Rachel Sklar ทนายความและผู้ทรงอิทธิพลด้านสื่อดิจิทัลผู้ขับเคลื่อนพลังหญิง
Rachel Sklar เป็นบุคคลที่มีบทบาทหลากหลายในวงการสื่อและกฎหมาย เธอเป็นทั้งทนายความชาวแคนาดา นักเขียนอิสระ และบล็อกเกอร์ผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้สนับสนุนบทบาทของผู้หญิงในโลกเทคโนโลยีและสื่อสมัยใหม่ โดยเธอได้ใช้ทักษะด้านการสื่อสารและการวิเคราะห์เพื่อสร้างพื้นที่และโอกาสให้กับผู้หญิงในวงการดิจิทัล
เส้นทางการศึกษาและความสำเร็จในวัยเรียน
เรเชลเกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1972 ในครอบครัวชาวยิว ณ เมืองโตรอนโต รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา เธอเริ่มต้นปูพื้นฐานด้านการสื่อสารตั้งแต่สมัยเรียนที่ University of Western Ontario โดยดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายสื่อสารของสภานักศึกษา และเป็นสมาชิกที่โดดเด่นของสมาคมโต้พาที รวมถึงเขียนบทความให้กับ The Gazette ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของมหาวิทยาลัย
หลังจากนั้น เธอได้เข้าศึกษาต่อในคณะนิติศาสตร์ที่ University of Toronto และจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยม โดยได้รับเกียรติสูงสุดให้เป็นตัวแทนนักศึกษาในการกล่าวสุนทรพจน์ในวันจบการศึกษา (Valedictorian)

บทบาทในวงการสื่อและการเขียน
ด้วยความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราว เรเชลได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนอิสระเต็มตัว โดยผลิตผลงานครอบคลุมหลากหลายหัวข้อ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในสื่อระดับโลกอย่าง New York Times, Financial Times, Chicago Tribune และ Glamour นอกจากนี้เธอยังมีผลงานหนังสือชื่อ A Stroke of Luck: Life, Crisis and Rebirth of a Stroke Survivor ซึ่งเขียนร่วมกับ Howard Rocket เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการฟื้นตัวจากโรคหลอดเลือดสมอง
ในด้านการบริหารสื่อ เธอเคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการฝ่ายสื่อและโครงการพิเศษ (Media & Special Projects Editor) ที่ Huffington Post จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2008 โดยดูแลหน้า Eat The Press และเคยบริหารบล็อก FishbowlNY ที่เน้นเจาะลึกอุตสาหกรรมสื่อในนิวยอร์ก ก่อนจะย้ายไปร่วมงานกับ The Daily Beast ในปี 2009 รวมถึงทำงานร่วมกับ Dan Abrams ที่ Abrams Research และเป็นบรรณาธิการบริหาร (Editor-at-Large) ให้กับ Mediaite
นอกเหนือจากงานเขียน เรเชลยังปรากฏตัวในฐานะผู้ร่วมอภิปรายในรายการข่าวของ Fox News เช่น Fox News Watch และ Red Eye w/ Greg Gutfeld รวมถึงเคยร่วมรายการโทรทัศน์ชื่อดังอย่าง Impractical Jokers อีกด้วย

การขับเคลื่อนสังคมและนวัตกรรมเพื่อผู้หญิง
เรเชลไม่ได้เพียงแค่รายงานข่าว แต่เธอยังสร้างแพลตฟอร์มเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยเธอเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์รณรงค์ 2 แห่ง คือ Change The Ratio ที่มุ่งส่งเสริมอาชีพของผู้หญิงในสายงานสื่อใหม่และเทคโนโลยี และ Charitini.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มส่งเสริมการบริจาคเงินจำนวนน้อยเพื่อการกุศล (Social Micro-giving)
ในปี 2013 เธอได้เปิดตัว The Li.st ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพทางเทคโนโลยีที่ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มรวบรวมและนำเสนอศักยภาพของผู้หญิงที่โดดเด่นในด้านต่างๆ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 8 ธันวาคม 1972 |
| การศึกษา | University of Western Ontario และ University of Toronto (นิติศาสตร์) |
| อาชีพหลัก | ทนายความ, นักเขียน, บรรณาธิการสื่อ |
| โครงการสำคัญ | Change The Ratio, The Li.st, Charitini.com |
| สื่อที่เคยร่วมงาน | Huffington Post, The Daily Beast, New York Times |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป็นตัวแทนนักศึกษา (Valedictorian) จากคณะนิติศาสตร์ University of Toronto
- ก่อตั้ง Change The Ratio เพื่อลดช่องว่างทางอาชีพของผู้หญิงในวงการ Tech และ Media
- ได้รับการจัดอันดับโดย The Wall ให้เป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลด้านโซเชียลมีเดียที่น่าจับตามองในปี 2011
- ติดอันดับ Silicon Alley 100 โดย Business Insider และได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 ผู้หญิงในวงการเทคโนโลยีที่คืนประโยชน์สู่สังคมโดย Datamation ในปี 2012
- ได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของ The Forward 50 ในปี 2015 ร่วมกับลูกสาวของเธอ (Ruby)
คำถามที่พบบ่อย
Rachel Sklar คือใคร?
เธอเป็นทนายความชาวแคนาดา นักเขียน และบรรณาธิการสื่อที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันความเท่าเทียมของผู้หญิงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัล
โครงการ Change The Ratio มีวัตถุประสงค์อะไร?
เป็นเว็บไซต์รณรงค์ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและเพิ่มสัดส่วนการทำงานของผู้หญิงในสายงานสื่อใหม่ (New Media) และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้หญิงมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพมากขึ้น
The Li.st คืออะไร?
เป็นแพลตฟอร์มสตาร์ทอัพที่เรเชลก่อตั้งขึ้นในปี 2013 เพื่อเป็นพื้นที่ในการนำเสนอและสนับสนุนผู้หญิงที่มีความสามารถโดดเด่นในด้านต่างๆ
เรเชลเคยทำงานกับสื่อยักษ์ใหญ่แห่งใดบ้าง?
เธอเคยเป็นบรรณาธิการที่ Huffington Post และ The Daily Beast รวมถึงมีผลงานเขียนใน New York Times, Financial Times และ Chicago Tribune
เธอได้รับรางวัลหรือการยอมรับใดบ้างในวงการเทคโนโลยี?
เธอได้รับการยกย่องจาก Datamation ให้เป็นหนึ่งใน "10 Women in Tech Who Give Back" และถูกจัดอันดับโดย Business Insider ในลิสต์ Silicon Alley 100