Ole Gunnar Solskjær ตำนานดาวยิงหน้าเด็กและเส้นทางผู้จัดการทีม
หากพูดถึงกองหน้าที่เปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณการทำประตูและเป็นที่รักของแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชื่อของ โอเล กุนนาร์ โซลชา (Ole Gunnar Solskjær) จะต้องปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่นักเตะที่สร้างชื่อจากการเป็นตัวสำรองทีเด็ด แต่ยังผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีมที่นำพาสโมสรและทีมในบ้านเกิดประสบความสำเร็จในหลายวาระ
โซลชาเกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 1973 ที่เมืองคริสเตียนซุนด์ ประเทศนอร์เวย์ ในวัยเด็กเขาเคยฝึกฝนกีฬามวยปล้ำแบบ Greco-Roman ตามรอยบิดาผู้เป็นแชมป์ในด้านนี้ ก่อนจะตัดสินใจมุ่งมั่นกับเส้นทางลูกหนังอย่างเต็มตัวกับสโมสรท้องถิ่นอย่าง Clausenengen ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โลกได้เห็นความสามารถในการถล่มประตูของเขา

จุดเริ่มต้นในนอร์เวย์และการก้าวสู่เวทีระดับโลก
ในช่วงเริ่มต้นอาชีพกับ Clausenengen โซลชาโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงด้วยการยิงถึง 115 ประตูจากการลงสนาม 109 นัดในลีก ช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชัน 2 ของนอร์เวย์ได้สำเร็จในปี 1993 ความโดดเด่นนี้ทำให้เขาถูกดึงตัวไปร่วมทีม โมลด์ (Molde) ในปี 1995 ซึ่งเขาก็ยังคงรักษามาตรฐานการทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยม จนพาทีมคว้าอันดับ 2 ของลีกและได้สิทธิ์ไปเล่นในยูฟ่าคัพ
ความเฉียบคมของเขาไปเข้าตา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จนนำไปสู่การย้ายทีมครั้งสำคัญในเดือนกรกฎาคม 1996 โดยย้ายมาร่วมทัพปีศาจแดงด้วยค่าตัว 1.5 ล้านปอนด์ ซึ่งในขณะนั้นเขาแทบไม่มีใครรู้จักนอกประเทศนอร์เวย์ แต่เขากลับพิสูจน์ตัวเองได้อย่างรวดเร็วด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมในฤดูกาลแรกที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก

ฉายา "Baby-faced Assassin" และบทบาทซูเปอร์ซับ
ด้วยใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์แต่มีความเด็ดขาดในการจบสกอร์ ทำให้สื่ออังกฤษตั้งฉายาให้เขาว่า "Baby-faced Assassin" (เพชฌฆาตหน้าเด็ก) นอกจากนี้เขายังสร้างชื่อในฐานะ Super-sub หรือตัวสำรองที่มักจะถูกส่งลงมาเปลี่ยนเกมและทำประตูสำคัญในช่วงท้ายเกมเสมอ
เหตุการณ์ที่กลายเป็นตำนานที่สุดคือ นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 1999 ที่พบกับ บาเยิร์น มิวนิก โซลชาถูกส่งลงสนามในช่วงท้ายเกมและทำประตูชัยในนาทีสุดท้ายของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกกลับมาเอาชนะและคว้า ทริปเปิลแชมป์ (Treble) ซึ่งเป็นการคว้า 3 แชมป์หลักในฤดูกาลเดียวมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

มรสุมอาการบาดเจ็บและการอำลาสนาม
โซลชายังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมจนกระทั่งปี 2003 เมื่อเขาต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่า ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่คอยรบกวนการเล่นของเขาอยู่ตลอด แม้จะมีความพยายามในการกลับมาลงสนามหลายครั้ง แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2007
อย่างไรก็ตาม ความผูกพันกับสโมสรทำให้เขาไม่จากไปไหน โดยรับหน้าที่เป็นทั้งโค้ชและทูตของสโมสร รวมถึงการคุมทีมสำรองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2008 ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางสายผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัว

