← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Rafael Lozano-Hemmer ศิลปินผู้เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นประสบการณ์ทางอารมณ์

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Rafael Lozano-Hemmer ศิลปินผู้เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นประสบการณ์ทางอารมณ์

Rafael Lozano-Hemmer ศิลปินผู้เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นประสบการณ์ทางอารมณ์ ในโลกของศิลปะร่วมสมัย Rafael Lozano-Hemmer คือชื่อที่โดดเด่นในฐานะศิลปินอิเล็กทรอนิกส์ชาวเม็กซิโก…

Rafael Lozano-Hemmerศิลปะอิเล็กทรอนิกส์Interactive ArtRelational Architecture

Rafael Lozano-Hemmer ศิลปินผู้เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นประสบการณ์ทางอารมณ์

ในโลกของศิลปะร่วมสมัย Rafael Lozano-Hemmer คือชื่อที่โดดเด่นในฐานะศิลปินอิเล็กทรอนิกส์ชาวเม็กซิโก-แคนาดา ผู้ที่ไม่ได้มองว่าเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็น "วัสดุ" หลักในการสร้างสรรค์ ผลงานของเขามักอยู่ในรูปแบบของศิลปะจัดวางเชิงโต้ตอบ (Interactive Installations) ที่จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วม โดยเขานิยามงานของตนเองว่าเป็น "อนุสาวรีย์ต่อต้าน" (Anti-monuments) ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้นำเสนอตัวตนของตนเองผ่านเทคโนโลยี

Content image

จากนักเคมีสู่ศิลปินดิจิทัลระดับโลก

เส้นทางชีวิตของ Lozano-Hemmer มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เขาเกิดที่เม็กซิโกซิตี้และย้ายไปแคนาดาในปี 1985 เพื่อศึกษาต่อ โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้าน เคมีกายภาพ (Physical Chemistry) จาก Concordia University ในมอนทรีออล แม้ในช่วงแรกเขาจะทำงานในห้องปฏิบัติการด้านการจดจำโมเลกุลและมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางเคมี แต่ความหลงใหลในด้านสร้างสรรค์ทำให้เขาผันตัวมาสู่โลกศิลปะ

พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้หายไปไหน แต่กลับกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งผลต่อแนวคิดและวิธีการทำงานของเขา ทำให้เขาสามารถผสานความแม่นยำทางเทคนิคเข้ากับสุนทรียศาสตร์ได้อย่างลงตัว

Content image

นิยามของ Relational Architecture และการใช้เทคโนโลยี

Lozano-Hemmer ได้สร้างคำศัพท์เฉพาะที่เรียกว่า Relational Architecture หรือ "สถาปัตยกรรมเชิงสัมพันธ์" ซึ่งหมายถึงการนำองค์ประกอบทางเสียงและภาพไปซ้อนทับกับอาคารหรือสภาพแวดล้อมในเมือง เพื่อเปลี่ยนความหมายเดิมของสถานที่นั้นๆ ให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีความทรงจำและปฏิสัมพันธ์ใหม่ๆ

เขาใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์ (Robotics), กราฟิกคอมพิวเตอร์แบบเรียลไทม์, เซนเซอร์อัลตราโซนิก, ระบบตรวจจับตำแหน่งเสียง, และอินเทอร์เฟซผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อท้าทายความซ้ำซากจำเจของสังคมเมืองและสร้างพื้นที่วิพากษ์ผ่านการมีส่วนร่วมของสาธารณชน

Content image

ผลงานชิ้นเอกที่สะท้อนความเป็นมนุษย์

ผลงานของ Lozano-Hemmer มักสำรวจประเด็นเรื่องการรับรู้ การเฝ้าระวัง และความเปราะบางของชีวิต ตัวอย่างผลงานที่สำคัญ ได้แก่:

