guitar are not in view. Background has large stage lights.

ทักษะทางดนตรีและแรงบันดาลใจ

Missy เป็นศิลปินที่มีความสามารถรอบด้าน (Multi-instrumentalist) เธอเชี่ยวชาญทั้งการร้องเพลง การเล่นเปียโน (โดยเฉพาะ Roland RD-300SX) และกีตาร์แบรนด์ Maton นอกจากนี้ในบางโชว์เธอยังใช้เครื่องดนตรีอย่าง Keytar (คีย์บอร์ดแบบสะพาย), Xylophone (ระนาดฝรั่ง) และ Melodica (เมโลดิกา) เพื่อสร้างสีสัน

แรงบันดาลใจของเธอมีความหลากหลาย ตั้งแต่ศิลปินระดับตำนานอย่าง Nina Simone และ Ray Charles ไปจนถึงแนวเพลง Ambient ของ Sigur Rós และดนตรีคลาสสิกของ Arvo Pärt ซึ่งส่งผลให้งานเพลงของเธอมีมิติและลุ่มลึก

Content image

บทบาทนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจากเสียงเพลง Missy ใช้ชื่อเสียงของเธอขับเคลื่อนประเด็นสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เธอพยายามทำให้การทัวร์คอนเสิร์ตของเธอเป็นแบบ Carbon Neutral (การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์) และเป็นผู้อุปถัมภ์ Green Music Australia

เธอยังให้ความสำคัญกับ สิทธิสัตว์ โดยเป็นมังสวิรัติมาอย่างยาวนาน และร่วมรณรงค์กับ PETA รวมถึงต่อต้านโรงงานผลิตลูกสุนัข (Puppy Factories) ในออสเตรเลีย นอกจากนี้เธอยังสนับสนุนสิทธิของผู้ลี้ภัยผ่านเพลง "Oh Canada" และเป็นทูตของ Asylum Seeker Resource Centre (ASRC)

ในด้านสิทธิมนุษยชน Missy สนับสนุนชาวพื้นเมืองออสเตรเลีย (First Nations people) และใช้ผลงานเพลงในอัลบั้ม Total Control เพื่อสื่อสารถึงการเสริมสร้างพลังให้ผู้หญิง (Female Empowerment) และการต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมในสังคม

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ชื่อเต็ม: Melissa Morrison Higgins เกิดวันที่ 19 สิงหาคม 1983
  • ความสำเร็จ: มีอัลบั้มอันดับ 1 บนชาร์ต ARIA ถึง 3 ชุด
  • รางวัล: คว้ารางวัล ARIA Music Awards รวมหลายรายการ รวมถึง Best Pop Release และ Best Female Artist
  • เครื่องดนตรี: ร้องเพลง, เปียโน, กีตาร์, ซินธิไซเซอร์ และเครื่องดนตรีอื่นๆ อีกมากมาย
  • จุดยืนสังคม: รณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม, สิทธิสัตว์, ผู้ลี้ภัย และสิทธิสตรี
สรุปผลงานอัลบั้มหลักของ Missy Higgins
ปีที่ออก ชื่ออัลบั้ม ความโดดเด่น / รางวัล
2004 The Sound of White อันดับ 1 บนชาร์ต ARIA, ยอดขายกว่า 5 แสนก๊อปปี้
2007 On a Clear Night อันดับ 1 บนชาร์ต ARIA
2012 The Ol' Razzle Dazzle อันดับ 1 บนชาร์ต ARIA, รางวัล Best Adult Contemporary Album
2014 Oz อัลบั้ม Cover เพลงศิลปินออสเตรเลีย
2018 Solastalgia นำเสนอประเด็นความวิตกกังวลด้านสิ่งแวดล้อม
2024 The Second Act ถ่ายทอดเรื่องราวการก้าวผ่านความเสียใจจากการเลิกรา
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Missy Higgins เริ่มต้นอาชีพนักร้องได้อย่างไร?

เธอเริ่มต้นจากการเขียนเพลง "All for Believing" ส่งงานวิชาดนตรีตอนอายุ 15 ปี ซึ่งต่อมาพี่สาวได้ส่งเข้าประกวดในรายการ Unearthed ของสถานีวิทยุ Triple J จนได้รับชัยชนะและนำไปสู่การเซ็นสัญญากับค่ายเพลง

อัลบั้มที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเธอคือชุดไหน?

อัลบั้ม The Sound of White (2004) ถือเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เธอมากที่สุด โดยขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต ARIA และมียอดขายสูงถึง 500,000 ก๊อปปี้ พร้อมส่งให้เธอคว้ารางวัล ARIA หลายรายการ

เธอมีบทบาทในการช่วยเหลือสังคมอย่างไรบ้าง?

Missy เป็นนักเคลื่อนไหวตัวยงในหลายด้าน เช่น การผลักดันให้การทัวร์คอนเสิร์ตเป็นแบบ Carbon Neutral, การรณรงค์สิทธิสัตว์ร่วมกับ PETA, การสนับสนุนผู้ลี้ภัยผ่าน ASRC และการส่งเสริมสิทธิของชาวพื้นเมืองออสเตรเลีย

เครื่องดนตรีที่ Missy Higgins ใช้ในการแสดงมีอะไรบ้าง?

เธอมีความสามารถหลากหลาย โดยใช้เปียโน (รวมถึงดิจิทัลเปียโน Roland), กีตาร์ (แบรนด์ Maton), และในบางโอกาสจะใช้ Keytar, Xylophone และ Melodica ในการแสดงสด

อัลบั้มล่าสุดของเธอมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร?

อัลบั้ม The Second Act (2024) เป็นผลงานที่เขียนขึ้นหลังจากความสัมพันธ์ในชีวิตคู่สิ้นสุดลง โดยเนื้อหาเพลงจะเน้นไปที่การถ่ายทอดความเศร้าและการจัดการกับความสูญเสีย