← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
ปีเตอร์ โอ นีล อดีตนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีกับเส้นทางการเมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

ปีเตอร์ โอ นีล อดีตนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีกับเส้นทางการเมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน

ปีเตอร์ โอ นีล อดีตนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีกับเส้นทางการเมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน ปีเตอร์ โอ นีล (Peter O Neill) เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลและถูกกล่าวถึงมากที่สุดในหน้าปร…

ปีเตอร์ โอ นีลปาปัวนิวกินีการเมืองปาปัวนิวกินีนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี

ปีเตอร์ โอ นีล อดีตนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีกับเส้นทางการเมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน

ปีเตอร์ โอ นีล (Peter O'Neill) เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลและถูกกล่าวถึงมากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของปาปัวนิวกินี โดยเขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของประเทศในช่วงปี 2011 ถึง 2019 เส้นทางชีวิตของเขาเริ่มต้นจากนักบัญชีมืออาชีพสู่การเป็นผู้นำประเทศที่ขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างก้าวกระโดด ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ด้านธรรมาภิบาลที่เข้มข้น

Content image

จุดเริ่มต้นและภูมิหลังทางการศึกษา

โอ นีล เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1965 ณ เมืองปางเกีย ในดินแดนปาปัว (ปัจจุบันคือจังหวัด Southern Highlands) เขาเป็นลูกครึ่ง โดยมีบิดาเป็นชาวออสเตรเลียเชื้อสายไอริชที่เข้ามาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามของรัฐบาลออสเตรเลีย หรือที่เรียกว่า Kiap (เจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่นในยุคอาณานิคม) และมารดาเป็นชาวปาปัวนิวกินี

ในด้านการศึกษา โอ นีล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านพาณิชยศาสตร์ และปริญญาเกียรตินิยมด้านการบัญชีจากมหาวิทยาลัยปาปัวนิวกินี (UPNG) นอกจากนี้เขายังได้รับคุณวุฒิวิชาชีพเป็น Certified Practicing Accountant (นักบัญชีรับอนุญาต) ในปี 1989 และก้าวขึ้นเป็นประธานสถาบันนักบัญชีของประเทศ ก่อนจะผันตัวมาเป็นหุ้นส่วนในบริษัทบัญชีและดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารในองค์กรสำคัญหลายแห่ง รวมถึงธนาคารของรัฐ

เส้นทางการก้าวสู่จุดสูงสุดทางการเมือง

โอ นีล เริ่มต้นบทบาททางการเมืองในปี 2002 ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต Ialibu-Pangia สังกัดพรรค People's National Congress (PNC) เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและแรงงานสัมพันธ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงบริการสาธารณะ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2011 เมื่อนายกรัฐมนตรีไมเคิล โซมาเร ล้มป่วยและต้องเดินทางไปรักษาตัวที่สิงคโปร์ ทำให้เกิดช่องว่างทางอำนาจ โอ นีล ได้นำกลุ่มฝ่ายค้านขับไล่รักษาการนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และได้รับเลือกจากสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนเสียง 70 จาก 94 เสียง อย่างไรก็ตาม การก้าวขึ้นสู่อำนาจครั้งนี้ก่อให้เกิด วิกฤตการณ์รัฐธรรมนูญ (Constitutional Crisis) เนื่องจากศาลฎีกาตัดสินว่าโซมาเรยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีที่ถูกต้องตามกฎหมาย จนกระทั่งมีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2012 ซึ่งโอ นีล สามารถคว้าชัยชนะและสร้างพันธมิตรทางการเมืองที่แข็งแกร่งได้สำเร็จ

Content image

ผลงานการบริหารและนโยบายขับเคลื่อนประเทศ

ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง โอ นีล มุ่งเน้นนโยบายที่สร้างผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะการประกาศให้ การศึกษาและสาธารณสุขเป็นบริการฟรี ซึ่งกลายเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงปี 2012 และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปี 2017 นอกจากนี้เขายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการสร้างถนนทั่วประเทศ โดยมีการกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลจากธนาคารนำเข้าและส่งออกของจีนเพื่อนำมาลงทุน

ในระดับสากล โอ นีล พยายามยกระดับสถานะของปาปัวนิวกินีผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Pacific Games 2015 และจุดสูงสุดคือการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC 2018 ซึ่งมีการลงทุนสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ในกรุงพอร์ตมอร์สบี แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะถูกมองว่าล้มเหลวในเชิงการทูตเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน แต่โอ นีล ยังคงยืนยันว่านี่คือความสำเร็จในการแสดงศักยภาพของประเทศ

