Nicholas Jeremy Thomas ผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยาประวัติศาสตร์ระดับโลก
ในโลกของการศึกษาด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ชื่อของ Nicholas Jeremy Thomas เป็นที่ยอมรับในฐานะนักวิชาการผู้ทรงอิทธิพล โดยเขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้าน มานุษยวิทยาประวัติศาสตร์ (Historical Anthropology) ซึ่งเป็นการศึกษาที่ผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ในเชิงมานุษยวิทยาเข้ากับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสังคมในอดีต
ปัจจุบันเขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์โบราณคดีและมานุษยวิทยา (Museum of Archaeology and Anthropology) แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ตั้งแต่ปี 2006 และยังเป็นสมาชิกของ Trinity College, Cambridge ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา
เส้นทางวิชาการและการเดินทางเพื่อการค้นคว้า
Nicholas Thomas เกิดที่ประเทศออสเตรเลียในปี 1960 จุดเริ่มต้นของการเป็นนักวิจัยระดับโลกเกิดขึ้นในปี 1984 เมื่อเขาเดินทางไปยังหมู่เกาะมาร์เคซัส (Marquesas Islands) ในภูมิภาคแปซิฟิก เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก
ประสบการณ์การทำงานของเขาครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง ทั้งในฟิจิ นิวซีแลนด์ รวมถึงการค้นคว้าในหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ชั้นนำทั่วทั้งยุโรป อเมริกาเหนือ และภูมิภาคแปซิฟิก ซึ่งทำให้เขามีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นและอิทธิพลจากภายนอก
บทบาทสำคัญและผลงานที่โดดเด่น
ตลอดอาชีพการทำงาน Thomas ได้รับตำแหน่งสำคัญมากมาย เช่น การเป็นผู้อำนวยการก่อตั้งศูนย์วิจัยข้ามวัฒนธรรม (Centre for Cross-Cultural Research - CCR) ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย และเคยเป็นศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาที่ Goldsmiths College มหาวิทยาลัยลอนดอน ในปี 2003
หนึ่งในผลงานที่น่าสนใจคือการมีส่วนร่วมในเวิร์กชอปของพิพิธภัณฑ์บริติช (British Museum) เมื่อปี 2016 เพื่อตรวจสอบที่มาของ Gweagal Shield ซึ่งเป็นโล่ของชาวอะบอริจินในพื้นที่ Botany Bay ที่เชื่อกันว่าถูกนำไปโดยคณะสำรวจของกัปตันคุกในปี 1770 อย่างไรก็ตาม ผลการวิเคราะห์ของเขาระบุว่าวัตถุดังกล่าวไม่ใช่โล่ชิ้นที่ระบุไว้ในประวัติศาสตร์ชิ้นนั้น ซึ่งข้อสรุปนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Australian Historical Studies
นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทในระดับสากล โดยเป็นสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ Musée du Quai Branly ในปารีส และคณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติของ Humboldt Forum ในเบอร์ลิน
รางวัลและความสำเร็จทางวิชาการ
ความทุ่มเทในการศึกษาทำให้เขาได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย โดยในปี 1995 เขาได้รับรางวัล Max Crawford Medal และในปี 2010 เขาได้รับรางวัล Wolfson History Prize จากผลงานเขียนเล่มสำคัญที่ชื่อว่า Islanders: The Pacific in the Age of Empire
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งปัจจุบัน | ผู้อำนวยการ Museum of Archaeology and Anthropology, University of Cambridge |
| ความเชี่ยวชาญ | มานุษยวิทยาประวัติศาสตร์, วัฒนธรรมแปซิฟิก, ศิลปะพื้นเมือง |
| รางวัลสูงสุด | Wolfson History Prize (2010), Max Crawford Medal (1995) |
| สถาบันที่สังกัด | Trinity College, Cambridge และ British Academy |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เกิดในปี 1960 ที่ประเทศออสเตรเลีย
- ได้รับเลือกเข้าสู่ British Academy ในปี 2005
- เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์วัตถุโบราณและศิลปะในภูมิภาคโอเชียเนีย
- มีผลงานเขียนที่ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องของกัปตันคุกไปจนถึงศิลปะผ้าเปลือกไม้ของนิวนีเอ
ผลงานตีพิมพ์ที่สำคัญ
- Gauguin and Polynesia (2024)
- Islanders: The Pacific in the Age of Empire (2010)
- Rauru: Tene Waitere, Maori Carving, Colonial History (2008)
- Hiapo: Past and present in Niuean barkcloth (2005)
- Discoveries: The Voyages of Captain Cook (2003)
- Possessions: Indigenous Art/Colonial Culture (1999)
- Oceanic Art (1995)
- Entangled Objects (1991)
คำถามที่พบบ่อย
Nicholas Jeremy Thomas เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?
เขาเชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยาประวัติศาสตร์ โดยเน้นการศึกษาเกี่ยวกับภูมิภาคแปซิฟิก ศิลปะของชนพื้นเมือง และผลกระทบจากการล่าอาณานิคม
รางวัล Wolfson History Prize ที่เขาได้รับมาจากผลงานเล่มใด?
เขาได้รับรางวัลนี้ในปี 2010 จากหนังสือที่ชื่อว่า Islanders: The Pacific in the Age of Empire
เขามีบทบาทอย่างไรในกรณีของ Gweagal Shield?
เขาได้ร่วมวิจัยและตรวจสอบที่มาของโล่ Gweagal ในพิพิธภัณฑ์บริติช และสรุปว่าวัตถุชิ้นนั้นไม่ใช่โล่ที่ถูกนำไปโดยคณะสำรวจของกัปตันคุกในปี 1770 ตามที่เคยเชื่อกัน
ปัจจุบันเขาทำงานอยู่ที่ไหน?
เขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาประวัติศาสตร์ และเป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์โบราณคดีและมานุษยวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์