Paul Breitner ตำนานแข้งผู้พลิกบทบาทจากกองหลังสู่จอมทัพแห่งเยอรมนี
หากจะกล่าวถึงนักเตะที่ครบเครื่องและมีบุคลิกโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเยอรมัน ชื่อของ Paul Breitner (พอล ไบรท์เนอร์) จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมในตำแหน่งแบ็กซ้ายและกองกลาง แต่ยังเป็นบุคคลที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการฟุตบอลทั้งในด้านฝีเท้าและจุดยืนทางสังคม
ด้วยความสามารถที่รอบด้าน ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกาล โดยมีชื่อติดอยู่ใน FIFA World Cup All-Time Team และถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน 125 นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ในการฉลองครบรอบ 100 ปีของ FIFA เมื่อปี 2004

เส้นทางอาชีพและการปรับเปลี่ยนบทบาทในสนาม
อาชีพนักฟุตบอลอาชีพของไบรท์เนอร์เริ่มต้นในปี 1970 และสิ้นสุดลงในปี 1983 โดยใช้เวลาส่วนใหญ่กับสองสโมสรยักษ์ใหญ่คือ บาเยิร์น มิวนิก และ เรอัล มาดริด รวมถึงช่วงเวลาสั้นๆ กับไอน์ทรัค บราวน์ชไวค์
ในช่วงแรก ไบรท์เนอร์สร้างชื่อในฐานะ Full-back (แบ็กซ้าย) ที่มีอิสระในการเล่นสูง เขาสามารถเติมเกมรุกขึ้นไปทำประตูได้ดีพอๆ กับการป้องกันในเขตโทษของตัวเอง ต่อมาเมื่อย้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทีมของ มิลยัน มิลยานิช เขาถูกปรับบทบาทให้เป็น Box-to-box midfielder (กองกลางที่ขับเคลื่อนเกมทั้งรุกและรับ) ซึ่งทำให้เขาดึงศักยภาพในการคุมเกมและสร้างสรรค์โอกาสออกมาได้อย่างเต็มที่

เมื่อเขากลับมาสู่บาเยิร์น มิวนิก ในช่วงที่สอง ไบรท์เนอร์ได้กลายเป็น "มันสมอง" ของทีม โดยประสานงานกับ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก และ ดีเทอร์ โฮเนส จนเกิดเป็นคู่หูที่น่าเกรงขามซึ่งแฟนบอลขนานนามว่า "Breitnigge" (การรวมชื่อ Breitner และ Rummenigge) โดยทั้งคู่ร่วมกันทำประตูในลีกถึง 46 ประตู จากทั้งหมด 89 ประตูของทีมในฤดูกาล 1981

ความสำเร็จในระดับชาติและสถิติโลก
ในนามทีมชาติเยอรมนีตะวันตก ไบรท์เนอร์เป็นกำลังสำคัญที่พาทีมคว้าแชมป์ ยูโร 1972 และ ฟุตบอลโลก 1974 โดยในนัดชิงชนะเลิศปี 1974 ที่จัดขึ้นในเมืองมิวนิก เขาเป็นผู้ทำประตูแรกให้เยอรมนีจากการยิงจุดโทษ
หนึ่งในสถิติที่น่าทึ่งที่สุดคือ การเป็นหนึ่งในนักเตะเพียง 5 คนในประวัติศาสตร์ที่สามารถ ทำประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2 ครั้ง (ปี 1974 และ 1982) ซึ่งเป็นเกียรติประวัติที่เขาแชร์ร่วมกับตำนานอย่าง เปเล่, วาวา, ซีเนดีน ซีดาน และ คีเลียน เอ็มบัปเป้

