Nirmala Sitharaman เส้นทางชีวิตและบทบาทผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองของอินเดีย
Nirmala Sitharaman คือหนึ่งในสตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองอินเดียร่วมสมัย เธอไม่เพียงแต่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแบบเต็มเวลา ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถและการยอมรับในระดับสูงภายในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Narendra Modi

จุดเริ่มต้นและการหล่อหลอมทางปัญญา
Sitharaman เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 1959 ในครอบครัวชาวทมิฬที่เมืองมทุไร รัฐทมิฬนาดู โดยมีบิดาทำงานในระบบรถไฟของอินเดีย เธอให้ความสำคัญกับการศึกษาสูงมาก โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จาก Seethalakshmi Ramaswami College ในปี 1980 ก่อนจะศึกษาต่อจนจบปริญญาโทและปริญญาทางปรัชญา (MPhil) ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Jawaharlal Nehru (JNU) ในปี 1984
ในช่วงหนึ่งของชีวิต เธอได้ย้ายไปพำนักที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตามสามีที่ได้รับทุนการศึกษาที่ London School of Economics ซึ่งในช่วงเวลานั้นเธอได้สั่งสมประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ตั้งแต่พนักงานขายในร้านตกแต่งบ้าน Habitat, ผู้ช่วยนักเศรษฐศาสตร์, ผู้จัดการอาวุโสด้านการวิจัยและพัฒนาที่ PricewaterhouseCoopers ไปจนถึงการทำงานระยะสั้นกับ BBC World Service
ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองและการบริหาร
หลังจากกลับมายังอินเดียในปี 1991 Sitharaman เริ่มทำงานในสายงานนโยบายสาธารณะและด้านการศึกษา ก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมกับ พรรค Bharatiya Janata Party (BJP) ในปี 2006 และก้าวขึ้นเป็นโฆษกประจำชาติของพรรคในช่วงปี 2010-2014 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ในปี 2014 เธอได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (แบบมีอำนาจตัดสินใจอิสระ) รวมถึงดูแลกระทรวงการคลังและกระทรวงกิจการองค์กรในช่วงสั้นๆ นอกจากนี้เธอยังได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก Rajya Sabha (สภาสูงของรัฐสภาอินเดีย) โดยเป็นตัวแทนจากรัฐอานธรประเทศและต่อมาเป็นตัวแทนจากรัฐกรณาฏกะ

บทบาทในกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการคลัง
ความโดดเด่นของเธอชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในปี 2017 ซึ่งเธอเป็นผู้หญิงคนที่สองต่อจาก Indira Gandhi ที่ดำรงตำแหน่งนี้ และเป็นคนแรกที่ทำหน้าที่แบบเต็มเวลา โดยในช่วงที่เธอดำรงตำแหน่ง ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญอย่างการโจมตีทางอากาศที่ Balakot ในปากีสถานเมื่อปี 2019
ต่อมาในวันที่ 30 พฤษภาคม 2019 เธอได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงการคลังและกระทรวงกิจการองค์กร ซึ่งเธอได้สร้างสถิติเป็นรัฐมนตรีคลังที่ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อินเดีย (แซงหน้า C. D. Deshmukh ในเดือนกรกฎาคม 2025) และเป็นคนแรกที่นำเสนองบประมาณประจำปีของสหภาพติดต่อกันถึง 9 ครั้งในปี 2026
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สถิติประวัติศาสตร์: ผู้หญิงคนแรกของอินเดียที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังและรัฐมนตรีกลาโหมแบบเต็มเวลา
- ความสำเร็จทางเศรษฐกิจ: ภายใต้การดูแลของเธอ อินเดียก้าวขึ้นเป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 5 ของโลกในปี 2022 และอันดับ 4 ในปี 2025
- การยอมรับระดับโลก: ติดอันดับ 100 ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกโดยนิตยสาร Forbes ต่อเนื่อง 7 ปี โดยในปี 2025 อยู่อันดับที่ 24
- การศึกษา: เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับ MPhil จากมหาวิทยาลัย JNU
| ช่วงปี | ตำแหน่ง | หน่วยงาน/กระทรวง |
|---|---|---|
| 2014 – 2017 | รัฐมนตรีช่วย (Independent Charge) | กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม |
| 2017 – 2019 | รัฐมนตรีว่าการ | กระทรวงกลาโหม |
| 2019 – ปัจจุบัน | รัฐมนตรีว่าการ | กระทรวงการคลัง และกระทรวงกิจการองค์กร |
| 2016 – ปัจจุบัน | สมาชิกสภาสูง (Rajya Sabha) | รัฐสภาอินเดีย |
คำถามที่พบบ่อย
Nirmala Sitharaman สร้างสถิติอะไรบ้างในฐานะรัฐมนตรีคลัง?
เธอเป็นรัฐมนตรีคลังที่ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อินเดีย และเป็นคนแรกที่นำเสนองบประมาณประจำปีของสหภาพติดต่อกันถึง 9 ครั้ง
เธอดำรงตำแหน่งสำคัญใดบ้างก่อนจะมาเป็นรัฐมนตรีคลัง?
ก่อนหน้านี้เธอเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม รวมถึงเป็นโฆษกของพรรค BJP
บทบาทของเธอในช่วงวิกฤต COVID-19 คืออะไร?
เธอเป็นผู้รับผิดชอบหลักในหน่วยงานเฉพาะกิจตอบโต้ทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 (COVID-19 Economic Response Task Force) เพื่อบริหารจัดการผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศ
การศึกษาของเธอส่งผลต่อการทำงานอย่างไร?
ด้วยพื้นฐานการศึกษาระดับสูงด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย JNU และประสบการณ์ทำงานในสถาบันการเงินและนโยบายสาธารณะ ทำให้เธอมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการงบประมาณและนโยบายการคลังของอินเดีย
เธอได้รับรางวัลหรือการยอมรับระดับสากลอย่างไรบ้าง?
เธอได้รับการจัดอันดับจาก Forbes ให้เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกติดต่อกันหลายปี และได้รับรางวัล Business Reformer of the Year จาก Economic Times Awards ในปี 2021