← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Nils Lofgren มือกีตาร์ระดับตำนานผู้สร้างสีสันให้ E Street Band และวงการร็อก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Nils Lofgren มือกีตาร์ระดับตำนานผู้สร้างสีสันให้ E Street Band และวงการร็อก

Nils Lofgren มือกีตาร์ระดับตำนานผู้สร้างสีสันให้ E Street Band และวงการร็อก หากจะกล่าวถึงมือกีตาร์ที่มีความสามารถรอบด้านและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงในวงการเพลงร็อก ชื่อของ N…

Nils LofgrenE Street BandBruce SpringsteenNeil Young

Nils Lofgren มือกีตาร์ระดับตำนานผู้สร้างสีสันให้ E Street Band และวงการร็อก

หากจะกล่าวถึงมือกีตาร์ที่มีความสามารถรอบด้านและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงในวงการเพลงร็อก ชื่อของ Nils Lofgren ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เขาไม่ได้เป็นเพียงศิลปินเดี่ยวที่มีผลงานโดดเด่น แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในวงดนตรีระดับโลกอย่าง E Street Band ของ Bruce Springsteen และมีความสัมพันธ์ทางดนตรีที่ยาวนานกับ Neil Young อีกด้วย

Content image

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่โลกดนตรี

Nils Lofgren เกิดเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 1951 ที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ โดยมีเชื้อสายผสมระหว่างมารดาชาวอิตาลีและบิดาชาวสวีเดน เขาเริ่มสัมผัสเสียงดนตรีตั้งแต่อายุ 5 ขวบด้วย Accordion (หีบเพลงชัก) ซึ่งเขาศึกษาอย่างจริงจังถึง 10 ปี ก่อนจะขยับขยายความสนใจไปยังดนตรีคลาสสิกและแจ๊ส จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นที่เขาหันมาทุ่มเทให้กับดนตรีร็อก โดยเน้นการเล่นเปียโนและกีตาร์เป็นหลัก สิ่งที่น่าสนใจคือแม้เขาจะเป็นคนถนัดซ้าย แต่ Lofgren กลับเลือกเล่นกีตาร์ด้วยมือขวา

ด้วยความหลงใหลในเสียงเพลง ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนมัธยม Walter Johnson ในปี 1968 ขณะอายุเพียง 17 ปี เพื่อเดินตามความฝันในอาชีพนักดนตรีอย่างเต็มตัว นอกจากนี้เขายังมีความสามารถด้านยิมนาสติก ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงสดที่น่าตื่นตาตื่นใจในเวลาต่อมา

Content image

การก่อตั้งวง Grin และความสัมพันธ์กับ Neil Young

ในปี 1968 Lofgren ได้ร่วมกับ George Daly และ Bob Berberich ก่อตั้งวง Grin ซึ่งสร้างชื่อเสียงในย่านวอชิงตัน ดี.ซี. จนกระทั่งเขาได้พบกับ Neil Young ซึ่งนำไปสู่การร่วมงานกันในระยะยาว โดย Young ได้ชวนเขาไปที่แคลิฟอร์เนีย และ Lofgren ได้มีส่วนร่วมในอัลบั้มสำคัญอย่าง After the Gold Rush รวมถึงการเป็นสมาชิกของวง Crazy Horse ในหลายช่วงเวลา

สำหรับวง Grin นั้น พวกเขาออกอัลบั้มที่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ถึง 4 ชุดในช่วงปี 1971-1974 โดยมีเพลง "White Lies" เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสถานีวิทยุแถบวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนที่วงจะยุติบทบาทลงเนื่องจากยอดขายที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

Content image

เส้นทางศิลปินเดี่ยวและการแสดงที่เหนือชั้น

หลังจาก Grin ยุบวง Lofgren ได้เริ่มต้นเส้นทางศิลปินเดี่ยวในปี 1974 ซึ่งอัลบั้มแรกของเขาได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากนิตยสาร Rolling Stone และ NME โดยเขามีเพลงฮิตในแนวโปรเกรสซีฟร็อก เช่น "Back It Up" และ "I Came to Dance"

เอกลักษณ์ที่ทำให้โชว์ของเขากลายเป็นที่จดจำคือ Theatrics หรือการแสดงที่เน้นความตื่นเต้น เช่น การเล่นกีตาร์ในขณะที่กระโดดตีลังกาบนแทรมโพลีน ซึ่งสะท้อนถึงทักษะยิมนาสติกในวัยเด็กของเขา นอกจากงานเพลงแล้ว เขายังมีผลงานในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแต่งเพลงประกอบรายการโทรทัศน์ และการร่วมงานกับศิลปินชื่อดังอย่าง Ringo Starr และ Patti Scialfa

