Nino Ricci นักเขียนนวนิยายชาวแคนาดาผู้สร้างสรรค์ผลงานระดับรางวัล
Nino Ricci (นิโน ริชชี) เป็นนักเขียนนวนิยายผู้ทรงอิทธิพลชาวแคนาดา ปัจจุบันพำนักอยู่ที่เมืองโตรอนโต รัฐออนแทรีโอ เขาเกิดในปี ค.ศ. 1959 ที่เมืองเลมิงตัน รัฐออนแทรีโอ โดยเป็นบุตรของ Virginio และ Amelia Ricci ผู้อพยพชาวอิตาลีจากจังหวัด Isernia ในแคว้น Molise ซึ่งพื้นเพทางครอบครัวและรากเหง้าทางวัฒนธรรมนี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในงานเขียนของเขา

เส้นทางการศึกษาและประสบการณ์ชีวิต
ในด้านการศึกษา Ricci สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวรรณกรรมอังกฤษจาก York University ในโตรอนโต เมื่อปี 1981 และต่อยอดความเชี่ยวชาญด้วยการคว้าปริญญาโทด้าน Creative Writing (การเขียนเชิงสร้างสรรค์ หรือศิลปะการประพันธ์) จาก Concordia University ในมอนทรีออล เมื่อปี 1987
นอกเหนือจากงานเขียน Ricci ยังมีประสบการณ์การเดินทางที่หลากหลายทั้งในทวีปยุโรปและแอฟริกา โดยครั้งหนึ่งเขาเคยใช้เวลา 2 ปีในประเทศไนจีเรีย เพื่อทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนภาษาและวรรณกรรมอังกฤษในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ช่วยหล่อหลอมมุมมองโลกทัศน์ในงานประพันธ์ของเขาให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ผลงานชิ้นเอกและความสำเร็จทางวรรณกรรม
ชื่อเสียงของ Ricci เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากนวนิยายเรื่องแรก Lives of the Saints ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในด้านคำวิจารณ์และยอดขาย โดยผลงานเล่มนี้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย เช่น Books in Canada First Novel Award, รางวัล Governor General's Award สาขา Fiction ประจำปี 1990 และ Betty Trask Award นอกจากนี้ นวนิยายเรื่องนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างมินิซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่กำกับโดย Jerry Ciccoritti อีกด้วย
ผลงาน Lives of the Saints ถือเป็นจุดเริ่มต้นของนวนิยายชุดไตรภาค (Trilogy) ซึ่งประกอบด้วยเล่มต่อมาคือ In a Glass House (1993) และ Where She Has Gone (1997)
บทบาททางสังคมและวิชาการ
นอกจากการเขียนหนังสือ Ricci ยังมีบทบาทสำคัญในองค์กรวรรณกรรม โดยดำรงตำแหน่งหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของ PEN Canada (องค์กรส่งเสริมเสรีภาพในการเขียน) ระหว่างปี 1990 ถึง 1996 และก้าวขึ้นเป็นประธานในช่วงปี 1995–96 นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2005–06 เขายังได้รับเกียรติให้เป็น Writer-in-residence (นักเขียนพำนัก) ณ University of Windsor
สรุปผลงานและรางวัลเกียรติยศ
| ปีที่เผยแพร่/ได้รับรางวัล | ชื่อผลงาน / รางวัล | ประเภท / หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 1990 | Lives of the Saints | นวนิยาย (ได้รับรางวัล Governor General's Award และ Books in Canada First Novel Award) |
| 1993 | In a Glass House | นวนิยาย (ส่วนหนึ่งของไตรภาค) |
| 1997 | Where She Has Gone | นวนิยาย (เข้ารอบสุดท้าย Giller Prize) |
| 2002 | Testament | นวนิยาย (ผู้ชนะร่วมรางวัล Trillium Book Award) |
| 2003 | Roots and Frontiers | ความเรียงและบันทึกความทรงจำ |
| 2006 | Alistair MacLeod Award | รางวัลความสำเร็จทางวรรณกรรม |
| 2008 | The Origin of Species | นวนิยาย (ได้รับรางวัล Governor General's Award และเข้ารอบ Giller Prize) |
| 2009 | Pierre Elliott Trudeau | ชีวประวัติ |
| 2011 | Member of the Order of Canada | เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงของแคนาดา |
| 2015 | Sleep | นวนิยาย |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เชื้อชาติ: ชาวแคนาดาเชื้อสายอิตาลี
- การศึกษา: ปริญญาตรีด้านวรรณกรรมอังกฤษ (York University) และปริญญาโทด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ (Concordia University)
- ผลงานเด่น: นวนิยายชุดไตรภาคที่เริ่มต้นด้วย Lives of the Saints
- รางวัลสูงสุด: ได้รับรางวัล Governor General's Award ถึง 2 ครั้ง และเป็นสมาชิก Order of Canada
- ประสบการณ์ต่างแดน: เคยสอนภาษาอังกฤษในประเทศไนจีเรียเป็นเวลา 2 ปี
คำถามที่พบบ่อย
Nino Ricci มีชื่อเสียงจากผลงานเรื่องใดมากที่สุด?
ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขาอย่างมากคือ Lives of the Saints ซึ่งเป็นนวนิยายเรื่องแรกที่กวาดรางวัลสำคัญหลายรายการและถูกนำไปสร้างเป็นมินิซีรีส์
Nino Ricci เคยได้รับรางวัล Governor General's Award กี่ครั้ง?
เขาได้รับรางวัลนี้ทั้งหมด 2 ครั้ง จากผลงานเรื่อง Lives of the Saints ในปี 1990 และเรื่อง The Origin of Species ในปี 2008
นอกจากนวนิยายแล้ว Nino Ricci เขียนงานประเภทอื่นด้วยหรือไม่?
ใช่ เขาเขียนงานหลากหลายประเภท รวมถึงความเรียงและบันทึกความทรงจำในเล่ม Roots and Frontiers และเขียนชีวประวัติของ Pierre Elliott Trudeau
บทบาทของเขาใน PEN Canada คืออะไร?
เขาทำหน้าที่เป็นหนึ่งในผู้อำนวยการ (Director) ของ PEN Canada ระหว่างปี 1990-1996 และดำรงตำแหน่งประธานองค์กรในช่วงปี 1995-1996
Order of Canada คืออะไรและเขาได้รับเมื่อใด?
Order of Canada เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงของประเทศแคนาดาที่มอบให้แก่บุคคลที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศ ซึ่ง Nino Ricci ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกในปี 2011