Pieter Feith นักการทูตผู้ทรงอิทธิพลและบทบาทสำคัญในภารกิจสันติภาพระดับโลก
Pieter Cornelis Feith คือนักการทูตชาวดัตช์ผู้มีบทบาทโดดเด่นในเวทีการเมืองโลก โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนพิเศษของสหภาพยุโรป (European Union Special Representative หรือ EUSR) และตัวแทนพลเรือนระหว่างประเทศในคอซอวอ ซึ่งเขาได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์และการทูตในการจัดการวิกฤตการณ์ในหลายภูมิภาคทั่วโลก
เส้นทางชีวิตของ Feith เริ่มต้นที่เมืองรอตเทอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เขาปูพื้นฐานความรู้ด้านรัฐศาสตร์จาก University of Lausanne ในสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะสำเร็จการศึกษาจาก Fletcher School of Law and Diplomacy ในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1970 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่นำเขาเข้าสู่สายงานการทูตอย่างเต็มตัว

ประสบการณ์การทำงานและบทบาทในองค์กรระดับโลก
ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ Pieter Feith ได้ปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่สำคัญทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นดามัสกัส, บอนน์, นครนิวยอร์ก (ในฐานะตัวแทนประจำสหประชาชาติ), คาร์ทูม รวมถึงการประจำการที่สำนักงานเนเธอร์แลนด์ประจำ NATO และสหภาพยุโรปตะวันตก (Western European Union - WEU) ในกรุงบรัสเซลส์
หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นคือการได้รับเกียรติให้เป็นประธานในการประชุมรัฐภาคีของอนุสัญญาอาวุธเคมี (Chemical Weapons Convention) ครั้งแรกของสหประชาชาติ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเฮกในปี 1997
การจัดการวิกฤตในบอลข่านและแอฟริกา
Feith มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในภูมิภาคบอลข่านขณะทำงานร่วมกับ NATO โดยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางการเมืองให้กับผู้บัญชาการ IFOR ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา นอกจากนี้เขายังได้รับมอบหมายให้ประเมินภารกิจของสภาสหภาพยุโรปในดาร์ฟูร์ และนำทีมผู้เชี่ยวชาญของ EU เข้าปฏิบัติงานในอิรัก
ภารกิจสันติภาพในอาเจะห์และคอซอวอ
ในปี 2005 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าภารกิจติดตามผลในอาเจะห์ (Aceh Monitoring Mission) ภายใต้นโยบายความมั่นคงและการป้องกันประเทศของยุโรป (European Security and Defence Policy - ESDP) ซึ่งภารกิจนี้ประสบความสำเร็จและสิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม 2006
ต่อมาในเดือนเมษายน 2008 ในฐานะตัวแทนพิเศษของสหภาพยุโรป เขาได้นำทีมเจ้าหน้าที่ในการอนุมัติรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐคอซอวอ ซึ่งเป็นรัฐที่ได้รับการยอมรับเพียงบางส่วน อย่างไรก็ตาม ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ที่กรุงพริสตินา เมืองหลวงของคอซอวอ ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณหน้าสำนักงานของเขาเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2008 ซึ่งนำไปสู่การจับกุมเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรอง BND ของเยอรมนี 3 รายในข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: จบด้านรัฐศาสตร์จาก University of Lausanne และกฎหมายและการทูตจาก Fletcher School
- ตำแหน่งสูงสุด: ตัวแทนพิเศษของสหภาพยุโรป (EUSR) และตัวแทนพลเรือนระหว่างประเทศในคอซอวอ
- ความเชี่ยวชาญ: การจัดการวิกฤตการณ์ทางการเมืองและการทหาร (Politico-Military Affairs)
- ผลงานเด่น: ประธานการประชุมอนุสัญญาอาวุธเคมีปี 1997 และหัวหน้าภารกิจติดตามผลในอาเจะห์
| ช่วงปี (ค.ศ.) | องค์กร/บทบาทสำคัญ | พื้นที่ปฏิบัติงาน |
|---|---|---|
| 1970 - 1995 | บริการทางการทูตของเนเธอร์แลนด์ | หลายประเทศทั่วโลก |
| 1995 - 2001 | NATO (ตัวแทนเลขาธิการ Lord Robertson) | ยูโกสลาเวีย / บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา |
| 2001 - 2010 | สำนักงานเลขาธิการสภาสหภาพยุโรป | บรัสเซลส์ |
| 2005 - 2006 | หัวหน้าภารกิจติดตามผลอาเจะห์ (AMM) | อินโดนีเซีย |
| 2008 - 2012 | ตัวแทนพิเศษ EU และตัวแทนพลเรือนระหว่างประเทศ | คอซอวอ |
คำถามที่พบบ่อย
Pieter Feith คือใคร?
เขาเป็นนักการทูตชาวเนเธอร์แลนด์ที่มีประสบการณ์สูง เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในสหภาพยุโรป (EU) และ NATO โดยเชี่ยวชาญด้านการทูตและการจัดการวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ
บทบาทของเขาในคอซอวอมีความสำคัญอย่างไร?
เขาทำหน้าที่เป็นตัวแทนพิเศษของ EU และตัวแทนพลเรือนระหว่างประเทศ โดยมีบทบาทสำคัญในการอนุมัติรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐคอซอวอในปี 2008
ภารกิจในอาเจะห์ที่เขาดูแลคืออะไร?
เขาเป็นหัวหน้าภารกิจติดตามผลในอาเจะห์ (Aceh Monitoring Mission) ระหว่างปี 2005-2006 ซึ่งเป็นภารกิจภายใต้นโยบายความมั่นคงและการป้องกันประเทศของสหภาพยุโรป
เหตุการณ์ระเบิดที่พริสตินาเกี่ยวข้องกับเขาอย่างไร?
เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่หน้าสำนักงานของ Pieter Feith ในขณะที่เขาปฏิบัติหน้าที่ในคอซอวอ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมสายลับชาวเยอรมัน 3 คนที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุ
Pieter Feith จบการศึกษาจากที่ไหนบ้าง?
เขาสำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์จาก University of Lausanne ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และจบการศึกษาจาก Fletcher School of Law and Diplomacy ในสหรัฐอเมริกา