Lofgren performing in 2019

บทบาทสำคัญใน E Street Band

จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเขาเกิดขึ้นในปี 1984 เมื่อเขาได้รับเลือกให้เข้าเป็นสมาชิกของ E Street Band เพื่อแทนที่ Steven Van Zandt ในช่วงทัวร์อัลบั้ม Born in the U.S.A. เขาได้สร้างผลงานโดดเด่นในอัลบั้ม Tunnel of Love และยังคงเป็นสมาชิกคนสำคัญของวงจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2014 เขาได้รับการจารึกชื่อเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในฐานะสมาชิกของ E Street Band

แม้จะผ่านช่วงเวลาที่วงแยกทางกันหรือการพักงาน แต่ Lofgren ก็กลับมาร่วมงานกับ Bruce Springsteen เสมอ และยังคงทัวร์คอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่อง แม้จะเคยประสบปัญหาด้านสุขภาพอย่างการผ่าตัดเปลี่ยนสะโพกทั้งสองข้างในปี 2008 หรือการติดเชื้อ COVID-19 ในปี 2023 แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลงานเพลงจนถึงอัลบั้มล่าสุด Mountains ในปี 2023

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความสามารถหลากหลาย: เล่นได้ทั้งกีตาร์, เปียโน, แอคคอร์เดียน, แบนโจ และ Pedal Steel Guitar
  • เกียรติยศสูงสุด: ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ปี 2014
  • ความสัมพันธ์ทางดนตรี: เป็นทั้งสมาชิก E Street Band และ Crazy Horse รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งวง Grin
  • เอกลักษณ์การแสดง: มีชื่อเสียงจากการเล่นกีตาร์พร้อมตีลังกาบนเวที
  • จุดยืนทางสังคม: ปล่อยเพลง "No Kings, No Hate, No Fear" ในปี 2026 เพื่อสะท้อนปัญหาสังคมและการเมือง
สรุปข้อมูลพื้นฐานของ Nils Lofgren
หัวข้อ รายละเอียด
แนวเพลง Roots Rock, Heartland Rock, Blues Rock, Hard Rock
เครื่องดนตรีหลัก กีตาร์, ร้องนำ, คีย์บอร์ด, แอคคอร์เดียน
วงดนตรีที่สังกัด E Street Band, Crazy Horse, Grin
ปีที่เริ่มมีผลงาน ค.ศ. 1965 – ปัจจุบัน
รางวัลสำคัญ Rock and Roll Hall of Fame (2014)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Nils Lofgren มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับ Bruce Springsteen?

เขาเป็นมือกีตาร์และนักร้องประสานเสียงของ E Street Band มาตั้งแต่ปี 1984 โดยเริ่มจากการเข้ามาแทนที่ Steven Van Zandt และเป็นส่วนหนึ่งของทัวร์คอนเสิร์ตและอัลบั้มสำคัญมากมาย

ทำไม Nils Lofgren ถึงมีชื่อเสียงเรื่องการตีลังกาบนเวที?

เนื่องจากในสมัยมัธยมเขาเป็นนักกีฬายิมนาสติกที่แข่งขันในระดับจริงจัง เขาจึงนำทักษะนี้มาประยุกต์ใช้ในการแสดงสดเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม

เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Neil Young?

Lofgren เริ่มร่วมงานกับ Neil Young ตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยเล่นเปียโนและกีตาร์ในอัลบั้ม After the Gold Rush และยังเป็นสมาชิกหมุนเวียนของวง Crazy Horse มาอย่างยาวนาน

เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เขาเรียนคืออะไร?

เครื่องดนตรีชิ้นแรกของเขาคือ Classical Accordion (หีบเพลงชักแบบคลาสสิก) ซึ่งเขาเริ่มเรียนตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และศึกษาอย่างจริงจังเป็นเวลา 10 ปี

Nils Lofgren เคยถอนเพลงออกจาก Spotify หรือไม่ เพราะเหตุใด?

ใช่ เขาถอนเพลงออกจาก Spotify ในเดือนมกราคม 2022 เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุน Neil Young และ Joni Mitchell ที่ไม่เห็นด้วยกับการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดเกี่ยวกับ COVID-19 ในรายการ The Joe Rogan Experience