Pop Robson ตำนานกองหน้าผู้เป็นที่รักแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษ
หากพูดถึงกองหน้าที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในยุค 60 และ 70 ของอังกฤษ ชื่อของ Bryan Stanley Robson หรือที่แฟนบอลรู้จักกันดีในชื่อ "Pop Robson" คือหนึ่งในชื่อที่ถูกจดจำในฐานะดาวยิงผู้เฉียบคม โดยเขาฝากผลงานการทำประตูในลีกไว้ถึง 265 ประตู จากการลงสนาม 674 นัด ตลอดเส้นทางอาชีพที่โลดแล่นอยู่ในสโมสรชั้นนำหลายแห่ง
จุดเริ่มต้นและก้าวแรกสู่ความเป็นมืออาชีพ
Pop Robson เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1945 ที่เมืองซันเดอร์แลนด์ มณฑลเดอรัม ประเทศอังกฤษ ในวัยเด็กเขามีกลุ่มเพื่อนสนิทสามคนที่เรียกตัวเองว่า "Snap, Crackle และ Pop" ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเล่นที่ใช้เรียกเขาจนถึงปัจจุบัน โดยเขาเริ่มต้นฝึกฝนทักษะฟุตบอลกับทีมเยาวชนอย่าง Clara Vale ก่อนจะก้าวเข้าสู่ระดับอาชีพกับ Newcastle United
ในช่วงเวลาที่อยู่กับนิวคาสเซิล เขาประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยสามารถคว้าแชมป์ดิวิชัน 2 ในฤดูกาล 1964–65 และคว้าถ้วย Fairs Cup (รายการฟุตบอลระดับทวีปในสมัยนั้น) ในปี 1969 ซึ่งความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากการประสานงานที่ยอดเยี่ยมกับ Wyn Davies กองหน้าชาวเวลส์
เส้นทางอาชีพกับ West Ham และ Sunderland
ในปี 1971 West Ham United ได้สร้างสถิติการซื้อตัวผู้เล่นสูงสุดของสโมสรในขณะนั้นด้วยการดึงตัว Robson มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 120,000 ปอนด์ ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการทำประตูได้ทันทีในนัดเปิดตัวที่พบกับ Nottingham Forest และกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมถึง 2 จาก 3 ฤดูกาลแรกที่ย้ายมา
ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 1974 เขาได้ย้ายกลับสู่บ้านเกิดเพื่อร่วมทีม Sunderland ด้วยค่าตัว 145,000 ปอนด์ ก่อนจะย้ายกลับไป West Ham อีกครั้งในปี 1976 โดยตลอดการค้าแข้งกับ "ขุนค้อน" West Ham สองช่วงเวลา เขาลงสนามไปทั้งหมด 254 นัด และทำได้ 104 ประตู
ความผูกพันระหว่างเขากับ Sunderland นั้นลึกซึ้งมาก โดยเขาได้ย้ายกลับมาเล่นให้ทีมถึง 3 ครั้ง และมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชัน 1 ได้ถึงสองหน คือในฐานะแชมป์ดิวิชัน 2 ปี 1976 และรองแชมป์ในปี 1980
บทบาทผู้เล่น-โค้ช และช่วงปลายอาชีพ
ในช่วงท้ายของอาชีพการค้าแข้ง Robson ได้รับบทบาทเป็น Player/Coach (ผู้เล่นควบตำแหน่งผู้ฝึกสอน) ให้กับทั้ง Carlisle United, Chelsea และ Sunderland โดยในฤดูกาล 1983–84 เขาเคยรับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราว (Caretaker Manager) ให้กับ Sunderland เป็นเวลาหนึ่งนัดก่อนที่ Len Ashurst จะเข้ามารับตำแหน่ง
หนึ่งในเหตุการณ์ที่แฟนบอล Sunderland จะไม่มีวันลืม คือการกลับมาช่วยทีมในนัดสุดท้ายของฤดูกาล 1983–84 ขณะที่เขามีอายุ 38 ปี 182 วัน โดยเขาสามารถทำประตูในเกมที่ชนะ Leicester City 2-0 ซึ่งเป็นประตูสุดท้ายในอาชีพกับสโมสรแห่งนี้ และช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้อย่างปาฏิหาริย์
หลังจากนั้นเขาได้ปิดฉากอาชีพในลีกกับ Carlisle United และลงเล่นสั้นๆ ให้กับทีมกึ่งอาชีพอย่าง Gateshead ในฤดูกาล 1985–86 ก่อนจะแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ
บทบาทหลังเกษียณและการทำงานโค้ช
หลังเลิกเล่นฟุตบอล Robson ได้นำประสบการณ์มาใช้ในงานโค้ช โดยร่วมงานกับหลายสโมสรชื่อดัง เช่น Hartlepool United, Manchester United, Leeds United และกลับมาที่ Sunderland จนถึงเดือนพฤษภาคม 2004 นอกจากนี้ ในปี 2011 เขายังได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าแมวมอง (Chief Scout) ของ Sunderland อีกด้วย
ในด้านชีวิตส่วนตัว เขาแต่งงานกับ Maureen Heppell อดีตนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติอังกฤษ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ชื่อเต็ม: Bryan Stanley Robson (Pop Robson)
- ตำแหน่ง: กองหน้าตัวเป้า (Centre-forward)
- สถิติรวมในลีก: ลงเล่น 674 นัด ทำได้ 265 ประตู
- ความสำเร็จเด่น: แชมป์ดิวิชัน 2 (1964-65) และแชมป์ Fairs Cup (1969) กับ Newcastle United
- สถิติทีมชาติ: ติดทีมชาติอังกฤษชุด U23 จำนวน 1 นัด
| สโมสร | จำนวนนัดที่ลงเล่น | จำนวนประตู |
|---|---|---|
| Newcastle United | 206 | 82 |
| West Ham United | 227 | 94 |
| Sunderland | 154 | 60 |
| Carlisle United | 72 | 26 |
| Chelsea | 15 | 3 |
| Gateshead | 3 | 1 |
| รวมทั้งหมด | 677 | 266 |
คำถามที่พบบ่อย
Pop Robson แตกต่างจาก Bryan Robson ที่เป็นตำนานทีมชาติอังกฤษอย่างไร?
ทั้งคู่เป็นคนละคนกัน Pop Robson (Bryan Stanley Robson) เป็นกองหน้าผู้โด่งดังในยุค 60-70 ส่วน Bryan Robson อีกท่านเป็นกองกลางกัปตันทีมชาติอังกฤษและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคต่อมา
ทำไมเขาถึงได้รับฉายาว่า "Pop"?
ฉายานี้มาจากกลุ่มเพื่อนสนิทในวัยเด็ก 3 คนที่เรียกตัวเองว่า "Snap, Crackle และ Pop" ซึ่งเป็นชื่อที่ติดตัวเขามาจนกลายเป็นชื่อที่แฟนบอลใช้เรียก
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขากับสโมสรใด?
เขามีผลงานที่น่าจดจำกับหลายทีม แต่ที่โดดเด่นคือการเป็นดาวซัลโวให้ West Ham และการเป็นฮีโร่ช่วยให้ Sunderland รอดตกชั้นในวัยเกือบ 39 ปี
หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล เขาทำอาชีพอะไร?
เขาผันตัวไปเป็นโค้ชให้กับหลายสโมสร เช่น Manchester United และ Leeds United และภายหลังได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแมวมองให้กับสโมสร Sunderland