ตัวตนที่แตกต่างและชีวิตนอกสนาม
นอกเหนือจากเรื่องฟุตบอล ไบรท์เนอร์เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่มีแนวคิดหัวก้าวหน้าและเกี่ยวข้องกับขบวนการประท้วงปี 1968 (68ers) ในเยอรมนีตะวันตก เขามักแสดงความเห็นทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมาและเคยพก "สมุดเล่มแดง" ของเหมา เจ๋อตง ไปที่สนามซ้อม ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลสายอนุรักษนิยมในยุคนั้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากปี 1974 ทัศนคติของเขาเริ่มเปลี่ยนไปสู่ความหรูหราและการทำธุรกิจ โดยเหตุการณ์ที่โด่งดังที่สุดคือการยอมโกนหนวดเคราที่เป็นเอกลักษณ์ (ซึ่งทำให้เขาได้รับฉายาว่า "Der Afro") เพื่อรับเงินค่าโฆษณาจากบริษัทเครื่องสำอาง Pitralon จำนวน 150,000 มาร์คเยอรมัน ก่อนเริ่มฟุตบอลโลก 1982 ซึ่งสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมเยอรมัน

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งที่เล่น: เริ่มต้นจากแบ็กซ้าย (Left-back) และเปลี่ยนเป็นกองกลาง (Midfielder) ในช่วงหลัง
- สถิติทีมชาติ: ลงเล่นให้เยอรมนีตะวันตก 48 นัด ทำได้ 10 ประตู
- ความสำเร็จสูงสุด: แชมป์ฟุตบอลโลก 1974 และแชมป์ยูโร 1972
- สถิติพิเศษ: ทำประตูในนัดชิงฟุตบอลโลก 2 สมัย (1974 และ 1982)
- ฉายา: "Der Afro" จากทรงผมและเคราที่เป็นเอกลักษณ์
- บทบาทหลังเกษียณ: นักวิจารณ์ฟุตบอล, คอลัมนิสต์ และที่ปรึกษาบอร์ดบริหารบาเยิร์น มิวนิก
| สโมสร | จำนวนนัดที่ลงเล่น | จำนวนประตู |
|---|---|---|
| บาเยิร์น มิวนิก (ช่วงแรก) | 109 | 17 |
| เรอัล มาดริด | 84 | 10 |
| ไอน์ทรัค บราวน์ชไวค์ | 30 | 10 |
| บาเยิร์น มิวนิก (ช่วงหลัง) | 146 | 66 |
| รวมทั้งหมด | 369 | 103 |
คำถามที่พบบ่อย
Paul Breitner เล่นตำแหน่งอะไรบ้าง?
เขาเริ่มต้นอาชีพในตำแหน่งแบ็กซ้าย (Left-back) ที่มีความสามารถในการเติมเกมรุกสูง ก่อนจะเปลี่ยนมาเล่นเป็นกองกลาง (Midfielder) แบบ Box-to-box ซึ่งทำหน้าที่ทั้งขับเคลื่อนเกมและทำประตู
ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า "โค้ช 17 ชั่วโมง"?
ในปี 1998 เขาได้รับการประกาศแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมชาติเยอรมนีโดยประธาน DFB แต่หลังจากเกิดกระแสต่อต้านจากเจ้าหน้าที่ในสมาคม ประธานได้เปลี่ยนใจยกเลิกการแต่งตั้งในเวลาเพียง 17 ชั่วโมงต่อมา
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของเขาคืออะไร?
การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1974 และการเป็นหนึ่งในนักเตะเพียงไม่กี่คนที่ทำประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกถึง 2 ครั้งที่แตกต่างกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก เป็นอย่างไร?
ทั้งคู่เป็นคู่หูในแนวรุกที่ทรงพลังมากขณะเล่นให้บาเยิร์น มิวนิก จนได้รับฉายารวมกันว่า "Breitnigge" และร่วมกันทำประตูให้ทีมเป็นจำนวนมากในต้นทศวรรษ 1980
เขามีบทบาทอย่างไรในปัจจุบัน?
ปัจจุบันเขาทำงานเป็นนักวิจารณ์ทางโทรทัศน์ เขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ และดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาให้กับคณะกรรมการบริหารของสโมสรบาเยิร์น มิวนิก