Mohamed Cheikh Ould Mkhaitir กับการต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงออกในมอริเตเนีย
เรื่องราวของ Mohamed Cheikh Ould Mkhaitir เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างเสรีภาพในการเขียนกับกฎหมายทางศาสนาที่เข้มงวดในประเทศมอริเตเนีย เขาคือนักเขียนบล็อกและวิศวกรที่ต้องเผชิญกับโทษประหารชีวิตเพียงเพราะการตั้งคำถามต่อโครงสร้างทางสังคมและความเชื่อในบ้านเกิด จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในระดับสากล
จุดเริ่มต้นจากบทความวิพากษ์สังคม
Mkhaitir เกิดในปี 1985 ในครอบครัววรรณะ Moulamines หรือที่รู้จักกันในชื่อ วรรณะช่างตีเหล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มทางสังคมที่มีสถานะต่ำเป็นอันดับสองของประเทศมอริเตเนีย ด้วยพื้นฐานชีวิตที่เห็นความเหลื่อมล้ำ เขาจึงใช้พื้นที่บนเว็บไซต์ Aqlame เขียนบทความชื่อ “Religion, Religiosity and Craftsmen” เพื่อวิพากษ์วิจารณ์การนำเหตุการณ์ในสมัยศาสดามุฮัมมัดมาใช้สร้างความชอบธรรมในการกดขี่และทำให้ลูกหลานของกลุ่มช่างฝีมือต้องตกเป็นทาสโดยชนชั้นสูง

ผลจากการเผยแพร่บทความดังกล่าวในวันที่ 31 ธันวาคม 2013 นำไปสู่การจับกุมเขาที่บ้านในเมือง Nouadhibou เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2014 โดยเขาถูกตั้งข้อหา Apostasy หรือการละทิ้งศาสนา ตามมาตรา 306 ของประมวลกฎหมายอาญามอริเตเนีย ซึ่งมีโทษสูงสุดคือการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า
เส้นทางสู่โทษประหารและการกดดันจากสังคม
หลังการจับกุม Mkhaitir ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างมหาศาล ทั้งจากกลุ่มผู้นำทางศาสนาที่ออก Fatwa (คำวินิจฉัยทางศาสนา) เรียกร้องให้ประหารชีวิตเขา รวมถึงมีนักธุรกิจเสนอเงินรางวัลสำหรับผู้ที่สังหารเขา แม้ว่าในเวลาต่อมาเขาจะแสดงความสำนึกผิดและกล่าวคำปฏิญาณตน (Shahada) แต่ศาลฎีกาก็ยังคงยืนยันโทษประหารชีวิต
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับครอบครัวของเขา จนพ่อและแม่ต้องลี้ภัยไปยังประเทศฝรั่งเศสในปี 2016 เนื่องจากไม่สามารถทนต่อการถูกข่มขู่เอาชีวิตได้ ขณะเดียวกันในระดับสากล Amnesty International ได้ประกาศให้เขาเป็น Prisoner of Conscience หรือนักโทษทางความคิด ซึ่งหมายถึงผู้ที่ถูกคุมขังเพียงเพราะความเชื่อหรือการแสดงออกอย่างสันติ
| ปี/วันที่ | เหตุการณ์สำคัญ |
|---|---|
| มกราคม 2014 | ถูกจับกุมหลังเขียนบทความวิจารณ์ระบบวรรณะและศาสนา |
| 2014 - 2016 | ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าในข้อหาละทิ้งศาสนา |
| ธันวาคม 2016 | พ่อและแม่ลี้ภัยไปยังฝรั่งเศสเนื่องจากถูกข่มขู่ |
| พฤศจิกายน 2017 | ศาลลดโทษประหารชีวิตเหลือจำคุก 2 ปี |
| กรกฎาคม 2019 | ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ |
| ตุลาคม 2019 | เริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะผู้ลี้ภัยที่เมืองบอร์โด ประเทศฝรั่งเศส |
การต่อสู้ทางกฎหมายและการได้รับอิสรภาพ
กรณีของ Mkhaitir กลายเป็นประเด็นร้อนในสภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยตัวแทนจาก International Humanist and Ethical Union ได้นำเรื่องนี้ขึ้นกล่าวต่อสาธารณะ แม้รัฐบาลมอริเตเนียจะพยายามอ้างว่าการจับกุมเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเองก็ตาม
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2017 เมื่อศาลอุทธรณ์ในเมือง Nouadhibou ตัดสินลดโทษจากประหารชีวิตเหลือจำคุกเพียง 2 ปี ซึ่งตามจริงเขาควรได้รับการปล่อยตัวทันทีเนื่องจากถูกคุมขังมานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่เขากลับถูกกักขังต่อจนถึงเดือนกรกฎาคม 2019 ท่ามกลางการคัดค้านกฎหมายหมิ่นศาสนาฉบับใหม่ที่เข้มงวดขึ้นจากองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลก
ในที่สุด Mkhaitir ได้รับอิสรภาพและเดินทางไปยังเมืองบอร์โด ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยเขาใช้เวลาช่วงที่อยู่ในคุกเรียนภาษาฝรั่งเศสและยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนต่อไป
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สาเหตุการถูกจับกุม: เขียนบทความวิจารณ์การใช้ศาสนาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ระบบวรรณะและการกดขี่ในมอริเตเนีย
- ข้อหาทางกฎหมาย: การละทิ้งศาสนา (Apostasy) ตามมาตรา 306 ของกฎหมายอาญามอริเตเนีย
- สถานะทางสังคม: เกิดในวรรณะช่างตีเหล็ก (Moulamines) ซึ่งมีสถานะทางสังคมต่ำในประเทศ
- ผลลัพธ์สุดท้าย: รอดพ้นจากโทษประหารชีวิต และลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในประเทศฝรั่งเศส
คำถามที่พบบ่อย
Mohamed Cheikh Ould Mkhaitir ถูกจับกุมเพราะอะไร?
เขาถูกจับกุมหลังจากเขียนบทความชื่อ “Religion, Religiosity and Craftsmen” ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์การนำคำสอนทางศาสนามาใช้สนับสนุนระบบวรรณะและการกดขี่ทางสังคมในมอริเตเนีย
โทษที่เขาได้รับในตอนแรกคืออะไร?
เขาถูกตัดสินให้ประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าในข้อหาละทิ้งศาสนา (Apostasy) ซึ่งหากมีการบังคับใช้จริง เขาจะเป็นบุคคลแรกที่ถูกประหารชีวิตในมอริเตเนียนับตั้งแต่ปี 1987
ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า "นักโทษทางความคิด"?
เพราะ Amnesty International มองว่าเขาไม่ได้ก่ออาชญากรรมที่รุนแรง แต่ถูกคุมขังเพียงเพราะการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและความเชื่อส่วนบุคคลผ่านการเขียน
ปัจจุบันเขาพำนักอยู่ที่ไหน?
ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่ในเมืองบอร์โด ประเทศฝรั่งเศส ในฐานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองเพื่อความปลอดภัยในชีวิต
การลดโทษของเขาเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เกิดจากการต่อสู้ทางกฎหมายอย่างยาวนานและการกดดันจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับสากล จนศาลอุทธรณ์ตัดสินลดโทษประหารชีวิตเหลือจำคุก 2 ปี ในปี 2017