← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Navi Pillay สตรีผู้พลิกประวัติศาสตร์กฎหมายและสิทธิมนุษยชนโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Navi Pillay สตรีผู้พลิกประวัติศาสตร์กฎหมายและสิทธิมนุษยชนโลก

Navi Pillay สตรีผู้พลิกประวัติศาสตร์กฎหมายและสิทธิมนุษยชนโลก ในโลกของกฎหมายระหว่างประเทศ ชื่อของ Navi Pillay (นาวี พิลเลย์) เป็นที่ยอมรับในฐานะนักกฎหมายผู้กล้าหาญและผู้พิ…

Navi Pillayสิทธิมนุษยชนศาลอาญาระหว่างประเทศกฎหมายระหว่างประเทศ

Navi Pillay สตรีผู้พลิกประวัติศาสตร์กฎหมายและสิทธิมนุษยชนโลก

ในโลกของกฎหมายระหว่างประเทศ ชื่อของ Navi Pillay (นาวี พิลเลย์) เป็นที่ยอมรับในฐานะนักกฎหมายผู้กล้าหาญและผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนระดับโลก เธอไม่เพียงแต่เป็นสตรีคนแรกที่ไม่ใช่คนผิวขาวที่ได้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงของแอฟริกาใต้ แต่ยังสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้แก่กระบวนการยุติธรรมโลก โดยเฉพาะการทำให้โลกยอมรับว่าการข่มขืนในภาวะสงครามคือส่วนหนึ่งของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

Content image

เส้นทางชีวิตจากความยากลำบากสู่ความสำเร็จ

Navi Pillay เกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1941 ที่เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ ในครอบครัวเชื้อสายอินเดียทมิฬที่เติบโตมาท่ามกลางความยากจนและระบบ Apartheid (การแบ่งแยกสีผิว) ซึ่งเป็นระบบการปกครองที่เลือกปฏิบัติอย่างรุนแรงในสมัยนั้น แม้สภาพสังคมจะบีบคั้น แต่พ่อแม่ของเธอให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างสูงสุด โดยเฉพาะการผลักดันให้ลูกสาวได้เรียนหนังสือทัดเทียมกับลูกชาย

ความสนใจในด้านกฎหมายของเธอเริ่มต้นตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ เมื่อเธอต้องขึ้นให้การในศาลกรณีถูกขโมยเงิน และในวัยเด็กเธอยังแสดงออกถึงความตระหนักในความไม่เท่าเทียมผ่านการเขียนเรียงความวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินคดีที่ลำเอียงระหว่างคนผิวขาวและคนผิวดำ

Content image

การศึกษาและการบุกเบิกวิชาชีพกฎหมาย

เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านศิลปศาสตร์ (BA) ในปี 1963 และนิติศาสตรบัณฑิต (LLB) ในปี 1965 จากมหาวิทยาลัยนาทาล (University of Natal) แม้จะต้องเผชิญกับการแบ่งแยกในรั้วมหาวิทยาลัยจนต้องย้ายสถานศึกษาตามกฎหมาย Separate Universities Act แต่เธอก็ไม่ย่อท้อและต่อสู้จนสามารถเรียนจบได้

หลังจากนั้น Pillay ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิงคนแรกในจังหวัดนาทาลที่เปิดสำนักงานกฎหมายของตนเองในปี 1967 เนื่องจากไม่มีบริษัทกฎหมายใดจ้างงานเธอเพียงเพราะเธอไม่ใช่คนผิวขาว เธอจึงใช้ความรู้ทางกฎหมายปกป้องเหล่านักเคลื่อนไหวต่อต้านการแบ่งแยกสีผิว และต่อสู้เพื่อสิทธิของนักโทษการเมือง รวมถึงการเรียกร้องให้ผู้ถูกคุมขังในเกาะร็อบเบน (Robben Island) เช่น เนลสัน แมนเดลา สามารถเข้าถึงทนายความได้

ความมุ่งมั่นนำพาเธอไปสู่การศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) จนได้รับปริญญาโทด้านกฎหมาย (LLM) ในปี 1982 และปริญญาเอกด้านนิติศาสตร์ (JSD) ในปี 1988 ซึ่งทำให้เธอเป็นชาวแอฟริกาใต้คนแรกที่ได้รับปริญญาเอกด้านกฎหมายจากสถาบันแห่งนี้

Content image

บทบาทสำคัญในศาลระดับโลกและสหประชาชาติ

ด้วยผลงานที่โดดเด่น เธอได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา ให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงของแอฟริกาใต้ในปี 1995 ก่อนจะก้าวเข้าสู่เวทีโลกในฐานะผู้พิพากษาของ ICTR (International Criminal Tribunal for Rwanda) หรือศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับรวันดา

