Phil Judd ศิลปินผู้บุกเบิกดนตรีร็อกและผู้ร่วมก่อตั้ง Split Enz
หากพูดถึงประวัติศาสตร์ดนตรีของนิวซีแลนด์ ชื่อของ Phil Judd (ฟิล จัดด์) คือหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการ เขาไม่ได้เป็นเพียงนักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นศิลปินผู้มีความสามารถหลากหลายที่ผสมผสานศิลปะการวาดภาพเข้ากับดนตรีได้อย่างลงตัว โดยเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งวงดนตรีระดับตำนานอย่าง Split Enz และ The Swingers
จุดเริ่มต้นกับ Split Enz และการสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง
ในปี 1972 Phil Judd ได้ร่วมกับ Tim Finn ก่อตั้งวง Split Enz ซึ่งในช่วงแรกเริ่มนั้นพวกเขานำเสนอดนตรีในสไตล์โฟล์ก (Folk) ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาไปสู่แนว Progressive Rock หรือ Art Rock (ดนตรีร็อกที่มีความซับซ้อนและเน้นการทดลองทางศิลปะ) สิ่งที่ทำให้วงโดดเด่นในยุคนั้นไม่ใช่เพียงแค่เสียงเพลง แต่คือภาพลักษณ์ที่หลุดโลก ทั้งการแต่งกายที่แปลกตา การแต่งหน้า และทรงผมที่ดูบ้าคลั่ง
ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ ในวงเลือกใช้ชื่อกลางในการแสดง แต่ Phil Judd เป็นเพียงคนเดียวในยุคนั้นที่ใช้ชื่อจริงของตนเอง นอกจากนี้เขายังสร้างความฮือฮาด้วยการโกนศีรษะจนล้านหลังจากอัลบั้มแรก Mental Notes วางจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างเขากับ Tim Finn เริ่มรุนแรงขึ้นหลังอัลบั้มที่สอง Second Thoughts จนนำไปสู่การแยกทางกันในช่วงต้นปี 1977 ซึ่งต่อมา Neil Finn น้องชายของ Tim ได้เข้ามาทำหน้าที่แทน
การกลับมาสั้นๆ และการก้าวสู่ความสำเร็จกับ The Swingers
หลังจากแยกตัวออกไปเขียนเพลงและบันทึกเสียงเดโมอยู่พักหนึ่ง Phil Judd ได้รับคำชวนจาก Tim Finn ให้กลับมาร่วมวง Split Enz อีกครั้งในปี 1978 ซึ่งในช่วงนี้วงมีมือกีตาร์นำถึงสองคนคือ Phil และ Neil Finn โดย Phil ได้นำเสนอเพลงใหม่ๆ ที่ได้รับความนิยมจากผู้ฟัง เช่นเพลง "Play It Strange" แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจลาออกจากวงอีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Split Enz ปรับแนวทางไปสู่ดนตรี Pop และ New Wave จนประสบความสำเร็จในระดับสากล
เส้นทางดนตรีของ Judd ยังคงดำเนินต่อไป เขาได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับวงพังก์ในโอ๊คแลนด์อย่าง The Suburban Reptiles และต่อมาได้ก่อตั้งวง The Swingers ร่วมกับ Bones Hillman และ Buster Stiggs วงนี้สร้างชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากด้วยเพลง "Counting The Beat" ซึ่งขึ้นอันดับ 1 ทั้งในนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย และกลายเป็นเพลงที่ถูกนำไปใช้ในโฆษณาและรายการโทรทัศน์อีกมากมายในเวลาต่อมา
| ช่วงเวลา/ผลงาน | บทบาท | ความสำเร็จ/จุดเด่น |
|---|---|---|
| Split Enz | ผู้ร่วมก่อตั้ง / มือกีตาร์ | บุกเบิกแนว Art Rock และสร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่น |
| The Swingers | สมาชิกผู้ก่อตั้ง | เพลง "Counting The Beat" ครองอันดับ 1 ใน NZ และออสเตรเลีย |
| Schnell Fenster | สมาชิกวง | ร่วมงานกับอดีตสมาชิก Split Enz ในอัลบั้ม The Sound of Trees |
| งานเดี่ยว | ศิลปินเดี่ยว | อัลบั้ม Private Lives (1983) และอัลบั้มเดี่ยวในศตวรรษที่ 21 อีก 7 ชุด |
