Momčilo Perišić เส้นทางชีวิตนายพลผู้ทรงอิทธิพลกับคดีความระดับโลก
Momčilo Perišić คืออดีตนายพลและนักการเมืองชาวเซอร์เบีย ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสูงสุดในฐานะเสนาธิการทหารบกของกองทัพยูโกสลาเวียในช่วงปี 1993 ถึง 1998 ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยจุดพลิกผัน ทั้งในด้านอำนาจทางการทหารและการเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

เส้นทางการรับราชการทหารและการก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุด
Perišić เริ่มต้นอาชีพทหารโดยการเข้าเรียนในโรงเรียนนายร้อยและสำเร็จการศึกษาจาก Yugoslav People's Army (JNA) หรือกองทัพประชาชนยูโกสลาเวียในปี 1966 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการไต่เต้าในสายงานทหารอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงที่เกิดความขัดแย้งในอดีตยูโกสลาเวีย เขาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บัญชาการศูนย์โรงเรียนปืนใหญ่ในเมืองซาดาร์ (Zadar) ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 13 ในเมืองบิเลชา (Bileća) เมื่อเดือนมกราคม 1992 ต่อมาในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน เขาได้ก้าวขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการและเสนาธิการของกองทัพที่ 3 ในเมืองนิช (Niš) และขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการเต็มตัวในเดือนเมษายน 1993
มรสุมทางกฎหมายและข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงคราม
ชื่อของ Perišić กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อเขาถูกฟ้องร้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในสงคราม โดยศาลโครเอเชียเคยตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลา 20 ปีในระหว่างที่เขาไม่ได้อยู่ในศาล (in absentia) จากกรณีการระดมยิงถล่มเมืองซาดาร์ แต่เขาไม่เคยถูกจับกุมในคดีดังกล่าว
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2005 เมื่อ International Criminal Tribunal for the former Yugoslavia (ICTY) หรือศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับอดีตยูโกสลาเวีย ได้ยื่นฟ้องเขาในข้อหาให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่กองทัพ Republika Srpska และ Republic of Serbian Krajina ซึ่งนำไปสู่การก่ออาชญากรรมร้ายแรง เช่น การสังหารหมู่ที่สเรเบรนิตซา (Srebrenica massacre) การโจมตีเมืองซาเกร็บด้วยจรวด และการปิดล้อมเมืองซาราเยโว
Perišić ตัดสินใจมอบตัวในเดือนพฤษภาคม 2005 เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี โดยอัยการพยายามพิสูจน์ว่าเขามีอำนาจควบคุมสั่งการทหารที่ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ขัดแย้งอย่างเบ็ดเสร็จ และเรียกร้องให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต
คำตัดสินที่พลิกผันและการถูกตัดสินคดีจารกรรม
ในวันที่ 6 กันยายน 2011 ศาลชั้นต้นตัดสินว่าเขามีความผิดฐานก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยให้จำคุก 27 ปี เนื่องจากศาลเห็นว่าเขามีอำนาจควบคุมกองทัพ SVK และละเลยการลงโทษผู้ที่ระดมยิงเมืองซาเกร็บ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2013 ศาลอุทธรณ์ได้กลับคำตัดสินและ ยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา โดยระบุว่าความช่วยเหลือทางทหารที่เขามอบให้นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการทำสงครามในภาพรวม ไม่ใช่เพื่อส่งเสริมให้เกิดอาชญากรรมสงคราม
แม้จะพ้นผิดจากคดีระหว่างประเทศ แต่ในปี 2021 เขาถูกศาลสูงในเบลเกรดตัดสินจำคุก 3 ปี ในข้อหาเปิดเผยความลับทางราชการให้แก่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2002 ซึ่งต่อมาในชั้นอุทธรณ์ โทษจำคุกของเขาถูกเพิ่มขึ้นเป็น 4 ปี
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งสูงสุด: เสนาธิการทหารบกของกองทัพยูโกสลาเวีย (1993–1998)
- คดี ICTY: ถูกตัดสินจำคุก 27 ปีในตอนแรก แต่ถูกยกฟ้องในชั้นอุทธรณ์ปี 2013
- คดีจารกรรม: ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี (หลังอุทธรณ์) ข้อหาให้ข้อมูลความลับแก่สหรัฐฯ
- บทบาททางทหาร: มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งการในสงครามประกาศอิสรภาพของโครเอเชียและสงครามบอสเนีย
| ปี (ค.ศ.) | เหตุการณ์สำคัญ | ผลลัพธ์/สถานะ |
|---|---|---|
| 1966 | สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อย JNA | เริ่มต้นรับราชการทหาร |
| 1993 - 1998 | ดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบกยูโกสลาเวีย | จุดสูงสุดของอำนาจทางการทหาร |
| 2005 | ถูก ICTY ฟ้องร้องและเข้ามอบตัว | เผชิญข้อหาอาชญากรรมสงคราม |
| 2011 | ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 27 ปี | มีความผิดฐานอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ |
| 2013 | ศาลอุทธรณ์ ICTY ยกฟ้อง | พ้นผิดจากทุกข้อกล่าวหาในระดับสากล |
| 2021 | ศาลเบลเกรดตัดสินจำคุก | มีความผิดฐานส่งความลับรัฐให้สหรัฐฯ |
คำถามที่พบบ่อย
Momčilo Perišić คือใคร?
เขาคืออดีตนายพลระดับสูงของยูโกสลาเวียที่เคยดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก และเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในช่วงสงครามยูโกสลาเวีย
ทำไมเขาถึงถูกฟ้องร้องโดยศาล ICTY?
เขาถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่กองกำลังในบอสเนียและโครเอเชีย ซึ่งนำไปสู่การก่ออาชญากรรมสงครามและการสังหารพลเรือน
ผลการตัดสินคดีอาชญากรรมสงครามในท้ายที่สุดเป็นอย่างไร?
แม้จะถูกตัดสินจำคุก 27 ปีในตอนแรก แต่ในชั้นอุทธรณ์ปี 2013 ศาลได้ยกฟ้องเขาทุกข้อหา โดยเห็นว่าความช่วยเหลือทางทหารไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อก่ออาชญากรรม
เขาถูกจำคุกในคดีใดในเวลาต่อมา?
เขาถูกตัดสินจำคุกโดยศาลในเซอร์เบียเป็นเวลา 4 ปี ในข้อหาจารกรรมหรือการส่งมอบความลับทางราชการของรัฐให้แก่สหรัฐอเมริกาในปี 2002