Paul Sermon ศิลปินผู้บุกเบิกศิลปะ Telematic และการเชื่อมต่อมนุษย์ผ่านเทคโนโลยี
ในโลกของศิลปะร่วมสมัย Paul Sermon คือชื่อที่ได้รับการยอมรับในฐานะผู้บุกเบิก Telematic Art หรือศิลปะโทรคมนาคม ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเครือข่ายการสื่อสารทางไกลและระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ทางศิลปะที่ทลายกำแพงด้านระยะทางและสถานที่ โดยปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารทางทัศนะ (Visual Communication) ณ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยไบรตัน (University of Brighton) ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2013
เส้นทางสู่การสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ
จุดเริ่มต้นของ Paul Sermon เกิดขึ้นระหว่างการศึกษาปริญญาตรีด้านวิจิตรศิลป์ที่ Newport School of Fine Art ณ Gwent College ภายใต้การชี้แนะของศาสตราจารย์ Roy Ascott ซึ่งเป็นช่วงที่เขาเริ่มสนใจการนำระบบเครือข่ายโทรคมนาคมมาประยุกต์ใช้ในงานศิลปะ ต่อมาเขาได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย Reading โดยมุ่งเน้นไปที่ประวัติศาสตร์ของศิลปะและคอมพิวเตอร์
ผลงานชิ้นสำคัญในช่วงเรียนคือ "Think About the People Now" ซึ่งใช้เทคโนโลยีไฮเปอร์มีเดีย (Hyper-media) และการเล่าเรื่องแบบโต้ตอบผ่านคอมพิวเตอร์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการประท้วงของชายคนหนึ่งในพิธีรำลึกที่ลอนดอนปี 1990 ผลงานชิ้นนี้ไม่เพียงแต่ได้รับเกียรตินิยม แต่ยังคว้ารางวัล Golden Nica จาก Prix Ars Electronica ปี 1991 ณ ประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จักในระดับสากล
ผลงานชิ้นเอกและการสร้างประสบการณ์ "ตัวตนเสมือน"
Paul Sermon มีความเชี่ยวชาญในการสร้าง Telepresence หรือสภาวะการปรากฏตัวทางไกล ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าตนเองอยู่ในสถานที่หนึ่งในขณะที่ร่างกายจริงอยู่อีกที่หนึ่ง โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:
Telematic Dreaming
ผลงานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่อง "บ้าน" ของ Jean Baudrillard โดยใช้เครือข่าย ISDN เชื่อมต่อเตียงนอนสองหลังที่ตั้งอยู่คนละสถานที่ (ที่หนึ่งสว่างและอีกที่หนึ่งมืด) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่ปรับแต่งเป็นพิเศษ ภาพของผู้ร่วมกิจกรรมจะถูกฉายลงบนเตียงของอีกฝ่าย ทำให้เกิดภาพสะท้อนที่ซ้อนทับกัน ซึ่ง Sermon เรียกว่า "ภาพ Telepresent" เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกถึงการมีอยู่ภายนอกพื้นที่ของตนเอง และเปลี่ยนประสาทสัมผัสจากการสัมผัสเป็นการมองเห็นแทน
Telematic Vision
ผลงานที่สร้างขึ้น ณ ZKM Centre ประเทศเยอรมนี โดยใช้โซฟาสีน้ำเงินสองตัวในสองสถานที่ที่ห่างไกลกัน เชื่อมต่อด้วยระบบวิดีโอและมิกเซอร์ภาพ เมื่อคนสองคนนั่งลงบนโซฟา พวกเขาจะเห็นภาพตัวเองนั่งอยู่ข้างกันบนหน้าจอขนาดใหญ่ โดยมีภาพรายการโทรทัศน์เป็นพื้นหลัง Sermon เรียกประสบการณ์นี้ว่า "Outer Body Experience" ซึ่งเปลี่ยนสถานะของผู้ชมโทรทัศน์ที่เคยเป็นฝ่ายรับสารเพียงอย่างเดียว ให้กลายเป็นผู้แสดง (Performer) ผ่านการใช้ท่าทางและภาษากายโต้ตอบกันในพื้นที่เสมือน
การประยุกต์ใช้ศิลปะเพื่อสังคมและสุขภาพ
