Patrick Vieira ตำนานกองกลางผู้ทรงอิทธิพลและเส้นทางสู่การเป็นผู้จัดการทีม
หากจะกล่าวถึงหนึ่งในกองกลางที่ครบเครื่องและทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ชื่อของ Patrick Vieira (พาทริค วิเอร่า) จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน แข็งแกร่ง และมีความเป็นผู้นำสูง ทำให้เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในยุคของเขา และถูกจัดให้อยู่ในรายชื่อ FIFA 100 นักเตะที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดในปี 2004

จุดเริ่มต้นและก้าวแรกสู่ความสำเร็จ
วิเอร่าเกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 1976 ที่เมืองดาการ ประเทศเซเนกัล ก่อนจะย้ายมาพำนักที่ประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่อายุ 8 ปี เขาเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับทีมเยาวชนของ Tours และย้ายไปแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ Cannes ซึ่งเขาได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีมตั้งแต่อายุเพียง 19 ปี ผลงานที่โดดเด่นทำให้เขาถูกดึงตัวไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่อย่าง AC Milan ในกัลโช่ เซเรีย อา แม้จะได้รับโอกาสลงสนามไม่มากนัก แต่ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในระดับอาชีพ
ยุครุ่งเรืองกับ Arsenal และฉายา "The Invincibles"
ในปี 1996 วิเอร่าย้ายมาร่วมทีม Arsenal ด้วยค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์ ภายใต้การคุมทีมของ Arsène Wenger ที่นี่เองที่เขากลายเป็นหัวใจสำคัญในตำแหน่ง Box-to-Box Midfielder (กองกลางที่ขับเคลื่อนเกมทั้งรุกและรับทั่วทั้งสนาม) ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันและมีความสามารถในการคุมเกมที่ยอดเยี่ยม
ตลอด 9 ปีกับทัพปืนใหญ่ วิเอร่าพาทีมคว้าแชมป์ลีก 3 สมัย และแชมป์เอฟเอคัพ 4 สมัย โดยไฮไลท์สำคัญคือการเป็นส่วนหนึ่งของทีม The Invincibles ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกโดยไม่แพ้ใครเลยตลอดทั้งฤดูกาล 2003-04 นอกจากนี้เขายังได้รับเลือกให้ติดทีมยอดเยี่ยมของ PFA ต่อเนื่องถึง 6 ปี (1999-2004) และก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีมผู้ทรงอิทธิพลในปี 2002

การผจญภัยในอิตาลีและช่วงท้ายของอาชีพนักเตะ
หลังจากอำลาลอนดอน วิเอร่าย้ายกลับไปค้าแข้งในอิตาลีกับ Juventus แต่ต้องเผชิญกับมรสุมเมื่อทีมถูกปรับตกชั้นจากคดี Calciopoli (อื้อฉาวการล็อกผลการแข่งขัน) เขาจึงย้ายไปร่วมทีม Inter Milan และประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการคว้าแชมป์ลีก 4 สมัยติดต่อกัน ก่อนจะปิดฉากอาชีพนักเตะอย่างสวยงามกับ Manchester City โดยคว้าแชมป์เอฟเอคัพในปี 2011

เกียรติยศสูงสุดในนามทีมชาติฝรั่งเศส
ในระดับนานาชาติ วิเอร่าคือเสาหลักของทีมชาติฝรั่งเศสยาวนานถึง 12 ปี โดยลงสนามไปทั้งหมด 107 นัด เขาเป็นกำลังสำคัญในการคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 1998, ยูโร 2000 และ คอนเฟเดอเรชันส์คัพ 2001 รวมถึงการพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 ซึ่งเขาได้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมในหลายโอกาส

บทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดการทีม
หลังแขวนสตั๊ดในปี 2011 วิเอร่าผันตัวเข้าสู่สายงานโค้ช โดยเริ่มจากการดูแลอะคาเดมี่ของ Manchester City ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการทีมเต็มตัวกับ New York City FC ในสหรัฐอเมริกา จากนั้นเขายังได้คุมทีมในลีกชั้นนำอย่าง Nice, Crystal Palace, Strasbourg และล่าสุดกับ Genoa ในกัลโช่ เซเรีย อา

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่ง: กองกลาง (Midfielder)
- ความสำเร็จสูงสุด: แชมป์ฟุตบอลโลก 1998 และแชมป์ยูโร 2000 กับทีมชาติฝรั่งเศส
- สถิติกับ Arsenal: ลงเล่น 279 นัด ทำได้ 29 ประตู
- เกียรติประวัติ: ติดทีมยอดเยี่ยม PFA 6 ปีซ้อน และเป็นส่วนหนึ่งของทีมไร้พ่าย (Invincibles)
- จำนวนนัดทีมชาติ: ลงเล่นให้ฝรั่งเศส 107 นัด
| ช่วงปี | สโมสร | จำนวนนัด (ประตู) | ความสำเร็จเด่น |
|---|---|---|---|
| 1993–1995 | Cannes | 49 (2) | แจ้งเกิดในระดับอาชีพ |
| 1995–1996 | AC Milan | 2 (0) | ย้ายสู่ลีกอิตาลีครั้งแรก |
| 1996–2005 | Arsenal | 279 (29) | แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอคัพ 4 สมัย |
| 2005–2006 | Juventus | 31 (5) | คว้าแชมป์ลีก (ก่อนถูกริบคืน) |
| 2006–2010 | Inter Milan | 67 (6) | แชมป์เซเรีย อา 4 สมัย |
| 2010–2011 | Manchester City | 28 (3) | แชมป์เอฟเอคัพ 2011 |
คำถามที่พบบ่อย
Patrick Vieira เล่นตำแหน่งอะไรและมีจุดเด่นอย่างไร?
เขาเล่นในตำแหน่ง Box-to-Box Midfielder ซึ่งเป็นกองกลางที่สามารถช่วยเกมรับและเติมเกมรุกได้ตลอดทั้งเกม จุดเด่นคือความแข็งแกร่งทางร่างกาย การแย่งบอลที่ดุดัน และการจ่ายบอลที่แม่นยำ
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขากับ Arsenal คืออะไร?
คือการเป็นกัปตันทีมและกำลังสำคัญในฤดูกาล 2003-04 ที่ Arsenal สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้โดย ไม่แพ้ใครเลยตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งเป็นสถิติที่หาได้ยากยิ่งในฟุตบอลอังกฤษ
เขามีผลงานอย่างไรกับทีมชาติฝรั่งเศส?
วิเอร่าเป็นหนึ่งในนักเตะชุดประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1998 และแชมป์ยูโร 2000 โดยลงเล่นให้ทีมชาติไปถึง 107 นัด และเคยดำรงตำแหน่งกัปตันทีมด้วย
หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล วิเอร่าทำอะไร?
เขาเข้าสู่เส้นทางการเป็นผู้จัดการทีม โดยคุมทีมหลายสโมสรทั้งในสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ และอิตาลี เช่น New York City FC, Crystal Palace และ Genoa