← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
PartyNextDoor ศิลปินผู้พลิกโฉมดนตรี Alternative R&B และเบื้องหลังความสำเร็จกับ OVO Sound

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

PartyNextDoor ศิลปินผู้พลิกโฉมดนตรี Alternative R&B และเบื้องหลังความสำเร็จกับ OVO Sound

PartyNextDoor ศิลปินผู้พลิกโฉมดนตรี Alternative R B และเบื้องหลังความสำเร็จกับ OVO Sound หากพูดถึงแนวดนตรี Alternative R B ที่มีความหม่นและเซ็กซี่ ชื่อของ PartyNextDoor ห…

PartyNextDoorPNDOVO SoundDrake

PartyNextDoor ศิลปินผู้พลิกโฉมดนตรี Alternative R&B และเบื้องหลังความสำเร็จกับ OVO Sound

หากพูดถึงแนวดนตรี Alternative R&B ที่มีความหม่นและเซ็กซี่ ชื่อของ PartyNextDoor หรือที่แฟนเพลงเรียกสั้นๆ ว่า PND คือหนึ่งในศิลปินแถวหน้าที่สร้างเอกลักษณ์ได้อย่างโดดเด่น เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่นักร้อง แต่ยังเป็นนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์มือฉมัง ผู้ซึ่งเป็นศิลปินคนแรกที่ได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัด OVO Sound ค่ายเพลงของซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง Drake ในปี 2013

Content image

เส้นทางชีวิตจากห้องนอนสู่เวทีระดับโลก

Jahron Anthony Brathwaite เกิดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 1993 ที่เมืองมิสซิสซอกา รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา โดยมีเชื้อสายพ่อเป็นชาวตรินิแดดและแม่เป็นชาวจาเมกา รากฐานทางดนตรีของเขาเริ่มต้นจากการร้องเพลงในคณะประสานเสียงของโบสถ์ร่วมกับคุณแม่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาหลงรักในเสียงเพลง

ในช่วงมัธยมปลาย Jahron เริ่มหัดทำเพลงด้วยตัวเองในห้องนอน แม้ในช่วงแรกจะถูกปฏิเสธจากค่ายเพลงและผู้กำกับสร้างสรรค์หลายแห่ง แต่ความล้มเหลวนั้นกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาฝึกฝนทักษะการเป็นโปรดิวเซอร์จนชำนาญ เขาตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน Applewood Heights Secondary School เมื่ออายุ 16 ปี เพื่อมุ่งหน้าสู่ลอสแอนเจลิสเพื่อไล่ตามความฝัน โดยในช่วงแรกเขาใช้ชื่อในวงการว่า Jahron B. และเผยแพร่ผลงานผ่าน Myspace โดยได้รับการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายจากผู้จัดการและเงินช่วยเหลือเล็กน้อยจากคุณแม่

การเติบโตในอาชีพและผลงานสร้างชื่อ

เมื่ออายุ 18 ปี เขาได้เซ็นสัญญาเป็นนักแต่งเพลงกับ Warner/Chappell ภายใต้ชื่อ PartyNextDoor และได้ปล่อยมิกซ์เทปชุดแรกในปี 2013 ซึ่งได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม ต่อมาในปี 2014 เขาได้ออกอัลบั้มเต็มชุดแรก PartyNextDoor Two ซึ่งมีซิงเกิลฮิตอย่าง "Recognize" (ร่วมกับ Drake) ที่คว้าการรับรองระดับ Quadruple Platinum จาก RIAA

PartyNextDoor performing in 2016

ความสำเร็จของเขายังคงพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่องในอัลบั้ม PartyNextDoor 3 (2016) ที่ขึ้นถึงอันดับ 3 บนชาร์ต Billboard 200 พร้อมส่งเพลง "Come and See Me" และ "Not Nice" เข้าสู่ชาร์ต Billboard Hot 100 ได้เป็นครั้งแรก ตามมาด้วยอัลบั้ม Partymobile (2020) ที่มีเพลง "Believe It" (ร่วมกับ Rihanna) ทะยานเข้าสู่ Top 40 ของ Billboard Hot 100

