← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Olafur Eliasson ศิลปินผู้เปลี่ยนธรรมชาติให้เป็นประสบการณ์ทางศิลปะระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Olafur Eliasson ศิลปินผู้เปลี่ยนธรรมชาติให้เป็นประสบการณ์ทางศิลปะระดับโลก

Olafur Eliasson ศิลปินผู้เปลี่ยนธรรมชาติให้เป็นประสบการณ์ทางศิลปะระดับโลก Olafur Eliasson (โอลาฟูร์ เอลิอาซอน) คือศิลปินชาวไอซ์แลนด์-เดนมาร์ก ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากการส…

Olafur EliassonศิลปะจัดวางInstallation ArtThe Weather Project

Olafur Eliasson ศิลปินผู้เปลี่ยนธรรมชาติให้เป็นประสบการณ์ทางศิลปะระดับโลก

Olafur Eliasson (โอลาฟูร์ เอลิอาซอน) คือศิลปินชาวไอซ์แลนด์-เดนมาร์ก ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากการสร้างสรรค์ ศิลปะจัดวาง (Installation Art) ขนาดมหึมาที่นำเอาองค์ประกอบพื้นฐานของธรรมชาติ เช่น แสง น้ำ และอุณหภูมิ มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการกระตุ้นการรับรู้และสร้างประสบการณ์ร่วมให้กับผู้ชมอย่างลึกซึ้ง

ผลงานของเขามักก้าวข้ามขอบเขตระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ โดยมุ่งเน้นไปที่การสำรวจว่ามนุษย์รับรู้พื้นที่และสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างไร ซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีอิทธิพลที่สุดในศตวรรษนี้

Content image

เส้นทางชีวิตและการหล่อหลอมทางความคิด

เอลิอาซอนเกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1967 ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โดยมีพื้นเพครอบครัวเป็นชาวไอซ์แลนด์ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐาน ในวัยเยาว์เขาเริ่มแสดงออกทางศิลปะผ่านการวาดภาพทิวทัศน์ตั้งแต่อายุ 15 ปี แต่สิ่งที่เขานิยามว่าเป็น "งานศิลปะชิ้นแรก" กลับเป็นการเต้นบีบอย (Break-dancing) ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 ซึ่งเขาและเพื่อนร่วมทีมสามารถคว้าแชมป์ระดับสแกนดิเนเวียมาได้

ด้านการศึกษา เขาสำเร็จการศึกษาจาก Royal Danish Academy of Fine Arts ในปี 1995 โดยในช่วงระหว่างเรียนเขาได้เดินทางไปนิวยอร์กเพื่อศึกษาเรื่อง ปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenology) ซึ่งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการรับรู้ของมนุษย์ และ จิตวิทยาเกสตัลท์ (Gestalt psychology) ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อวิธีการสร้างงานศิลปะที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้ชมในเวลาต่อมา

Content image

การทำงานแบบสหวิทยาการและ Studio Olafur Eliasson

ในปี 1995 เอลิอาซอนได้ก่อตั้ง Studio Olafur Eliasson ในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งเขาเปรียบเสมือน "ห้องปฏิบัติการวิจัยทางพื้นที่" โดยรวบรวมทีมงานผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ทั้งสถาปนิก วิศวกร และช่างฝีมือ เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแนวคิดเชิงทฤษฎีให้กลายเป็นผลงานที่สัมผัสได้จริง

นอกจากนี้ เขายังร่วมมือกับ Sebastian Behmann สถาปนิกชาวเยอรมัน ก่อตั้ง Studio Other Spaces ในปี 2014 เพื่อขยายขอบเขตงานด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะให้กว้างขวางยิ่งขึ้น การทำงานของเขามักเป็นการทำงานร่วมกัน (Collaboration) กับผู้เชี่ยวชาญในหลายด้าน เพื่อให้งานศิลปะมีความแม่นยำทั้งในเชิงเรขาคณิตและวิทยาศาสตร์

ผลงานชิ้นเอกที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการศิลปะ

The Weather Project: จำลองดวงอาทิตย์ในอาคาร

หนึ่งในผลงานที่โด่งดังที่สุดคือ The Weather Project (2003) ณ Tate Modern ลอนดอน ซึ่งเขาใช้เครื่องพ่นหมอกและหลอดไฟสีเหลืองจำนวนมหาศาล พร้อมติดตั้งกระจกเงาบานยักษ์บนเพดาน เพื่อสร้างภาพจำลองของดวงอาทิตย์ดวงโตท่ามกลางสายหมอก ผลงานชิ้นนี้ดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 2 ล้านคน และกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของศิลปะร่วมสมัยที่เปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นพื้นที่ทางสังคม

