Mona Hatoum ศิลปินผู้เปลี่ยนวัตถุธรรมดาให้เป็นเสียงสะท้อนทางการเมืองและตัวตน
ในโลกของศิลปะร่วมสมัย Mona Hatoum (โมนา ฮาตุม) คือชื่อที่โดดเด่นในฐานะศิลปินมัลติมีเดียและศิลปินจัดวาง (Installation Art) ชาวอังกฤษ-ปาเลสไตน์ ผู้ใช้ผลงานสร้างคำถามถึงความขัดแย้งทางการเมือง ความเหลื่อมล้ำระดับโลก และความรู้สึกของการเป็นคนนอก โดยการเปลี่ยนสิ่งของใกล้ตัวในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังและน่าสะพรึงกลัว
เส้นทางชีวิตและการเดินทางสู่โลกศิลปะ
ฮาตุมเกิดในปี 1952 ที่กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน จากครอบครัวชาวปาเลสไตน์ที่มีถิ่นกำเนิดในเมืองไฮฟา แม้จะเติบโตในเลบานอน แต่เธอไม่เคยได้รับบัตรประจำตัวประชาชนเลบานอนและไม่นิยามตนเองว่าเป็นชาวเลบานอน ในวัยเด็กเธอต้องเผชิญกับแรงกดดันจากครอบครัวที่ไม่สนับสนุนให้เดินเส้นทางศิลปะ แต่เธอยังคงแอบวาดภาพประกอบงานในวิชาบทกวีและวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
เธอเริ่มต้นศึกษาด้านกราฟิกดีไซน์ที่ Beirut University College เป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะเข้าทำงานในเอเจนซี่โฆษณา ซึ่งเป็นงานที่เธอรู้สึกไม่พึงพอใจ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1975 เมื่อสงครามกลางเมืองเลบานอนปะทุขึ้นขณะที่เธอเดินทางไปลอนดอน ทำให้เธอต้องลี้ภัยและพำนักอยู่ที่นั่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยได้เข้าศึกษาต่อที่ Byam Shaw School of Art และ Slade School of Fine Art ระหว่างปี 1975 ถึง 1981

วิวัฒนาการของผลงาน: จากร่างกายสู่ประติมากรรม
ในช่วงแรก ผลงานของฮาตุมเน้นไปที่ ศิลปะการแสดงสด (Performance Art) ซึ่งเป็นการใช้ร่างกายของตนเองเข้าปะทะกับผู้ชมโดยตรงเพื่อสื่อสารประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะสถานการณ์ในปาเลสไตน์และความเปราะบางของปัจเจกบุคคลภายใต้อำนาจของโครงสร้างสถาบัน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือผลงาน Roadworks (1985) ที่เธอเดินเท้าเปล่าบนถนนในย่านบริกซ์ตัน โดยมีรองเท้าบูทสีดำผูกไว้ที่ข้อเท้า เพื่อสะท้อนถึงการเฝ้าระวังและการควบคุมโดยตำรวจต่อประชากรเชื้อสายแอฟริกัน-แคริบเบียนหลังเหตุจลาจลในย่านนั้น
ต่อมาในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ฮาตุมเริ่มเปลี่ยนทิศทางจากงานแสดงสดที่สื่อสารตรงเกินไป มาสู่การสร้างงานจัดวางและวัตถุทางศิลปะ เพื่อให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ทางสุนทรียศาสตร์ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องมีตัวศิลปินเป็นจุดศูนย์กลาง

การตีความผ่านพื้นที่และวัตถุในบ้าน
ฮาตุมมักนำวัตถุในครัวเรือนมาดัดแปลงเพื่อสร้างความรู้สึก Uncanny (ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่คุ้นเคย) เช่น Grater Divide (2002) ที่ขยายขนาดที่ขูดชีสในครัวให้กลายเป็นฉากกั้นขนาดใหญ่ เพื่อสื่อถึงการแบ่งแยกทางการเมืองและกำแพงที่สร้างขึ้นในดินแดนปาเลสไตน์ หรือ T42 (1993-98) ถ้วยน้ำชาสองใบที่หลอมรวมกันที่ขอบถ้วย