ล่าสุดในปี 2024 เขาได้ปล่อยอัลบั้ม PartyNextDoor 4 และตอกย้ำความสำเร็จสูงสุดในปี 2025 ด้วยอัลบั้มคอลแลบบอเรชันร่วมกับ Drake ในชื่อ Some Sexy Songs 4 U ซึ่งสามารถเดบิวต์ในอันดับ 1 ทั้งบนชาร์ต Billboard 200 และ Billboard Canadian Albums

Content image

อิทธิพลทางดนตรีและบทบาทเบื้องหลัง

สไตล์ดนตรีของ PND มีความหลากหลาย โดยผสมผสานระหว่าง R&B, Hip Hop และ Dancehall (ดนตรีแนวแคริบเบียน) เขาได้รับอิทธิพลในช่วงแรกจากวงอย่าง Jodeci, Boyz II Men และ NSYNC โดยเฉพาะการใช้เสียงร้องที่ปรับระดับสูง (Pitch up) เพื่อสร้างเอกลักษณ์

นอกจากงานเบื้องหน้า PND ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญเบื้องหลังเพลงฮิตของศิลปินระดับโลกมากมาย เช่น เพลง "Work" ของ Rihanna และ "Wild Thoughts" ของ DJ Khaled ซึ่งทั้งสองเพลงขึ้นถึงอันดับ 1 และ 2 บน Billboard Hot 100 ตามลำดับ นอกจากนี้เขายังร่วมงานกับศิลปินอย่าง Kanye West, Usher, Post Malone และ Jay Park อีกด้วย

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ชื่อจริง: Jahron Anthony Brathwaite
  • สังกัด: OVO Sound, Sony Music, Warner
  • ความสำเร็จสูงสุด: อัลบั้ม Some Sexy Songs 4 U ครองอันดับ 1 บน Billboard 200
  • จุดเด่นทางดนตรี: การผสมผสานความหม่น (Darkness) เข้ากับความเซ็กซี่และกลิ่นอาย Dancehall
  • บทบาท: เป็นทั้งนักร้อง, นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์
สรุปผลงานอัลบั้มสตูดิโอและรางวัลสำคัญ
ปีที่ออก/ได้รับ ชื่อผลงาน/รางวัล ประเภท/สถานะ
2014 PartyNextDoor Two อัลบั้มสตูดิโอ
2016 PartyNextDoor 3 อัลบั้มสตูดิโอ
2017 MTVU Woodie Awards ชนะรางวัล Songwriter of the Year
2020 Partymobile อัลบั้มสตูดิโอ
2024 PartyNextDoor 4 อัลบั้มสตูดิโอ
2025 Some Sexy Songs 4 U อัลบั้มคอลแลบบอเรชัน (อันดับ 1)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

PartyNextDoor มีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Drake?

เขาเป็นศิลปินคนแรกที่เซ็นสัญญากับ OVO Sound ซึ่งเป็นค่ายเพลงของ Drake และทั้งคู่ได้ร่วมงานกันบ่อยครั้งทั้งในฐานะศิลปินร่วมร้องและโปรดิวเซอร์ รวมถึงการออกอัลบั้มร่วมกันในปี 2025

แนวเพลงของ PartyNextDoor คืออะไร?

แนวเพลงหลักคือ Alternative R&B ที่มีการผสมผสานองค์ประกอบของ Hip Hop และ Dancehall โดยมักจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์และเรื่องทางเพศ พร้อมการใช้เสียงร้องที่มีเอกลักษณ์และดนตรีที่มีบรรยากาศหม่นๆ

ผลงานเพลงที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือเพลงอะไร?

เพลงที่สร้างชื่อเสียงในวงกว้าง ได้แก่ "Recognize", "Come and See Me" และ "Not Nice" รวมถึงการมีส่วนร่วมในเพลงระดับโลกอย่าง "Work" ของ Rihanna

เขามีบทบาทอะไรบ้างในอุตสาหกรรมดนตรี?

เขาทำงานครบวงจรทั้งในฐานะนักร้องนำ (Singer), นักแต่งเพลง (Songwriter) และโปรดิวเซอร์เพลง (Record Producer) ให้กับทั้งตัวเองและศิลปินชื่อดังคนอื่นๆ