← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Rachel Stevens เส้นทางชีวิตจากไอดอล S Club สู่ศิลปินเดี่ยวและนักธุรกิจหญิงผู้มากความสามารถ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Rachel Stevens เส้นทางชีวิตจากไอดอล S Club สู่ศิลปินเดี่ยวและนักธุรกิจหญิงผู้มากความสามารถ

Rachel Stevens เส้นทางชีวิตจากไอดอล S Club สู่ศิลปินเดี่ยวและนักธุรกิจหญิงผู้มากความสามารถ หากพูดถึงไอคอนแห่งยุค 90s และต้นปี 2000 ชื่อของ Rachel Stevens ย่อมเป็นหนึ่งในช…

Rachel StevensS Club 7นักร้องอังกฤษFunky Dory

Rachel Stevens เส้นทางชีวิตจากไอดอล S Club สู่ศิลปินเดี่ยวและนักธุรกิจหญิงผู้มากความสามารถ

หากพูดถึงไอคอนแห่งยุค 90s และต้นปี 2000 ชื่อของ Rachel Stevens ย่อมเป็นหนึ่งในชื่อที่แฟนเพลงป๊อปทั่วโลกนึกถึง เธอเริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงจากการเป็นสมาชิกของวง S Club (หรือ S Club 7) วงป๊อปชื่อดังที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก ก่อนจะก้าวออกมาพิสูจน์ความสามารถในฐานะศิลปินเดี่ยว นักแสดง และนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จ

Content image

จุดเริ่มต้นและการก้าวเข้าสู่แสงไฟ

Rachel Lauren Stevens เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 1978 ที่ย่าน Southgate กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในครอบครัวชาวยิว เธอเติบโตมาพร้อมกับการศึกษาที่โรงเรียน Osidge JMI และ Ashmole School โดยในช่วงแรก Rachel ไม่ได้มุ่งเน้นที่การร้องเพลง แต่เธอเริ่มเป็นที่รู้จักจากการชนะการประกวดนางแบบของนิตยสารวัยรุ่น Just 17 ซึ่งเธอสามารถเอาชนะคู่แข่งกว่า 5,000 คนได้สำเร็จ

แม้จะเริ่มต้นในสายงานนางแบบและเคยศึกษาด้านธุรกิจที่ London College of Fashion จนได้รับประกาศนียบัตร รวมถึงเคยทำงานในบริษัทภาพยนตร์และด้านประชาสัมพันธ์ แต่สุดท้ายความหลงใหลในเสียงเพลงก็นำพาเธอเข้าสู่เส้นทางสายดนตรีอย่างเต็มตัว

ยุคทองกับ S Club และความสำเร็จระดับโลก

Rachel กลายเป็นดาวเด่นในฐานะสมาชิกวง S Club ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากจากการมีซีรีส์โทรทัศน์เป็นของตัวเองชื่อ Miami 7 ทางช่อง BBC ในปี 1999 ความสำเร็จของวงไม่ได้หยุดอยู่แค่ในอังกฤษ แต่ยังแผ่ขยายไปทั่วยุโรป อเมริกา เอเชีย และแอฟริกา

ตลอดระยะเวลา 5 ปี S Club สร้างผลงานเพลงฮิตติดชาร์ตอันดับ 1 ในอังกฤษถึง 4 เพลง และมีอัลบั้มอันดับ 1 อีกหนึ่งชุด โดยมียอดขายอัลบั้มรวมทั่วโลกกว่า 14 ล้านชุด แนวเพลงของวงมีการพัฒนาจากป๊อปใสๆ ในยุค 90s ไปสู่ดนตรีแนว Dance และ R&B ในอัลบั้มสุดท้ายที่ชื่อว่า Seeing Double ก่อนที่วงจะประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 เมษายน 2003

Content image

การผจญภัยในฐานะศิลปินเดี่ยว: จาก Funky Dory ถึง Come and Get It

หลังการแยกทางกับวง Rachel ได้เซ็นสัญญาฉบับสำคัญกับ Polydor Records มูลค่า 1.5 ล้านปอนด์ เพื่อเริ่มต้นอาชีพศิลปินเดี่ยว เธอเปิดตัวด้วยอัลบั้ม Funky Dory ในเดือนกันยายน 2003 ซึ่งขึ้นถึงอันดับ 9 ของชาร์ตอัลบั้มในสหราชอาณาจักร และได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ (Gold Certification) โดยมีซิงเกิลเด่นอย่าง "Sweet Dreams My L.A. Ex" ที่ทะยานขึ้นถึงอันดับ 2 ของชาร์ต

ในปี 2004 เธอได้สร้างชื่อเสียงเพิ่มเติมจากเพลงการกุศล "Some Girls" สำหรับโครงการ Sport Relief ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงจนทำให้มีการนำอัลบั้ม Funky Dory กลับมาวางจำหน่ายใหม่พร้อมเพลงเพิ่มเติม ต่อมาในปี 2005 เธอออกอัลบั้มชุดที่สอง Come and Get It ซึ่งแม้จะทำอันดับได้ที่ 28 แต่ซิงเกิลในอัลบั้มนี้ถึง 2 เพลงสามารถติด Top 10 ได้สำเร็จ และตัวอัลบั้มยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลิสต์ "1,000 อัลบั้มที่ต้องฟังก่อนตาย" โดย The Guardian อีกด้วย