การสร้างบรรทัดฐานเรื่องอาชญากรรมทางเพศ

ผลงานที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกคือการนำคดีของ Jean-Paul Akayesu ขึ้นสู่การพิจารณา ซึ่งศาลได้ตัดสินให้ การข่มขืนและการล่วงละเมิดทางเพศ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide) และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เปลี่ยนมุมมองที่เคยเห็นว่าการข่มขืนเป็นเพียงผลพลอยได้ของสงคราม ให้กลายเป็นอาชญากรรมสงครามที่ต้องได้รับโทษ

ต่อมาในปี 2003 เธอได้รับเลือกให้เป็นผู้พิพากษาของ ICC (International Criminal Court) หรือศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยทำหน้าที่ในแผนกอุทธรณ์จนถึงปี 2008

Content image

ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

ระหว่างปี 2008 ถึง 2014 Navi Pillay ดำรงตำแหน่ง ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN High Commissioner for Human Rights) เธอทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้แก่ผู้ถูกละเมิดสิทธิทั่วโลก โดยมีผลงานเด่น เช่น การสนับสนุนมติสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ การปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกของ WikiLeaks และการวิพากษ์วิจารณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในหลายประเทศ ทั้งซีเรีย ศรีลังกา และปาเลสไตน์

Content image

ภารกิจปัจจุบันและเกียรติยศ

ปัจจุบันเธอยังคงทำงานเพื่อความยุติธรรมในฐานะผู้พิพากษา ad hoc (ผู้พิพากษาเฉพาะกิจ) ของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในคดีที่แกมเบียฟ้องเมียนมาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา รวมถึงเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนอิสระของสหประชาชาติเกี่ยวกับดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง

สรุปเส้นทางอาชีพและตำแหน่งสำคัญของ Navi Pillay
ช่วงปี (ค.ศ.) ตำแหน่ง / บทบาทสำคัญ หน่วยงาน / องค์กร
1967 ทนายความหญิงผิวสีคนแรกที่เปิดสำนักงานกฎหมายในนาทาล ภาคเอกชน (แอฟริกาใต้)
1995 ผู้พิพากษาศาลสูง (คนแรกที่ไม่ใช่คนผิวขาว) ศาลสูงแอฟริกาใต้
1995 - 2003 ผู้พิพากษา และประธานศาล (1999-2003) ICTR (รวันดา)
2003 - 2008 ผู้พิพากษาแผนกอุทธรณ์ ICC (ศาลอาญาระหว่างประเทศ)
2008 - 2014 ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน สหประชาชาติ (UN)
2019 - ปัจจุบัน ผู้พิพากษา ad hoc (คดีโรฮิงญา) ICJ (ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้บุกเบิก: เป็นสตรีผิวสีคนแรกที่ได้เป็นผู้พิพากษาศาลสูงของแอฟริกาใต้
  • บรรทัดฐานโลก: ผลักดันให้การข่มขืนในภาวะสงครามถูกนับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
  • การศึกษาสูงสุด: ชาวแอฟริกาใต้คนแรกที่จบปริญญาเอกด้านกฎหมายจาก Harvard Law School
  • รางวัลเกียรติยศ: ได้รับรางวัล Gruber Prize for Women's Rights และ Sydney Peace Prize
  • อิทธิพล: เคยถูกจัดอันดับโดย Forbes ให้เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่มีทรงอิทธิพลที่สุดในโลก (อันดับ 64 ในปี 2009)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Navi Pillay มีบทบาทสำคัญอย่างไรในคดีรวันดา?

เธอเป็นผู้พิพากษาและประธานศาล ICTR โดยมีผลงานชิ้นสำคัญคือการตัดสินคดี Jean-Paul Akayesu ซึ่งสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศว่า การข่มขืนและการใช้ความรุนแรงทางเพศสามารถถือเป็นอาชญากรรมในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้

ทำไมเธอถึงเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์แอฟริกาใต้?

เพราะเธอต่อสู้กับระบบ Apartheid มาโดยตลอด ทั้งในฐานะทนายความที่ปกป้องนักเคลื่อนไหว และในฐานะผู้พิพากษาศาลสูงคนแรกที่ไม่ใช่คนผิวขาว ซึ่งเป็นการทลายกำแพงการเหยียดเชื้อชาติในระบบตุลาการ

ตำแหน่งข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติคืออะไร?

เป็นตำแหน่งสูงสุดด้านสิทธิมนุษยชนของ UN ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงและผู้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั่วโลก โดย Navi Pillay ดำรงตำแหน่งนี้ระหว่างปี 2008-2014

ปัจจุบัน Navi Pillay ยังทำงานด้านกฎหมายอยู่หรือไม่?

ใช่ เธอยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้พิพากษา ad hoc ของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา และเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนของ UN ในหลายกรณี