  • Pulse Room: การใช้หลอดไฟกว่า 300 ดวงที่กะพริบตามจังหวะการเต้นของหัวใจของผู้เข้าชมที่สัมผัสเซนเซอร์ เปลี่ยนข้อมูลทางชีวภาพให้กลายเป็นแสงสว่างที่จับต้องได้
  • Vicious Circular Breathing: ห้องกระจกปิดสนิทที่ให้ผู้เข้าชมได้หายใจเอาอากาศที่ผู้เข้าชมคนก่อนหน้าทิ้งไว้ โดยมีถุงกระดาษ 61 ใบพองและยุบตัวตามจังหวะการหายใจ
  • A Crack in the Hourglass: งานศิลปะที่ใช้หุ่นยนต์วาดภาพผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ด้วยทรายจากนาฬิกาทราย ก่อนจะลบภาพนั้นเพื่อรีไซเคิลทรายไปวาดภาพถัดไป สะท้อนถึงการสูญเสียและการระลึกถึงร่วมกัน
  • Border Tuner: การสร้าง "สะพานแสง" เชื่อมระหว่างเมืองเอลปาโซ (สหรัฐฯ) และซิวดัดฆัวเรซ (เม็กซิโก) เพื่อให้ผู้คนจากสองฝั่งพรมแดนสามารถสื่อสารกันได้ผ่านเสียงและแสง
  • Speaking Willow: ประติมากรรมต้นไม้โลหะที่เล่นเสียงบันทึกภาษาต่างๆ กว่า 400 ภาษาจากโครงการ Wikitongues เมื่อมีคนเดินผ่าน
Content image
สรุปข้อมูลสำคัญของ Rafael Lozano-Hemmer
หัวข้อ รายละเอียด
สัญชาติ เม็กซิโก-แคนาดา
การศึกษา ปริญญาตรี เคมีกายภาพ (Concordia University)
แนวทางศิลปะ ศิลปะอิเล็กทรอนิกส์, Interactive Installation, Relational Architecture
เทคโนโลยีที่ใช้ Robotics, Sensors, LED, AI, Computer Vision, Biometrics
รางวัลสำคัญ BAFTA (2002, 2005), Golden Nica (2000), Governor General's Awards (2015)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผลงานของเขาจะไม่สมบูรณ์หากขาด การมีส่วนร่วมของผู้ชม ซึ่งถือเป็นวัสดุหลักในการสร้างงาน
  • มีความเชี่ยวชาญในการเปลี่ยน ข้อมูลทางชีวภาพ (Biometrics) เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ หรือลมหายใจ ให้เป็นงานศิลปะ
  • มีผลงานติดตั้งถาวรในพิพิธภัณฑ์และอาคารสำคัญทั่วโลก เช่น Planet Word (วอชิงตัน ดี.ซี.) และ Science Museum (ลอนดอน)
  • ใช้แนวคิด Unstable Presence เพื่อสื่อถึงความไม่แน่นอน ความกังวล และความเป็นมนุษย์ในยุคดิจิทัล
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Relational Architecture คืออะไร?

คือแนวคิดการใช้เทคโนโลยีเสียงและภาพเข้าไปปรับเปลี่ยนหรือซ้อนทับกับสถาปัตยกรรมและพื้นที่เมือง เพื่อสร้างความหมายใหม่และทำให้ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กับสถานที่นั้นในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม

ทำไม Lozano-Hemmer ถึงใช้พื้นฐานทางเคมีในงานศิลปะ?

แม้เขาจะไม่ได้ทำงานเป็นนักเคมีโดยตรง แต่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ช่วยให้เขามีแนวคิดเชิงระบบและวิธีการทางเทคนิคที่แม่นยำในการสร้างสรรค์งานศิลปะที่ซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

ผลงาน Pulse Room ทำงานอย่างไร?

งานชิ้นนี้ใช้เซนเซอร์ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจของผู้ที่สัมผัสอินเทอร์เฟซ จากนั้นคอมพิวเตอร์จะส่งสัญญาณให้หลอดไฟที่ใกล้ที่สุดกะพริบตามจังหวะหัวใจนั้น และจะเลื่อนตำแหน่งการกะพริบไปเรื่อยๆ เมื่อมีผู้เข้าร่วมคนใหม่เข้ามา

เป้าหมายหลักของงานศิลปะของเขาคืออะไร?

เขาต้องการสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถนำเสนอตัวตน (Self-represent) และท้าทายการควบคุมหรือการเฝ้าระวังในสังคมสมัยใหม่ โดยเปลี่ยนเทคโนโลยีที่มักถูกใช้เพื่อการควบคุม ให้กลายเป็นเครื่องมือในการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์

Rafael Lozano-Hemmer ศิลปินผู้เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นประสบการณ์ทางอารมณ์ | hmn.in.th