เส้นทางการคุมทีม: จากโมลด์สู่เบซิกตัส
โซลชากลับไปคุมทีมเก่าอย่าง โมลด์ ในปี 2011 และสร้างประวัติศาสตร์พาทีมคว้าแชมป์ลีกนอร์เวย์ได้ถึง 2 สมัยแรกที่คุมทีม รวมถึงแชมป์นอร์เวย์คัพในปี 2013 หลังจากนั้นเขาได้ลองคุมทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจนทีมตกชั้น
ในปี 2018 เขาได้รับโอกาสกลับมาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้งในฐานะผู้จัดการทีมชั่วคราวก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมถาวรในเดือนมีนาคม 2019 เขาพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ปี 2021 แต่พ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษให้กับบียาร์เรอัล และถูกปลดจากตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน 2021 ล่าสุดในปี 2025 เขาได้เข้าคุมทีม เบซิกตัส (Beşiktaş) ในตุรกี แต่ก็ต้องแยกทางกันในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันเนื่องจากไม่สามารถพาทีมไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งการเล่น: กองหน้า (Forward)
- สถิติกับแมนฯ ยูไนเต็ด: ลงสนาม 366 นัด ทำได้ 126 ประตู
- ความสำเร็จสูงสุด: เป็นส่วนสำคัญในการคว้าทริปเปิลแชมป์ปี 1999
- จุดเด่น: การทำประตูในฐานะตัวสำรอง (Super-sub)
- สถิติทีมชาติ: ลงเล่นให้ทีมชาตินอร์เวย์ 67 นัด ยิง 23 ประตู
| ปีที่เล่น | สโมสร | จำนวนนัด (ลีก) | ประตู (ลีก) |
|---|---|---|---|
| 1990–1995 | Clausenengen | 109 | 115 |
| 1995–1996 | Molde | 42 | 31 |
| 1996–2007 | Manchester United | 235 | 91 |
| รวม | - | 386 | 237 |
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมโซลชาถึงได้รับฉายาว่า Baby-faced Assassin?
เพราะเขามีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์และใจดีเหมือนเด็ก (Baby-faced) แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเฉียบคมและเด็ดขาดในการทำประตูคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง (Assassin)
ประตูที่สำคัญที่สุดในอาชีพการเล่นของเขาคือประตูไหน?
คือประตูชัยในนาทีสุดท้ายของนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 1999 ที่ยิงใส่บาเยิร์น มิวนิก ซึ่งส่งผลให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ยุโรปและทำทริปเปิลแชมป์ได้สำเร็จ
โซลชาเคยได้รับใบแดงในการเล่นฟุตบอลหรือไม่?
เขาได้รับใบแดงเพียงครั้งเดียวในอาชีพการค้าแข้ง ซึ่งเกิดขึ้นในนัดที่พบกับนิวคาสเซิล โดยเป็นการทำฟาวล์ทางยุทธวิธี (Professional Foul) เพื่อป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้ทำประตู ซึ่งแฟนบอลมองว่าเป็นการเสียสละเพื่อทีม
ผลงานการคุมทีมที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือที่ไหน?
คือการคุมทีม โมลด์ (Molde) ในนอร์เวย์ ซึ่งเขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีก Tippeligaen ได้ถึง 2 สมัย และคว้าแชมป์นอร์เวย์คัพอีก 1 สมัย
อาการบาดเจ็บใดที่ทำให้เขาต้องเลิกเล่นฟุตบอล?
อาการบาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่าซึ่งเกิดขึ้นในปี 2003 และมีการผ่าตัดใหญ่ในปี 2004 ทำให้เขาต้องพักยาวและไม่สามารถกลับมาคืนฟอร์มเดิมได้ จนต้องประกาศรีไทร์ในปี 2007