Paul Van Himst ตำนานกองหน้าผู้เป็นไอคอนตลอดกาลของ Anderlecht และเบลเยียม
หากจะกล่าวถึงบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์สูงสุดของสโมสร R.S.C. Anderlecht และวงการฟุตบอลเบลเยียม ชื่อของ Paul Van Himst (พอล ฟาน ฮิมส์) จะต้องปรากฏขึ้นเป็นชื่อแรกๆ เสมอ เขาไม่เพียงแต่เป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะกองหน้า แต่ยังได้รับการยกย่องให้เป็น "นักฟุตบอลเบลเยียมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในศตวรรษที่ 20" ด้วยทักษะการเล่นที่เหนือชั้นและความสามารถในการทำประตูที่เฉียบคม

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่ความเป็นมืออาชีพ
ความผูกพันของ Van Himst กับสโมสร Anderlecht เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ยังเด็ก โดยมีคุณพ่อผู้เป็นแฟนบอลตัวยงพาเขาและพี่น้องไปชมเกมที่สนาม Émile Versé อยู่เสมอ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาแสดงทักษะการเดาะบอลที่น่าทึ่งต่อหน้า Constant Vanden Stock ประธานสโมสรในขณะนั้น จนทำให้เขาได้รับโอกาสเข้าสู่ระบบเยาวชนของทีม แม้ว่าในตอนนั้นเขาจะมีอายุเพียง 8 ปี และต้องรออีกสองปีกว่าที่การเซ็นสัญญาจะเป็นทางการ
ภายใต้การดูแลของผู้จัดการทีม Pierre Sinibaldi เขาได้พัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นด้วยเทคนิคการเล่นที่ยอดเยี่ยม การอ่านเกมที่ขาด และการส่งบอลที่แม่นยำ โดยเขาได้เปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ในวัยเพียง 16 ปี เมื่อเดือนธันวาคม ปี 1959 ในระบบการเล่น 4-2-4 ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทีมชาติบราซิลแชมป์โลกปี 1958 ทำให้เขากลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในแนวรุกตั้งแต่วัยเยาว์

ความสำเร็จระดับสโมสรและฉายา "เปเล่ผิวขาว"
ตลอดระยะเวลา 16 ฤดูกาลกับ Anderlecht, Van Himst พาทีมคว้าแชมป์ลีกเบลเยียมได้ถึง 8 สมัย และทำประตูไปทั้งหมด 309 ลูกจากการลงสนาม 566 นัด นอกจากนี้เขายังครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของลีกถึง 3 ครั้ง ความโดดเด่นของเขาดึงดูดความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง Real Madrid และ Barcelona ที่ต้องการตัวเขาไปแทนที่ Alfredo Di Stéfano แต่ทางสโมสร Anderlecht ปฏิเสธทุกข้อเสนอเพื่อรักษาดาวเด่นรายนี้ไว้
ในเวทียุโรป เขาเคยสร้างสถิติยิง 5 ประตูในเกมเดียวที่พบกับ FC Haka ซึ่งยังคงเป็นสถิติสูงสุด (ร่วม) ในการแข่งขันฟุตบอลยุโรปนัดเดียวจนถึงปัจจุบัน ด้วยสไตล์การเล่นที่พริ้วไหวและการถูกทำฟาวล์บ่อยครั้ง ทำให้แฟนบอลตั้งฉายาให้เขาว่า "Polle Gazon" (พอลแห่งผืนหญ้า) และต่อมาสื่อฝรั่งเศสอย่าง L'Équipe ได้ขนานนามเขาว่า "Le Pelé blanc" หรือ "เปเล่ผิวขาว" หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมที่พบกับทีมชาติฝรั่งเศส

เกียรติประวัติในนามทีมชาติเบลเยียม
Van Himst ก้าวขึ้นสู่ทีมชาติเบลเยียมตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยลงสนามนัดแรกในปี 1960 และกลายเป็นกำลังหลักของทีม "ปีศาจแดง" (Red Devils) มาอย่างยาวนาน เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าอันดับ 3 ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (Euro 1972) และลงเล่นให้ทีมชาติไปทั้งหมด 81 นัด ทำได้ 30 ประตู ซึ่งทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่ลงสนามให้ทีมชาติมากที่สุดในช่วงปี 1973 ถึง 1989 ก่อนที่สถิตินี้จะถูกทำลายโดย Romelu Lukaku ในเวลาต่อมา