นอกจากนี้ เธอยังสำรวจแนวคิดเรื่อง Abjection (ภาวะน่ารังเกียจหรือสิ่งที่ถูกขับออกจากร่างกาย) ตามทฤษฎีของ Julia Kristeva ผ่านผลงานอย่าง Corps etranger (1994) ซึ่งเป็นวิดีโอจัดวางที่ใช้ภาพจากการส่องกล้องเอนโดสโคป (Endoscope) เข้าไปภายในร่างกายของเธอเอง พร้อมเสียงจังหวะหัวใจ เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสความรู้สึกของการสำรวจภายในร่างกายมนุษย์
ผลงานชิ้นเอกและการสื่อสารระดับโลก
หนึ่งในงานที่สะเทือนอารมณ์ที่สุดคือ Measures of Distance (1988) วิดีโอความยาว 15 นาทีที่นำภาพถ่ายขณะแม่ของเธออาบน้ำ มาวางซ้อนกับจดหมายภาษาอาหรับที่แม่เขียนส่งมาจากเบรุตในช่วงสงคราม ผลงานชิ้นนี้ไม่ได้นำเสนอความขัดแย้งในเชิงข่าว แต่แสดงให้เห็นว่าสงครามส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวและอัตลักษณ์ของบุคคลอย่างไร
สำหรับผลงาน Hot Spot III (2009) เป็นประติมากรรมรูปโลกขนาดเท่าตัวคน ทำจากเหล็กโครงตาข่ายที่ส่องแสงสีแดงระยิบระยับราวกับโลกกำลังลุกเป็นไฟ เพื่อสื่อว่าความไม่สงบทางการเมืองในจุดหนึ่งของโลกสามารถส่งผลกระทบต่อทุกพื้นที่ทั่วโลกได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- อัตลักษณ์: ศิลปินชาวอังกฤษ-ปาเลสไตน์ ผู้ลี้ภัยจากสงครามกลางเมืองเลบานอน
- แนวทางศิลปะ: เปลี่ยนจาก Performance Art สู่ Installation Art และประติมากรรม
- ธีมหลัก: การพลัดถิ่น, ความขัดแย้งทางการเมือง, ร่างกายมนุษย์ และการบิดเบือนวัตถุในบ้าน
- เทคนิคเด่น: การใช้โครงตาข่าย (Grids), ลวดหนาม และการขยายขนาดวัตถุเพื่อสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยา
| ปี (ค.ศ.) | รางวัล / นิทรรศการ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| 2008 | Rolf Schock Prize | รางวัลด้านทัศนศิลป์ |
| 2011 | Joan Miró Prize | รางวัลเกียรติยศจาก Fundació Joan Miró |
| 2019 | Praemium Imperiale | รางวัลความสำเร็จสูงสุดในสาขาประติมากรรม |
| 2021 | Julio González Prize | นิทรรศการเดี่ยวที่ IVAM ประเทศสเปน |
| 2025 | White Cube Seoul | นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในเกาหลีใต้ |
คำถามที่พบบ่อย
Mona Hatoum ใช้ศิลปะสื่อสารเรื่องการเมืองอย่างไร?
เธอไม่นำเสนอเหตุการณ์ทางการเมืองแบบตรงไปตรงมา แต่ใช้สัญลักษณ์และวัตถุ เช่น ลวดหนาม หรือการขยายขนาดสิ่งของในบ้าน เพื่อสร้างความรู้สึกอึดอัดและตั้งคำถามถึงการแบ่งแยก การควบคุม และการสูญเสียเสรีภาพ
ทำไมเธอถึงเปลี่ยนจากงานแสดงสด (Performance) มาเป็นงานจัดวาง (Installation)?
เพราะเธอรู้สึกว่างานแสดงสดนั้นสื่อสารประเด็นทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมาเกินไป เธอจึงหันมาใช้ประติมากรรมและงานจัดวางเพื่อให้ผู้ชมได้ใช้ความคิดและมีปฏิสัมพันธ์กับผลงานด้วยตนเอง ซึ่งสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งกว่า
แนวคิดเรื่อง "Abjection" ในงานของเธอคืออะไร?
คือการนำเสนอสิ่งที่ร่างกายขับออกมาหรือสิ่งที่สังคมมองว่าน่ารังเกียจ (เช่น เส้นผม หรือภาพภายในร่างกาย) เพื่อท้าทายขอบเขตระหว่างภายในและภายนอก และสะท้อนถึงความเปราะบางของมนุษย์
ผลงานชิ้นล่าสุดในปี 2025 มีความโดดเด่นอย่างไร?
ในนิทรรศการที่โซล เธอได้นำเสนอผลงานอย่าง Divide ซึ่งเปลี่ยนฉากกั้นในโรงพยาบาลให้เป็นลวดหนาม เพื่อเปลี่ยนสัญลักษณ์ของความเป็นส่วนตัวทางการแพทย์ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการคุกคามและการกักขัง