Rachel Goldberg-Polin นักเคลื่อนไหวผู้เปลี่ยนความสูญเสียเป็นพลังเรียกร้องเสรีภาพให้ตัวประกัน
ในท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงของสงครามอิสราเอล-ฮามาส ชื่อของ Rachel Goldberg-Polin กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและการต่อสู้ของผู้เป็นแม่ เธอคือนักเคลื่อนไหวชาวอเมริกัน-อิสราเอลที่ก้าวขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงสำคัญในระดับโลก เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันที่ถูกคุมขัง หลังจากที่ลูกชายของเธอถูกลักพาตัวไปในช่วงเหตุการณ์โจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023

เส้นทางการต่อสู้เพื่อลูกชายและเพื่อนร่วมชะตากรรม
จุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวของ Rachel เกิดขึ้นเมื่อ Hersh Goldberg-Polin ลูกชายของเธอถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปขณะเข้าร่วมเทศกาลดนตรี Re’im เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการผลักดันให้เกิดการปล่อยตัวประกัน
Rachel ใช้วิธีการสื่อสารที่ทรงพลังและเรียบง่าย โดยการนำเทปกาวมาติดบนเสื้อผ้าและเขียน จำนวนวันที่ลูกชายและตัวประกันคนอื่นๆ ถูกคุมขัง เพื่อย้ำเตือนโลกให้เห็นถึงเวลาที่ผ่านไปอย่างทรมาน เธอได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกมากมาย เช่น BBC, CBS, NBC และ The Wall Street Journal เพื่อกดดันให้รัฐบาลอิสราเอลเร่งเจรจาข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกัน โดยเธอมักวิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้นำยังดำเนินการไม่เพียงพอที่จะพาลูกๆ ของพวกเขากลับบ้าน

การขับเคลื่อนในระดับสากลและเกียรติยศที่ได้รับ
ด้วยความมุ่งมั่นทำให้ Rachel และสามีของเธอ Jonathan Polin ได้เข้าพบผู้นำระดับโลกหลายท่านเพื่อส่งเสียงเรียกร้อง รวมถึง ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส นอกจากนี้เธอยังได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่องค์การสหประชาชาติในเจนีวา และร่วมชุมนุม March for Israel ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
หนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าประทับใจคือการกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุมใหญ่พรรคเดโมแครต (Democratic National Convention) ปี 2024 ซึ่งเธอได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องพร้อมเสียงตะโกนว่า "bring him home" จากผู้ร่วมงาน ความกล้าหาญของเธอส่งผลให้เธอได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งใน Time 100 ซึ่งเป็นรายชื่อบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในเดือนเมษายน 2024
ความสูญเสียและการส่งต่อความทรงจำ
ความหวังที่ยาวนานสิ้นสุดลงเมื่อมีการประกาศว่า Hersh ถูกสังหารโดยกลุ่มฮามาส และร่างของเขาถูกกู้คืนจากฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2024 ในงานศพที่กรุงเยรูซาเล็ม Rachel ได้กล่าวคำไว้อาลัยที่สะเทือนใจ โดยระบุว่าลูกชายของเธอและเพื่อนตัวประกันอีก 5 คน ได้ต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อเอาชีวิตรอดในสถานที่ที่เธอเรียกว่า "นรก" เป็นเวลานานถึง 329 วัน

เพื่อเป็นการบันทึกความเจ็บปวดและระลึกถึงลูกชาย Rachel ได้เขียนหนังสือชื่อ "When We See You Again" ซึ่งตีพิมพ์ในเดือนเมษายน 2026 หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวความโศกเศร้าและการสูญเสียอย่างลึกซึ้ง จนสามารถขึ้นสู่อันดับหนึ่งของรายการหนังสือขายดี (Bestseller) ประเภท Nonfiction ของ New York Times
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สถานะ: นักเคลื่อนไหวชาวอเมริกัน-อิสราเอล (เกิดปี 1969)
- แรงจูงใจ: การถูกลักพาตัวของ Hersh Goldberg-Polin ลูกชายของเธอเมื่อ 7 ต.ค. 2023
- ผลงานเด่น: การรณรงค์ระดับโลกผ่านผู้นำสหรัฐฯ และวาติกัน และการเขียนหนังสือขายดี "When We See You Again"
- ความสำเร็จ: ได้รับการยกย่องในรายชื่อ Time 100 ปี 2024
- การศึกษา: สำเร็จการศึกษาจาก Brandeis University ปี 1992
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| สัญชาติ | สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล |
| บทบาทหลัก | นักเคลื่อนไหวเรียกร้องการปล่อยตัวประกัน |
| บุคคลสำคัญที่เข้าพบ | โจ ไบเดน, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส, กมลา แฮร์ริส |
| ผลงานเขียน | When We See You Again (New York Times Bestseller) |
| ระยะเวลาที่ลูกชายถูกคุมขัง | 329 วัน |
คำถามที่พบบ่อย
Rachel Goldberg-Polin คือใคร?
เธอคือนักเคลื่อนไหวชาวอเมริกัน-อิสราเอลที่กลายเป็นบุคคลสำคัญในการเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันในสงครามอิสราเอล-ฮามาส หลังจากลูกชายของเธอถูกลักพาตัวไป
ลูกชายของเธอถูกลักพาตัวได้อย่างไร?
Hersh Goldberg-Polin ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปยังฉนวนกาซา ระหว่างเหตุการณ์โจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ขณะที่เขากำลังร่วมงานเทศกาลดนตรี Re’im
วิธีการรณรงค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอคืออะไร?
เธอใช้การติดเทปกาวบนเสื้อผ้าพร้อมเขียนจำนวนวันที่นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ 7 ตุลาคม เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงระยะเวลาที่ตัวประกันต้องทนทุกข์
หนังสือ "When We See You Again" เกี่ยวกับอะไร?
เป็นบันทึกความทรงจำที่ถ่ายทอดความโศกเศร้า ความเจ็บปวด และความรักที่เธอมีต่อลูกชาย ตั้งแต่ช่วงที่เขาถูกลักพาตัวจนถึงการเสียชีวิต
เธอได้รับรางวัลหรือการยอมรับใดบ้าง?
เธอได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในรายชื่อ Time 100 ประจำปี 2024