← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Ned Blackhawk นักประวัติศาสตร์ผู้พลิกมุมมองประวัติศาสตร์อเมริกันและชนพื้นเมือง

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Ned Blackhawk นักประวัติศาสตร์ผู้พลิกมุมมองประวัติศาสตร์อเมริกันและชนพื้นเมือง

Ned Blackhawk นักประวัติศาสตร์ผู้พลิกมุมมองประวัติศาสตร์อเมริกันและชนพื้นเมือง ในโลกของวิชาการด้านประวัติศาสตร์ Ned Blackhawk คือชื่อที่ได้รับการยอมรับในฐานะผู้สร้างแรงสั…

Ned Blackhawkประวัติศาสตร์อเมริกันชนพื้นเมืองอเมริกันThe Rediscovery of America

Ned Blackhawk นักประวัติศาสตร์ผู้พลิกมุมมองประวัติศาสตร์อเมริกันและชนพื้นเมือง

ในโลกของวิชาการด้านประวัติศาสตร์ Ned Blackhawk คือชื่อที่ได้รับการยอมรับในฐานะผู้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับการตีความประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา เขาไม่เพียงแต่เป็นศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ยังเป็นสมาชิกของเผ่า Te-Moak ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Western Shoshone ทำให้เขามีมุมมองที่ลึกซึ้งและแตกต่างในการนำเสนอเรื่องราวของชนพื้นเมืองที่มักถูกละเลยในหน้าประวัติศาสตร์กระแสหลัก

Content image

เส้นทางชีวิตและการศึกษา

แม้จะมีรากเหง้ามาจากเผ่า Te-Moak ในรัฐเนวาดา แต่ Blackhawk เติบโตมาในฐานะ "Urban Indian" หรือชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ณ เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน เขาเริ่มต้นเส้นทางวิชาการด้วยการจบการศึกษาจาก University of Detroit Jesuit High School ในปี 1989 ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง

เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์จาก McGill University ในปี 1992 จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ University of California, Los Angeles (UCLA) ในปี 1994 และคว้าปริญญาเอก (Ph.D.) ด้านประวัติศาสตร์จาก University of Washington ในปี 1999 ซึ่งพื้นฐานการศึกษาที่เข้มข้นนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์เชิงลึก

บทบาททางวิชาการและการทำงาน

Blackhawk เริ่มต้นอาชีพอาจารย์โดยการสอนวิชา American Indian Studies (อเมริกันอินเดียนศึกษา หรือการศึกษาเกี่ยวกับชนพื้นเมืองในอเมริกา) ที่ University of Wisconsin–Madison ระหว่างปี 1999 ถึง 2009 ก่อนจะย้ายมาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ Yale University ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2009

ปัจจุบันเขาปฏิบัติหน้าที่ในภาควิชาประวัติศาสตร์และอเมริกันศึกษา โดยเป็นหนึ่งในสามศาสตราจารย์ชาวชนพื้นเมืองของมหาวิทยาลัยเยล นอกจากนี้เขายังมีบทบาทสำคัญในองค์กรวิชาการ เช่น การเป็นคณะกรรมการบริหารของวารสาร American Quarterly จนถึงปี 2011 และเป็นคณะที่ปรึกษาของ International Museum for Family History ตั้งแต่ปี 2012

ผลงานเขียนและรางวัลเกียรติยศ

ผลงานของ Ned Blackhawk โดดเด่นด้วยการนำเสนอความจริงที่เจ็บปวดและการต่อสู้ของชนพื้นเมือง โดยมีหนังสือเล่มสำคัญคือ Violence Over the Land: Indians and Empire in the Early American West (2006) ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัล Frederick Jackson Turner Award และ Robert M. Utley Prize

ความสำเร็จสูงสุดเกิดขึ้นในปี 2023 จากหนังสือเรื่อง The Rediscovery of America: Native Peoples and the Unmaking of U.S. History ซึ่งเป็นการสำรวจประวัติศาสตร์ชนพื้นเมืองตั้งแต่ยุคอาณานิคมจนถึงปัจจุบัน ผลงานเล่มนี้ไม่เพียงแต่ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม แต่ยังคว้ารางวัล National Book Award for Nonfiction ในปี 2023 และรางวัล Mark Lynton History Prize ในปี 2024 อีกด้วย

สรุปผลงานและรางวัลสำคัญของ Ned Blackhawk
ปีที่ได้รับ/ตีพิมพ์ ชื่อผลงาน/รางวัล ประเภท/ความสำคัญ
2000 The Shoshone หนังสือสำหรับเยาวชน
2006 Violence Over the Land รางวัล Frederick Jackson Turner และ Robert M. Utley
2023 The Rediscovery of America รางวัล National Book Award for Nonfiction
2024 The Rediscovery of America รางวัล Mark Lynton History Prize

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • อัตลักษณ์: เป็นสมาชิกเผ่า Te-Moak ของกลุ่ม Western Shoshone และเติบโตในเมืองดีทรอยต์
  • ตำแหน่งปัจจุบัน: ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเยล (Yale University)
  • ความเชี่ยวชาญ: ประวัติศาสตร์ชนพื้นเมืองอเมริกันและการวิพากษ์ประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
  • ความสำเร็จสูงสุด: เจ้าของรางวัล National Book Award ปี 2023 จากงานเขียนสารคดี
  • ครอบครัว: สมรสกับ Maggie Blackhawk ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายที่ NYU
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Ned Blackhawk คือใคร?

เขาเป็นนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายชนพื้นเมืองเผ่า Te-Moak และเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเยล ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ชนพื้นเมืองในสหรัฐอเมริกา

หนังสือเล่มใดที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุด?

หนังสือเรื่อง The Rediscovery of America: Native Peoples and the Unmaking of U.S. History ซึ่งได้รับรางวัล National Book Award ปี 2023 โดยนำเสนอประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ผ่านมุมมองของชนพื้นเมือง

เขามีบทบาทอย่างไรในมหาวิทยาลัยเยล?

เขาเป็นศาสตราจารย์ในภาควิชาประวัติศาสตร์และอเมริกันศึกษา และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เป็นอาจารย์ชาวชนพื้นเมืองของสถาบันแห่งนี้

ประวัติการศึกษาสูงสุดของเขาคือที่ไหน?

เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Ph.D.) ด้านประวัติศาสตร์จาก University of Washington ในปี 1999

ผลงานของเขามุ่งเน้นเรื่องอะไรเป็นหลัก?

ผลงานของเขามุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างชนพื้นเมืองอเมริกันกับการขยายอำนาจของจักรวรรดิสหรัฐฯ รวมถึงการรื้อสร้างความเข้าใจทางประวัติศาสตร์แบบเดิม