Motaz Azaiza ช่างภาพผู้เป็นดวงตาให้ชาวโลกในวิกฤตการณ์กาซา
ในท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงในฉนวนกาซา ชื่อของ Motaz Azaiza กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ไม่ใช่ในฐานะนักข่าวสงครามมืออาชีพมาตั้งแต่ต้น แต่ในฐานะชายหนุ่มผู้ใช้เลนส์กล้องบันทึกความจริงที่เกิดขึ้นในบ้านเกิดของเขา เพื่อส่งต่อเรื่องราวความสูญเสียและความหวังให้ผู้คนนับล้านได้รับรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์
เส้นทางชีวิตและการศึกษา
Motaz Azaiza เกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 1999 เติบโตในค่ายผู้ลี้ภัย Deir al-Balah ภายในฉนวนกาซา เขาสำเร็จการศึกษาด้านภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัย Al-Azhar ในปี 2021 และได้เข้าทำงานกับ UNRWA (สำนักงานบรรเทาทุกข์และผลงานด้านสังคมสงเคราะห์ของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์) ในปี 2023

จากช่างภาพศิลปะสู่ผู้บันทึกประวัติศาสตร์สงคราม
ก่อนที่สถานการณ์จะทวีความรุนแรง Motaz มีความหลงใหลในการถ่ายภาพชีวิตประจำวันและศิลปะ โดยเขามีความฝันที่จะเป็นช่างภาพท่องเที่ยวเพื่อนำเสนอความงดงามของบ้านเกิดและผู้คน แม้เขาจะเคยรายงานข่าวในช่วงวิกฤตปี 2014 และ 2021 แต่ในขณะนั้นผลงานของเขายังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงสงครามกาซาปี 2023 เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่ของสื่อต่างชาติ ทำให้ Motaz กลายเป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลสำคัญที่รายงานสถานการณ์สดจากพื้นที่จริง ส่งผลให้ยอดผู้ติดตามบน Instagram ของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 25,000 คน ก่อนวันที่ 7 ตุลาคม 2023 กลายเป็นกว่า 18 ล้านคนในช่วงต้นปี 2024
การเดินทางเพื่อส่งเสียงให้ชาวกาซา
หลังจากปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวท่ามกลางการทิ้งระเบิดเป็นเวลา 108 วัน Motaz และครอบครัวบางส่วนได้เดินทางออกจากกาซาไปยังอียิปต์และกาตาร์ ซึ่งถือเป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกในชีวิต หลังจากนั้นเขาได้เดินทางไปยังหลายประเทศ เช่น ตุรกี สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา เพื่อบรรยายและถ่ายทอดประสบการณ์ตรงต่อหน้าเหล่านักการทูต รัฐมนตรี และนักศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำ รวมถึงการปรากฏตัวในรายการ HARDtalk ของ BBC News และการขึ้นพูดบนเวทีคอนเสิร์ตของวง Massive Attack ในเมืองบริสตอล
ความสูญเสียและบาดแผลทางจิตใจ
เบื้องหลังภาพถ่ายที่ทรงพลัง Motaz ต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมส่วนตัว เมื่อญาติของเขาอย่างน้อย 15 คนเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในค่าย Deir al-Balah เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2023 นอกจากนี้เขายังยอมรับว่าต้องเผชิญกับภาวะสะเทือนใจ (Traumatic Flashbacks) ความรู้สึกผิด และความสิ้นหวังหลังจากที่เขาต้องเดินทางออกจากพื้นที่
รางวัลและความสำเร็จระดับโลก
ผลงานของ Motaz ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะภาพถ่าย "Seeing Her Through My Camera" ซึ่งใช้เทคนิค Low Shutter Speed (การตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ต่ำเพื่อให้แสงเข้าสู่เซนเซอร์ได้มากขึ้นในที่มืด) บันทึกภาพเด็กหญิงที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังในค่ายผู้ลี้ภัย Al Nusairat ซึ่งภาพนี้ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 10 ภาพถ่ายยอดเยี่ยมแห่งปี 2023 โดยนิตยสาร Time
| ปี | รางวัล / การจัดอันดับ | สถาบัน / องค์กร |
|---|---|---|
| 2023 | Man of the Year | GQ Middle East |
| 2023 | 1 ใน 10 ภาพถ่ายยอดเยี่ยมแห่งปี | Time |
| 2023 | TRT World Citizen Award | TRT World |
| 2024 | 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี | Time |
| 2024 | Freedom Prize | Normandy, France |
| 2024 | ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ | (เสนอชื่อโดยกลุ่มผู้สนับสนุน) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- อาชีพ: ช่างภาพอิสระและอดีตพนักงาน UNRWA
- การศึกษา: ปริญญาตรีด้านภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัย Al-Azhar
- ผลงานเด่น: การรายงานสถานการณ์สงครามกาซาผ่าน Instagram จนมีผู้ติดตามกว่า 18 ล้านคน
- ความสูญเสีย: สูญเสียญาติอย่างน้อย 15 คนจากการโจมตีทางอากาศ
- ความสำเร็จ: ติดอันดับ TIME100 ปี 2024 และได้รับรางวัล Man of the Year จาก GQ Middle East
คำถามที่พบบ่อย
Motaz Azaiza เริ่มต้นอาชีพช่างภาพจากอะไร?
เขาเริ่มต้นจากการถ่ายภาพชีวิตประจำวันในฉนวนกาซาด้วยความรักในศิลปะ โดยมีความฝันอยากเป็นช่างภาพท่องเที่ยว แต่สถานการณ์สงครามทำให้เขาต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้รายงานข่าวความขัดแย้ง
ภาพถ่ายที่ทำให้เขาโด่งดังระดับโลกมีลักษณะอย่างไร?
คือภาพเด็กหญิงที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ซึ่งเขาใช้เทคนิคการเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ให้นานขึ้น (Low Shutter Speed) เพื่อให้สามารถเห็นรายละเอียดในความมืดได้ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะส่องไฟฉายไปที่ใบหน้าของเด็กหญิง
ทำไม Motaz ถึงมีความสำคัญต่อการรายงานข่าวในกาซา?
เนื่องจากสื่อต่างชาติถูกจำกัดการเข้าพื้นที่โดยอิสราเอลและอียิปต์ Motaz และช่างภาพท้องถิ่นจึงเป็นแหล่งข้อมูลหลักที่ส่งภาพและวิดีโอเหตุการณ์จริงให้โลกได้รับรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย
ปัจจุบัน Motaz Azaiza พำนักอยู่ที่ไหน?
หลังจากรายงานข่าวในกาซาเป็นเวลา 108 วัน เขาได้อพยพไปยังอียิปต์และกาตาร์ และได้เดินทางไปหลายประเทศทั่วโลกเพื่อบรรยายและรณรงค์เกี่ยวกับสถานการณ์ในกาซา