Content image

บทบาทที่หลากหลายในวงการบันเทิงและธุรกิจ

นอกเหนือจากงานเพลง Rachel ยังมีความสามารถด้านการแสดง โดยปรากฏตัวในภาพยนตร์คอมเมดี้หลายเรื่อง เช่น Deuce Bigalow: European Gigalow และ Spider-Plant Man นอกจากนี้เธอยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เข้าแข่งขันรายการ Strictly Come Dancing ปี 2008 ซึ่งเธอคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศมาครองได้

ในด้านการทำงานสายโทรทัศน์ เธอเคยรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยเมนเทอร์ในรายการ The X Factor New Zealand และเป็นโค้ชในรายการ The Voice of Ireland ซีซัน 4 รวมถึงการเข้าร่วมรายการ Celebrity MasterChef และ Dancing on Ice ในปี 2022

ด้านธุรกิจ Rachel ได้ร่วมสร้างสรรค์ไลน์เสื้อผ้าและเครื่องสำอางกับแบรนด์ชั้นนำในอังกฤษ และยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ดังอย่าง Marks & Spencer, Sky Sports และ Schwarzkopf

Content image

หัวใจแห่งการแบ่งปันและงานการกุศล

Rachel ให้ความสำคัญกับงานสังคมอย่างมาก เธอเคยทำงานกับโครงการ Make Poverty History เป็นเวลา 5 ปี เพื่อช่วยขจัดความยากจนในประเทศกำลังพัฒนา และเป็นทูตของ WaterAid เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงน้ำสะอาดทั่วโลก นอกจากนี้เธอยังเคยเป็นตัวแทนแคมเปญรณรงค์มะเร็งอัณฑะ (Everyman Testicular Cancer Awareness) ซึ่งเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนแคมเปญนี้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • จุดเริ่มต้น: ชนะการประกวดนางแบบนิตยสาร Just 17 จากผู้สมัคร 5,000 คน
  • ความสำเร็จกับวง: S Club มียอดขายอัลบั้มทั่วโลกกว่า 14 ล้านชุด และชนะรางวัล Brit Awards 2 ครั้ง
  • ผลงานเดี่ยว: อัลบั้ม Funky Dory ได้รับการรับรองระดับ Gold จาก BPI
  • สถิติโลก: เคยได้รับบันทึก Guinness World Record ในการปรากฏตัวต่อสาธารณะมากที่สุดใน 24 ชั่วโมง (7 เมือง)
  • รางวัลเกียรติยศ: ได้รับเลือกเป็น "ผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดตลอดกาล" โดยนิตยสาร FHM ในปี 2014
สรุปข้อมูลสำคัญของ Rachel Stevens
หัวข้อ รายละเอียด
อาชีพ นักร้อง, นักแสดง, นักธุรกิจ
วงดนตรี S Club (1998–2003, 2023–ปัจจุบัน)
อัลบั้มเดี่ยว Funky Dory (2003), Come and Get It (2005)
รางวัลเด่น FHM's Sexiest Woman of All Time (2014)
การศึกษา ประกาศนียบัตรด้านธุรกิจจาก London College of Fashion
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Rachel Stevens เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงได้อย่างไร?

เธอเริ่มต้นจากการชนะการประกวดนางแบบของนิตยสาร Just 17 ในปี 1993 ซึ่งทำให้เธอเป็นที่สนใจและก้าวเข้าสู่สายงานนางแบบก่อนจะผันตัวมาเป็นนักร้องในเวลาต่อมา

ผลงานเพลงเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเธอคืออะไร?

อัลบั้ม Funky Dory เป็นผลงานเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยขึ้นถึงอันดับ 9 ของชาร์ตอังกฤษ และมีซิงเกิล "Sweet Dreams My L.A. Ex" ที่ติดอันดับ 2 ของชาร์ต

S Club มีการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหรือไม่?

ใช่ S Club ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2023 ภายใต้ชื่อ 'S Club' และได้จัดทัวร์คอนเสิร์ต Good Times เพื่อระลึกถึงสมาชิกที่ล่วงลับอย่าง Paul Cattermole

นอกจากงานบันเทิงแล้ว Rachel ทำงานด้านใดอีกบ้าง?

เธอทำงานเป็นนักธุรกิจหญิง โดยร่วมสร้างแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องสำอาง รวมถึงเป็นทูตให้องค์กรการกุศลระดับโลก เช่น WaterAid และ Make Poverty History

Rachel Stevens เคยได้รับรางวัลอะไรที่โดดเด่นบ้าง?

นอกจากรางวัลทางดนตรีแล้ว เธอเคยได้รับรางวัล "ผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดตลอดกาล" จาก FHM ในปี 2014 และรางวัล Best Dressed Star จาก Smash Hits Awards สองปีซ้อน (2003-2004)