Content image

การทดลองกับแสง สี และการรับรู้

เอลิอาซอนมักใช้แสงสีเดียว (Monochromatic light) เพื่อท้าทายการมองเห็น เช่นในงาน Room For One Colour ที่ใช้แสงสีเหลืองเข้มจนทำให้ผู้ชมสูญเสียความสามารถในการแยกแยะสีอื่น หรือ Your blind passenger อุโมงค์หมอกหนาทึบที่บีบให้ผู้ชมต้องใช้ประสาทสัมผัสอื่นนอกเหนือจากการมองเห็นในการนำทาง

ศิลปะเพื่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เขาใช้ศิลปะเป็นกระบอกเสียงเรื่องภาวะโลกร้อนผ่านโครงการ Ice Watch โดยการขนย้ายก้อนน้ำแข็งยักษ์จากกรีนแลนด์มาวางไว้ใจกลางเมืองใหญ่ เช่น โคเปนเฮเกน ปารีส และลอนดอน เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสและเห็นการละลายของน้ำแข็งด้วยตาตนเอง ซึ่งเป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึงวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

Content image

โครงการสาธารณะและสถาปัตยกรรม

  • The New York City Waterfalls: การสร้างน้ำตกจำลองขนาดใหญ่ 4 แห่งในอ่าวเมืองนิวยอร์ก
  • Your rainbow panorama: ทางเดินกระจกสีรุ้งวงกลมบนดาดฟ้าพิพิธภัณฑ์ ARoS ในเดนมาร์ก ที่ให้ผู้ชมมองเห็นเมืองผ่านฟิลเตอร์สีต่างๆ
  • Harpa: การออกแบบเปลือกอาคารของคอนเสิร์ตฮอลล์ในเรคยาวิก ที่สะท้อนแสงและสภาพอากาศของไอซ์แลนด์
Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • แนวคิดหลัก: ใช้แสง น้ำ อุณหภูมิ และเรขาคณิต เพื่อสำรวจการรับรู้ของมนุษย์
  • สถานที่ทำงาน: มีสตูดิโอหลักตั้งอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
  • ความสำเร็จ: เป็นตัวแทนประเทศเดนมาร์กในงาน Venice Biennale ปี 2003
  • บทบาททางสังคม: ผู้ก่อตั้ง Little Sun บริษัทผลิตโคมไฟ LED พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ขาดแคลนไฟฟ้า
  • อิทธิพล: ได้รับแรงบันดาลใจจาก Bruce Nauman, James Turrell และ Robert Irwin
สรุปผลงานเด่นของ Olafur Eliasson
ชื่อผลงาน ปีที่สร้าง/จัดแสดง จุดเด่น/วัสดุที่ใช้ สถานที่
The Weather Project 2003 แสงสีเหลือง, หมอก, กระจกเงา Tate Modern, ลอนดอน
Your rainbow panorama 2011 ทางเดินกระจกสีรุ้ง 150 เมตร ARoS Museum, เดนมาร์ก
Ice Watch 2014–2018 ก้อนน้ำแข็งจริงจากกรีนแลนด์ โคเปนเฮเกน, ปารีส, ลอนดอน
The New York City Waterfalls 2008 น้ำตกจำลองความสูง 90-120 ฟุต นิวยอร์ก ฮาร์เบอร์
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Olafur Eliasson ใช้เทคนิคอะไรในงานศิลปะของเขา?

เขามักใช้ องค์ประกอบทางธรรมชาติ (Elemental materials) เช่น แสง สี น้ำ หมอก และอุณหภูมิ ผสมผสานกับความรู้ทางเรขาคณิตและวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการรับรู้ทางประสาทสัมผัสของผู้ชม

ทำไมงานของเขาถึงมักเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม?

เอลิอาซอนมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความตระหนักรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้ศิลปะทำให้ผู้คนรู้สึกถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อนได้โดยตรง เช่น การนำน้ำแข็งจริงจากขั้วโลกมาวางในเมือง

Studio Olafur Eliasson แตกต่างจากสตูดิโอศิลปะทั่วไปอย่างไร?

สตูดิโอของเขาทำงานในลักษณะ ห้องปฏิบัติการวิจัย (Laboratory) ที่มีการจ้างงานผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ทั้งวิศวกรและสถาปนิก เพื่อร่วมกันคิดค้นและสร้างสรรค์งานศิลปะที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคสูง

ผลงานชิ้นไหนที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเขามากที่สุด?

ผลงาน The Weather Project ที่ Tate Modern ถือเป็นงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุด เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็นประสบการณ์ร่วมที่ทรงพลังและดึงดูดผู้คนจำนวนมหาศาล