Peter Galbraith นักการทูตและนักการเมืองผู้มีบทบาทสำคัญในวิกฤตการณ์โลก
Peter Woodard Galbraith เป็นบุคคลที่มีบทบาทหลากหลายทั้งในฐานะนักการทูต นักวิชาการ นักเขียน และนักการเมืองชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งอุทิศตนให้กับการแก้ไขความขัดแย้งระดับนานาชาติและการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เผชิญกับสงครามและการกดขี่ทางเชื้อชาติ

เส้นทางสายการทูตและการแก้ไขความขัดแย้งระดับโลก
Galbraith เริ่มสร้างชื่อเสียงจากการทำงานในคณะกรรมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐฯ ในช่วงปี 1979-1993 โดยเขามีบทบาทสำคัญในการเปิดโปงการใช้ อาวุธเคมี และการทำลายหมู่บ้านชาวเคิร์ดโดยรัฐบาลของซัดดัม ฮุสเซน นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ร่างกฎหมายป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1988 เพื่อตอบโต้ความรุนแรงในอิรัก แม้กฎหมายดังกล่าวจะไม่ถูกประกาศใช้ในขณะนั้น แต่ข้อมูลที่เขาเก็บรวบรวมได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์
บทบาทในโครเอเชียและบอสเนีย
ในปี 1993 เขาได้รับแต่งตั้งจากประธานาธิบดีบิล คลินตัน ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศโครเอเชียคนแรก โดยเป็นตัวกลางสำคัญในการเจรจา ข้อตกลง Erdut (Erdut Agreement) ซึ่งนำไปสู่การยุติสงครามประกาศอิสรภาพของโครเอเชีย และช่วยประสานงานด้านมนุษยธรรมเพื่อช่วยเหลือเชลยศึกกว่า 5,000 คนในบอสเนีย
การสร้างรากฐานให้ติมอร์ตะวันออก
ในช่วงปี 2000-2001 Galbraith ได้ทำงานร่วมกับสหประชาชาติ (UN) ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองและรัฐธรรมนูญของ UNTAET (หน่วยบริหารชั่วคราวของสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออก) ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการเจรจา สนธิสัญญาทะเลติมอร์ (Timor Sea Treaty) กับออสเตรเลีย ซึ่งทำให้ติมอร์ตะวันออกได้รับส่วนแบ่งรายได้จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูงถึง 90% ซึ่งถือเป็นข้อตกลงที่สร้างประโยชน์มหาศาลแก่ประเทศเกิดใหม่นี้
บทบาททางการเมืองในสหรัฐฯ และการขับเคลื่อนสังคม
นอกเหนือจากงานด้านการทูต Galbraith ได้ก้าวเข้าสู่การเมืองท้องถิ่นในรัฐเวอร์มอนต์ โดยดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกจากเขต Windham County ระหว่างปี 2011-2015 ในช่วงนี้เขาได้ผลักดันกฎหมายสำคัญ เช่น การสั่งห้าม Hydraulic Fracturing (Fracking) หรือการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติด้วยวิธีไฮดรอลิก ซึ่งทำให้เวอร์มอนต์เป็นรัฐแรกในสหรัฐฯ ที่สั่งห้ามวิธีการนี้
ในปี 2016 เขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐเวอร์มอนต์ด้วยนโยบายก้าวหน้า เช่น การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง และการผลักดันระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แม้จะไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่เขาก็สามารถจุดประกายการถกเถียงเรื่องนโยบายสาธารณะที่สำคัญในรัฐได้
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: จบปริญญาตรีจาก Harvard, ปริญญาโทจาก Oxford และปริญญากฎหมาย (JD) จาก Georgetown University
- ความเชี่ยวชาญด้านภาษา: สามารถสื่อสารได้ถึง 6 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, เยอรมัน, รัสเซีย, ฝรั่งเศส, โครเอเชีย และดารี
- ผลงานเขียน: ผู้เขียนหนังสือวิเคราะห์ความล้มเหลวของสหรัฐฯ ในอิรัก เช่น "The End of Iraq" และ "Unintended Consequences"
- งานด้านมนุษยธรรม: ประสบความสำเร็จในการเจรจาพาเด็กชาว Yazidi 26 คนกลับคืนสู่อ้อมกอดของแม่ 17 คน หลังจากถูกกลุ่ม ISIS จับตัวไป
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง / บทบาทสำคัญ | ผลงานเด่น |
|---|---|---|
| 1979 - 1993 | เจ้าหน้าที่คณะกรรมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วุฒิสภาสหรัฐฯ | เปิดโปงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเคิร์ดในอิรัก |
| 1993 - 1998 | เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำโครเอเชีย | ร่วมเจรจาข้อตกลง Erdut ยุติสงครามโครเอเชีย |
| 2000 - 2001 | ผู้อำนวยการ UNTAET (ติมอร์ตะวันออก) | เจรจาสนธิสัญญาทะเลติมอร์ แบ่งรายได้น้ำมัน 90% ให้ติมอร์ |
| 2009 | รองผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติประจำอัฟกานิสถาน | เปิดโปงการทุจริตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน |
| 2011 - 2015 | วุฒิสมาชิก รัฐเวอร์มอนต์ | ผลักดันกฎหมายสั่งห้ามการทำ Fracking เป็นรัฐแรก |
คำถามที่พบบ่อย
Peter Galbraith มีบทบาทอย่างไรต่อชาวเคิร์ดในอิรัก?
เขาเป็นผู้สนับสนุนชาวเคิร์ดมาอย่างยาวนาน โดยช่วยเปิดโปงอาชญากรรมสงครามของซัดดัม ฮุสเซน และเคยเป็นที่ปรึกษาให้รัฐบาลภูมิภาคเคอร์ดิสถานในการร่างรัฐธรรมนูญอิรักปี 2005 เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
ทำไมเขาถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในอิรัก?
มีการเปิดเผยว่าเขามีหุ้นในบริษัทน้ำมัน DNO ของนอร์เวย์ ซึ่งดำเนินธุรกิจในเคอร์ดิสถาน ขณะที่เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในการร่างรัฐธรรมนูญที่เอื้อให้ชาวเคิร์ดควบคุมรายได้จากน้ำมัน ทำให้มูลค่าหุ้นของเขาเพิ่มสูงขึ้น
เหตุใดเขาจึงถูกปลดจากตำแหน่งในอัฟกานิสถาน?
เขาถูกปลดโดยเลขาธิการสหประชาชาติ บัน คี-มูน หลังจากมีความขัดแย้งกับผู้แทนพิเศษ Kai Eide เกี่ยวกับการจัดการปัญหาการทุจริตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอัฟกานิสถานปี 2009 ซึ่ง Galbraith ปฏิเสธที่จะปกปิดความจริงเรื่องการทุจริต
ผลงานด้านมนุษยธรรมที่โดดเด่นที่สุดในระยะหลังคืออะไร?
การเจรจาช่วยเหลือเด็กชาว Yazidi ที่เกิดจากแม่ที่ถูกกลุ่ม ISIS จับไปเป็นทาสทางเพศ โดยเขาสามารถประสานงานกับทางการเคิร์ดในอิรักและซีเรีย เพื่อนำเด็ก 26 คนกลับมาพบกับแม่ได้สำเร็จในปี 2021