Content image

ข้อพิพาทและประเด็นอื้อฉาว

แม้จะมีผลงานด้านการพัฒนา แต่รัฐบาลของโอ นีล ถูกโจมตีอย่างหนักในเรื่องความโปร่งใส ประเด็นที่โดดเด่นที่สุดคือกรณี เงินกู้จาก UBS เพื่อซื้อหุ้นในบริษัท Oil Search ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าละเลยขั้นตอนทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติของรัฐ รวมถึงกรณีการโอนกิจการเหมือง Ok Tedi มาเป็นของรัฐโดยไม่มีการชดเชย ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องในศาลสิงคโปร์

นอกจากนี้ เขายังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าธรรมเนียมทางกฎหมายที่ผิดปกติให้กับสำนักงานกฎหมายของ Paul Paraka ซึ่งนำไปสู่การพยายามสอบสวนโดยหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชัน แต่โอ นีล มักจะใช้กลไกทางกฎหมายและอำนาจในสภาเพื่อชะลอการตรวจสอบ

การสิ้นสุดอำนาจและการส่งต่อตำแหน่ง

ความนิยมของโอ นีล เริ่มลดลงเมื่อเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวลงในปี 2018 จากผลกระทบของแผ่นดินไหวและรายได้ที่ลดลง ประกอบกับแรงกดดันจากกลุ่มนักศึกษาและอดีตนายกรัฐมนตรีหลายท่านที่เรียกร้องให้เขาลาออก เมื่อระยะเวลาคุ้มครองจากการถูกลงมติไม่ไว้วางใจสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม 2019 เขาจึงเผชิญกับวิกฤตศรัทธาภายในพรรคและรัฐบาล

เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงมติไม่ไว้วางใจ โอ นีล ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง และส่งต่ออำนาจให้กับ เจมส์ มาราเป (James Marape) ซึ่งเป็นผู้นำพรรคที่ใหญ่ที่สุดในขณะนั้นตามข้อกำหนดทางรัฐธรรมนูญ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง: 2 สิงหาคม 2011 – 29 พฤษภาคม 2019
  • พรรคการเมือง: People's National Congress (PNC)
  • นโยบายเด่น: เรียนฟรี รักษาฟรี และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนน
  • เหตุการณ์สำคัญ: เจ้าภาพ APEC 2018 และวิกฤตการณ์รัฐธรรมนูญปี 2011-2012
  • พื้นฐานวิชาชีพ: นักบัญชีรับอนุญาต (CPA) และอดีตประธานสถาบันนักบัญชีปาปัวนิวกินี
สรุปข้อมูลประวัติและบทบาทของปีเตอร์ โอ นีล
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อเต็ม ปีเตอร์ ชาร์ลส์ แพร์ โอ นีล (Peter Charles Paire O'Neill)
วันเกิด 13 กุมภาพันธ์ 1965
การศึกษา ปริญญาตรีและเกียรตินิยมด้านการบัญชี จาก University of Papua New Guinea
ตำแหน่งทางการเมืองสูงสุด นายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของปาปัวนิวกินี
เขตเลือกตั้ง Ialibu-Pangia (ดำรงตำแหน่ง ส.ส. ตั้งแต่ปี 2002)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ปีเตอร์ โอ นีล ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไรในครั้งแรก?

เขาอาศัยจังหวะที่นายกรัฐมนตรีไมเคิล โซมาเร ล้มป่วยและต้องไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ โดยนำกลุ่มฝ่ายค้านในสภาลงมติเลือกเขาเป็นนายกรัฐมนตรีแทนรักษาการนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

นโยบายที่สร้างชื่อเสียงที่สุดของเขาคืออะไร?

คือการผลักดันนโยบายสวัสดิการพื้นฐาน ได้แก่ การให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาและบริการทางสาธารณสุขได้ฟรี ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงการเลือกตั้งปี 2012

ทำไมเขาถึงต้องลาออกจากตำแหน่งในปี 2019?

เขาลาออกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงมติไม่ไว้วางใจ (Vote of No Confidence) หลังจากสูญเสียเสียงสนับสนุนในสภาและเผชิญกับข้อกล่าวหาด้านการทุจริตและการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลว

กรณีเงินกู้ UBS คืออะไร?

เป็นข้อกล่าวหาว่าโอ นีล ดำเนินการกู้ยืมเงินจากธนาคาร UBS ของสวิตเซอร์แลนด์เพื่อนำมาซื้อหุ้นในบริษัท Oil Search โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติที่ถูกต้องตามระเบียบของรัฐบาล

ความสัมพันธ์ระหว่างปาปัวนิวกินีกับจีนในยุคของเขาเป็นอย่างไร?

มีความใกล้ชิดกันอย่างมาก โดยจีนให้การสนับสนุนด้านเงินกู้เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยจัดงาน APEC 2018 ที่กรุงพอร์ตมอร์สบี