| งานศิลปะ | จิตรกร | ออกแบบปกอัลบั้ม Mental Notes และมีผลงานใน National Gallery of Victoria |
บทบาทในงานดนตรีประกอบภาพยนตร์และโทรทัศน์
นอกเหนือจากงานวงดนตรี Phil Judd ยังมีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ดนตรีประกอบ (Soundtrack) ให้กับภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์หลายเรื่อง ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือภาพยนตร์เรื่อง Death in Brunswick ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัล AFI Award นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมในภาพยนตร์เรื่อง The Big Steal, Rikky and Pete และสร้างสรรค์เพลงประกอบรายการโทรทัศน์อย่าง Good Guys Bad Guys และ Stingers
ชีวิตส่วนตัว สุขภาพ และมิติด้านศิลปะ
นอกเหนือจากเสียงเพลง Phil Judd ยังเป็นจิตรกรผู้มีความสามารถสูง โดยเฉพาะงานเขียนภาพแนว Surrealism (ศิลปะเหนือจริง) ซึ่งเขาได้นำมาใช้ในการออกแบบปกอัลบั้ม Mental Notes จนได้รับรางวัลการออกแบบปกยอดเยี่ยม และผลงานภาพวาดของเขายังได้รับการจัดแสดงในหอศิลป์แห่งชาติวิกตอเรีย (National Gallery of Victoria)
ในด้านชีวิตส่วนตัว Judd ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพ โดยเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) ในปี 1992 และประสบภาวะโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ในปี 2004 ซึ่งส่งผลกระทบต่อม้ามของเขา นอกจากนี้เขายังเคยมีประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับการสะกดรอยตามเพื่อนบ้านในปี 2009 และการละเมิดคำสั่งห้ามเข้าใกล้ในคดีครอบครัวในปี 2010
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ผู้ก่อตั้ง: เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งวง Split Enz และ The Swingers
- ผลงานชิ้นเอก: เพลง "Counting The Beat" ประสบความสำเร็จสูงสุดในชาร์ตเพลง
- ความสามารถหลากหลาย: เป็นทั้งนักดนตรี, โปรดิวเซอร์ และจิตรกรแนวเหนือจริง
- รางวัล: ได้รับรางวัล AFI Award จากงานดนตรีประกอบภาพยนตร์
- สุขภาพ: ต่อสู้กับโรคไบโพลาร์และเคยประสบภาวะโรคหลอดเลือดสมอง
คำถามที่พบบ่อย
Phil Judd มีความสัมพันธ์อย่างไรกับวง Split Enz ในปัจจุบัน?
ความสัมพันธ์ของเขากับวงค่อนข้างซับซ้อน โดย Judd เคยแสดงความรู้สึกขมขื่นที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมทัวร์รวมตัวครั้งสำคัญในปี 2006 แม้จะมีการพูดคุยกับ Neil Finn ในเบื้องต้นแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เกิดขึ้น
เพลงที่สร้างชื่อเสียงที่สุดของ Phil Judd คือเพลงอะไร?
เพลงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือ "Counting The Beat" จากวง The Swingers ซึ่งขึ้นอันดับ 1 ในนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย
นอกจากดนตรีแล้ว Phil Judd มีความสามารถด้านใดอีกบ้าง?
เขาเป็นจิตรกรที่มีฝีมือฉกาจ โดยเฉพาะงานศิลปะแนว Surrealism ซึ่งผลงานของเขาได้รับการยอมรับจนได้จัดแสดงใน National Gallery of Victoria
Phil Judd เคยร่วมงานกับ Tim Finn อีกครั้งหลังจากแยกทางกันหรือไม่?
เคยมีการร่วมงานกันในหลายโอกาส เช่น การกลับมาอยู่ในวง Split Enz ช่วงสั้นๆ ในปี 1978 และการที่ Tim Finn จ้างเขามาเล่นกีตาร์ในอัลบั้ม Big Canoe ปี 1986 แม้ว่าความพยายามในการเขียนเพลงร่วมกันในครั้งนั้นจะไม่ประสบผลสำเร็จก็ตาม