บทบาทผู้จัดการทีมและชีวิตหลังแขวนสตั๊ด
หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 1977 เขาได้ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม โดยกลับมาคุมทีม Anderlecht และพาทีมคว้าแชมป์ UEFA Cup ในฤดูกาล 1982–83 รวมถึงคว้าแชมป์ลีกและซูเปอร์คัพในปี 1985 นอกจากนี้เขายังได้รับความไว้วางใจให้คุมทีมชาติเบลเยียม พาทีมผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกปี 1994 ก่อนจะอำลาวงการฟุตบอลอาชีพในปี 1996
ในด้านชีวิตส่วนตัว Van Himst ได้บริหารธุรกิจโรงคั่วกาแฟ Brésor ร่วมกับครอบครัว และยังคงรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับตำนานจักรยานอย่าง Eddy Merckx โดยในปัจจุบัน หลานชายของเขา Amando Lapage ได้เดินตามรอยเท้าคุณปู่ด้วยการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับ Anderlecht ในปี 2022

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- รางวัลสูงสุด: ครองสถิติได้รับรางวัลรองเท้าทองคำเบลเยียม (Belgian Golden Shoe) มากที่สุดถึง 4 ครั้ง
- สถิติยุโรป: ยิง 5 ประตูในนัดเดียวในรายการ European Cup (พบ FC Haka)
- ความสำเร็จโค้ช: พาสโมสร Anderlecht คว้าแชมป์ UEFA Cup ปี 1983
- เกียรติยศ: ได้รับรางวัล Golden Player ของเบลเยียมจาก UEFA ในปี 2003
| หัวข้อ | รายละเอียด / สถิติ |
|---|---|
| ตำแหน่งการเล่น | กองหน้า (Forward) |
| สถิติกับ Anderlecht | ลงสนาม 456 นัด (ลีก) / ยิง 234 ประตู (ลีก) |
| สถิติทีมชาติเบลเยียม | ลงสนาม 81 นัด / ยิง 30 ประตู |
| แชมป์ลีกเบลเยียม | 8 สมัย (ในฐานะผู้เล่น) |
| รางวัลส่วนตัวเด่น | นักฟุตบอลเบลเยียมแห่งศตวรรษที่ 20 |
คำถามที่พบบ่อย
Paul Van Himst มีฉายาว่าอะไรบ้าง?
เขามีฉายาว่า "Polle Gazon" ซึ่งเป็นภาษาถิ่นที่หมายถึง พอลแห่งผืนหญ้า เนื่องจากมักถูกทำฟาวล์จนต้องล้มลงบนสนามบ่อยครั้ง และฉายา "Le Pelé blanc" หรือเปเล่ผิวขาว จากสื่อฝรั่งเศสที่ชื่นชมในทักษะการเล่นของเขา
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฐานะผู้จัดการทีมคืออะไร?
ความสำเร็จสูงสุดคือการพาสโมสร R.S.C. Anderlecht คว้าแชมป์ UEFA Cup ในฤดูกาล 1982–83 โดยเอาชนะ Benfica ในรอบชิงชนะเลิศ
ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่าเป็นไอคอนของ Anderlecht?
เพราะเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพค้าแข้งกับสโมสรแห่งนี้ คว้าแชมป์ลีกได้ถึง 8 สมัย เป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีกหลายครั้ง และเป็นผู้เล่นที่ได้รับรางวัลรองเท้าทองคำเบลเยียมมากที่สุดในประวัติศาสตร์
สถิติการทำประตูในระดับทีมชาติของเขาเป็นอย่างไร?
เขายิงได้ทั้งหมด 30 ประตูจากการลงสนาม 81 นัด ซึ่งทำให้เขาเคยเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติเบลเยียม และเป็นผู้เล่นที่ลงสนามมากที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งก่อนยุคของ Romelu Lukaku