นอกเหนือจากงานในหอศิลป์ Paul Sermon ยังนำเทคโนโลยี Telematic มาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ในโครงการ The Teleporter Zone ณ โรงพยาบาลเด็ก Evelina (Evelina Children's Hospital) ลอนดอน ในปี 2005 โดยสร้างผนังรูปตัว S ที่กั้นเด็กสองคนไม่ให้เห็นหน้ากัน แต่สามารถโต้ตอบกันได้ผ่านหน้าจอที่แสดงภาพพวกเขานั่งอยู่ข้างกันในสภาพแวดล้อมจำลอง เช่น บ้านตุ๊กตาหรือเครื่องบิน เพื่อช่วยลดความเครียดและความกังวลของเด็กและครอบครัวในระหว่างการรักษา
การขยายขอบเขตทางศิลปะในระดับนานาชาติ
ในปี 2006 เขาได้รับทุน Taiwan Visiting Arts Fellowship เพื่อสร้างสรรค์ผลงานในไทเป ซึ่งนำไปสู่การสร้างงานชื่อ "Headroom" ผลงานชิ้นนี้เปรียบเทียบความโดดเดี่ยวในห้องนอนกับพื้นที่เสมือนของอินเทอร์เน็ต โดยตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ในศิลปะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแนวคิดของ Roy Ascott และผลงานของ Nam June Paik
| ปีที่สร้าง/ได้รับ | ชื่อผลงาน / รางวัล | ความสำคัญ / สถานที่จัดแสดง |
|---|---|---|
| 1991 | Golden Nica Award | รางวัลสูงสุดจาก Prix Ars Electronica สำหรับงาน "Think About the People Now" |
| 1992 | Telematic Dreaming | งานบุกเบิกด้าน Telepresence จัดแสดงในกว่า 20 แห่งทั่วโลก |
| 1994 | Telematic Vision | สร้างประสบการณ์ Outer Body Experience จัดแสดงในลอนดอน, ซานฟรานซิสโก และโตเกียว |
| 1995 | Sparky Award | รางวัลจาก Los Angeles Interactive Media Festival |
| 2005 | The Teleporter Zone | ศิลปะบำบัดสำหรับเด็ก ณ โรงพยาบาล Evelina ลอนดอน |
| 2006 | Headroom | ผลงานสะท้อนตัวตนในพื้นที่เสมือน จัดแสดงที่ไทเป ไต้หวัน |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญ: มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีโทรคมนาคม (การส่งข้อความระยะไกล) เพื่อสร้างงานศิลปะแบบโต้ตอบ
- แนวคิดหลัก: การสร้างสภาวะ Telepresence เพื่อเชื่อมโยงมนุษย์ผ่านพื้นที่เสมือน
- บทบาททางวิชาการ: เคยเป็นศาสตราจารย์ที่ University of Salford และปัจจุบันอยู่ที่ University of Brighton
- การยอมรับ: ผลงานได้รับการจัดแสดงในยุโรป สหรัฐอเมริกา เอเชียตะวันออก และออสเตรเลีย
คำถามที่พบบ่อย
Telematic Art คืออะไร?
คือศิลปะที่ใช้เครือข่ายโทรคมนาคมและระบบคอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลางในการสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้คนในสถานที่ที่แตกต่างกันสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันได้ในรูปแบบของงานศิลปะ
ผลงาน Telematic Dreaming มีแนวคิดอย่างไร?
เป็นการใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ฉายภาพผู้คนลงบนเตียงนอนในอีกสถานที่หนึ่ง เพื่อสร้างความรู้สึกของการมีตัวตนอยู่ภายนอกพื้นที่จริง และสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างการมองเห็นและการสัมผัส
Paul Sermon นำศิลปะไปใช้ในโรงพยาบาลอย่างไร?
เขาได้สร้าง "The Teleporter Zone" ซึ่งเป็นพื้นที่เสมือนที่ช่วยให้เด็กที่ป่วยในโรงพยาบาลสามารถสื่อสารและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นในสภาพแวดล้อมจำลองที่น่าตื่นเต้น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บป่วยและความเครียด
รางวัลสูงสุดที่ Paul Sermon เคยได้รับคืออะไร?
รางวัลที่โดดเด่นที่สุดคือ Golden Nica Award จาก Prix Ars Electronica ในปี 1991 ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกในด้านศิลปะดิจิทัลและสื่อใหม่