← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Rafael Pinhasi เส้นทางชีวิตและการเมืองของอดีตรัฐมนตรีสื่อสารอิสราเอล

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Rafael Pinhasi เส้นทางชีวิตและการเมืองของอดีตรัฐมนตรีสื่อสารอิสราเอล

Rafael Pinhasi เส้นทางชีวิตและการเมืองของอดีตรัฐมนตรีสื่อสารอิสราเอล Rafael Pinhasi เป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของอิสราเอล โดยเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาล…

Rafael Pinhasiรัฐมนตรีสื่อสารอิสราเอลพรรค Shasการเมืองอิสราเอล

Rafael Pinhasi เส้นทางชีวิตและการเมืองของอดีตรัฐมนตรีสื่อสารอิสราเอล

Rafael Pinhasi เป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของอิสราเอล โดยเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลและมีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการสื่อสารของประเทศในช่วงต้นทศวรรษ 1990

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่การเมือง

Pinhasi เกิดในปี 1940 ที่กรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน โดยครอบครัวของเขาได้ย้ายจากเมืองบูคารามายังอัฟกานิสถานในช่วงปี 1930 ก่อนที่จะอพยพเข้าสู่ประเทศอิสราเอลในปี 1950 ต่อมาเขาได้ก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองท้องถิ่นในตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมือง Bnei Brak และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Shas ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เน้นกลุ่มชาวยิวเคร่งศาสนา

Content image

บทบาทในสภา Knesset และตำแหน่งรัฐมนตรี

เส้นทางการเมืองระดับชาติของเขาเริ่มต้นขึ้นในปี 1984 เมื่อได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก Knesset (สภาผู้แทนราษฎรของอิสราเอล) ในนามพรรค Shas และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมในปี 1985

หลังจากได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาอีกครั้งในปี 1988 Pinhasi ได้รับตำแหน่งรองประธานสภา Knesset และต่อมาในปี 1990 เขาได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายใน ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสื่อสาร ในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ซึ่งดำรงตำแหน่งจนถึงการเลือกตั้งปี 1992

ผลงานและข้อวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะรัฐมนตรีสื่อสาร

ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสื่อสาร Pinhasi ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญด้วยการเปิดตลาดโทรศัพท์ให้มีการแข่งขันมากขึ้น โดยลดการผูกขาดของ Bezeq (บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของอิสราเอล) และออกใบอนุญาตใหม่สำหรับการสื่อสารผ่านดาวเทียม การโทรระหว่างประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานช่วงสุดท้าย (Last-mile infrastructure) หรือโครงข่ายที่เชื่อมต่อจากสถานีปลายทางไปยังผู้ใช้งาน

อย่างไรก็ตาม เขาต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเด็นการออกใบอนุญาตดำเนินกิจการสื่อสารให้แก่บริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับคนใกล้ชิดของเขา

มรสุมทางการเมืองและการพ้นจากตำแหน่ง

ภายหลังการเลือกตั้งปี 1992 Pinhasi ได้รับตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และต่อมาเป็นรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการศาสนา แต่เส้นทางการเมืองในคณะรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน 1993 เมื่อศาลสูงสุดสั่งให้เขาลาออก เนื่องจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานแจ้งข้อมูลเท็จ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับ Moral Turpitude หรือความเสื่อมเสียทางศีลธรรมอย่างร้ายแรง

แม้จะสามารถกลับมาได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในปี 1996 แต่เขาก็พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 1999 และพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาในที่สุด โดยในปี 2008 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานสภาสุสานในเทลอาวีฟ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ช่วงเวลาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสื่อสาร: ค.ศ. 1990 – 1992
  • พรรคการเมือง: Shas (สมาชิกตั้งแต่ปี 1984 – 1999)
  • ผลงานเด่น: การเปิดเสรีตลาดโทรคมนาคมและลดการผูกขาดของ Bezeq
  • เหตุการณ์สำคัญ: ถูกศาลสูงสุดสั่งให้ลาออกจากคณะรัฐมนตรีในปี 1993 จากคดีแจ้งข้อมูลเท็จ
สรุปไทม์ไลน์การดำรงตำแหน่งของ Rafael Pinhasi
ปี (ค.ศ.) ตำแหน่ง หน่วยงาน/พรรค
1984 สมาชิกสภา (MK) Knesset (พรรค Shas)
1985 รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม รัฐบาลอิสราเอล
1990 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสื่อสาร รัฐบาลอิสราเอล
1992 รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐบาลอิสราเอล
2008 ประธานสภาสุสานเทลอาวีฟ เทศบาลเทลอาวีฟ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Rafael Pinhasi มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อระบบสื่อสารในอิสราเอล?

เขามีบทบาทในการทำลายการผูกขาดของบริษัท Bezeq โดยการเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนรายอื่นสามารถเข้ามาแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมได้ ทั้งในด้านการโทรระหว่างประเทศและระบบดาวเทียม

ทำไม Rafael Pinhasi ถึงต้องลาออกจากคณะรัฐมนตรีในปี 1993?

เขาถูกศาลสูงสุดสั่งให้ลาออกหลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีแจ้งข้อมูลเท็จ ซึ่งทางกฎหมายถือเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมเสียทางศีลธรรม (Moral Turpitude)

พรรค Shas ที่ Rafael Pinhasi สังกัดคือพรรคประเภทใด?

พรรค Shas เป็นพรรคการเมืองในอิสราเอลที่มุ่งเน้นการเป็นตัวแทนของกลุ่มชาวยิวเคร่งศาสนา (Ultra-Orthodox Jews)

Rafael Pinhasi เกิดที่ประเทศใดและย้ายมาอิสราเอลเมื่อไหร่?

เขาเกิดที่กรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน และได้อพยพย้ายถิ่นฐานมายังประเทศอิสราเอลในปี 1950